ไลฟ์สไตล์

หนาวคร่า2ชีวิตชาวมุกดาฯเตือนรับมือ

หนาวคร่า2ชีวิตชาวมุกดาฯเตือนรับมือ

17 ธ.ค. 2553

มุกดาหารอากาศหนาวจัด หญิงชราวัย 74-หนุ่ม 18 หัวใจวายเฉียบพลันดับอนาถ อุตุฯ เตือนอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในภาคใต้ ภาคเหนือหนาวระลอกสอง เตือนรับมืออุณหภูมิลดวูบ 3-6 องศา ตั้งแต่เช้า 18 ธ.ค.ถึงปลายมกราหน้า คาดลานีญ่าทำอุณหภูมิ

จากสภาพอากาศเย็นจัดส่งผลให้หญิงชราเสียชีวิต เปิดเผยเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม ร.ต.อ.วิวัฒน์ แสนสุข ร้อยเวร สภ.เมืองมุกดาหาร รับแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ที่บ้านเลขที่ 449 หมู่ 9 ต.สีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยธงแดง มุกดาหาร

 เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบศพนางเบญจวรรณ จิตตคุปต์ อายุ 74 ปี อยู่บนที่นอน มีผ้าห่มนวมคลุมร่าง ตรวจตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยจากการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

 เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายอยู่บ้านตามลำพัง มีบุตรบุญธรรม 1 คน แต่ไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้าตรู่เพื่อนบ้านไม่เห็นนางเบญจวรรณออกมาจากบ้านไปขายขนมหวานที่ตลาดตามปกติ จึงมาร้องเรียก แต่ไม่เสียงขานรับ เพื่อนบ้านจึงงัดประตูบ้านเข้าไป ก็พบว่านางเบญจวรรณนอนห่มผ้านวมแต่เสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้ตายเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

 ต่อมาเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.สนธศักดิ์ สร้อยผาบ ร้อยเวร สภ.เมืองมุกดาหาร รับแจ้งว่า นายอธิวัฒน์ วงษ์ชา อายุ 18 ปี เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ที่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 12 บ้านนาโด่ ต.นาโสก อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมุกดาหาร

 เมื่อไปถึงพบศพนายอธิวัฒน์อยู่บนเปลใต้ถุนบ้าน ตรวจตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด และบริเวณใต้ถุนบ้านก็ไม่พบร่องรอยการต่อสู้เช่นกัน

 ญาติของผู้ตายให้การว่า นายอธิวัฒน์ไม่มีโรคประจำตัว เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 ธันวาคม นายอธิวัฒน์ออกไปเที่ยวกับเพื่อน แต่กลับเข้าบ้านเวลาไหนไม่มีใครทราบ จนกระทั่งเช้าก็พบนายอธิวัฒน์นอนห่มผ้าห่มนวมอยู่ในเปลใต้ถุนบ้าน แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น เมื่อเขย่าตัวปลุกจึงทราบว่าเสียชีวิตแล้ว

 เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากนายอธิวัฒน์กลับเข้าบ้านแล้วมานอนที่เปลใต้ถุนบ้านโล่ง ไม่มีฝากั้น ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นลง และมีลมแรงจัดทำ ให้นายอธิวัฒน์เกิดหัวใจวายเฉียบพลันเสียชีวิต

อุตุฯ เตือนอากาศหนาวเย็น

 สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ประกาศเตือนภัย "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในภาคใต้" ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2553 ดังนี้

 ในช่วงวันที่ 17-19 ธันวาคม 2553 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงได้อีก 2-4 องศาเซลเซียส และมีฝนเกิดขึ้นได้ในระยะนี้

 สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ในช่วงวันที่ 17-20 ธันวาคม 2553 ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ลงไประวังอันตรายจากฝนตกหนัก ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงดังกล่าวไว้ด้วย

สธ.แนะอบอุ่นร่างกายรับภัยหนาว

 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ที่อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วจะทำให้ประชาชนเจ็บป่วยได้ง่าย ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขมีการตั้งวอร์รูมต้านภัยหนาวไว้ล่วงหน้าเกือบ 2 เดือนแล้ว มี นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน และมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง

 สำหรับมาตรการต้านภัยหนาวที่สำคัญและต้องเร่งดำเนินการ นอกจากจะแจกเครื่องนุ่งห่ม เครื่องป้องกันภัยหนาว ตามงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้หน่วยงานต่างๆ แล้ว ที่สำคัญคือการรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในเรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตัวเอง โดยให้รักษาความอบอุ่นอวัยวะสำคัญอย่างน้อยที่สุด 3 ส่วนคือ ศีรษะ คอ หน้าอก อย่างเพียงพอ

ดื่มเหล้าคลายหนาวอาจตายได้

 นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า การเข้าใจว่าดื่มแอลกอฮอล์จะสามารถลดความหนาวได้ ซึ่งความเป็นจริงอาจช่วยได้ในเวลาสั้นๆ 2-3 ชั่วโมง แต่หากดื่มมากเกินไปจะควบคุมสติไม่ได้ จะมีผลกระทบต่อภูมิต้านทานของร่างกายและนำไปสู่การเสียชีวิตได้ การก่อไฟผิงในเต็นท์นอนจะทำให้ในเต็นท์ขาดออกซิเจนที่จำเป็นในการหายใจ

 นอกจากนั้นยังมีความประมาทอีกหลายเรื่อง เช่น ไม่สวมเครื่องนุ่งห่มกันหนาว เพราะคิดว่าทนความหนาวได้ หรือนอนกลางลานโล่ง โดยเฉพาะภายหลังดื่มเหล้า เป็นต้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเร่งรณรงค์ให้ความรู้ ย้ำเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง

เชียงรายเย็นจัดก่อไฟคลายหนาว

 สภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงราย เริ่มหนาวเย็นอีกครั้งหนึ่ง โดยพื้นที่สูงและยอดดอย เช่น ดอยวาวี และดอยช้าง อ.แม่สรวย ดอยแม่สลอง ดอยหัวแม่คำ และดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง รวมทั้งภูผาตั้ง ภูหลงถัง และภูชี้ฟ้า อ.เวียงแก่น มีอากาศหนาวจัด โดยช่วงกลางคืนชาวเขาต้องก่อกองไฟคลายความหนาว เนื่องจากส่วนใหญ่ขาดแคลนเครื่องกันหนาว

 นายสมพล สุปการ หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.เชียงราย กล่าวว่า ช่วงนี้สภาพอากาศจะหนาวเย็นลง และมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศเย็นถึงค่อนข้างหนาว ตลอดจนมีหมอกหนาในบางพื้นที่ สำหรับบริเวณเทือกเขาและยอดดอยนั้น อากาศหนาวจัด มีฝนกระจายร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 15-17 องศาเซลเซียส เฉพาะยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ขณะที่ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สภาพอากาศจะหนาวเย็นลงเรื่อยๆ

หมอกปกคลุมสนามบินลำปาง

 วันเดียวกันมีรายงานว่า จากภาวะอากาศหนาว และมีหมอกลงจัด ทำให้ท่าอากาศยานลำปางต้องยกเลิกเที่ยวบินเข้ากรุงเทพฯ ทั้งหมด ส่วนเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ปลายทางที่ลำปาง ลงจอดที่ท่าอากาศยานสุโขทัย ผู้โดยสารควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการเดินทาง

 นายวรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร เวรพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ระบุสภาพอากาศในภาคเหนือว่า หลังมีฝนกระจายกว่าร้อยละ 30 ของพื้นที่ภาคเหนือตั้งแต่วันที่ 16-17 ธันวาคม คาดว่าตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 18 ธันวาคม สภาพอากาศในภาคเหนือจะหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 3-6 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงอย่างต่อเนื่องไปถึงปลายเดือนมกราคมปีหน้า
หลายพื้นที่อุณหภูมิลดต่ำ

 ฝนที่ตกในหลายพื้นที่ส่งผลให้อุณหภูมิลดต่ำ โดยช่วงเช้าวันที่ 17 ธันวาคม อุณหภูมิที่ยอดดอยอินทนนท์อยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส โดยมีอุณภูมิยอดหญ้าอยู่ที่ 4  องศาเซลเซียส สำหรับอุณหภูมิบริเวณพื้นราบต่ำสุดที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ วัดได้ 13.0 องศาเซลเซียส อ.เมือง จ.ตาก วัดได้ 14 องศาเซลเซียส อ.เมือง จ.เชียงราย วัดได้ 18.6 องศาเซลเซียส และที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วัดได้ 21.0 องศาเซลเซียส

 นายวรพจน์กล่าวว่า ในรอบ 30 ปี ที่ผ่านมา พบในพื้นที่ภาคเหนืออุณหภูมิพื้นราบเฉลี่ยต่ำสุดที่ 12 องศาเซลเซียส แต่ปีนี้สภาพอากาศของโลกเกิดความเปลี่ยนแปลงจากปรากฏการณ์ลานีญ่าที่ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกต่ำลง ทำให้มีโอกาสที่ฤดูหนาวในปีนี้จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ คาดว่าอุณหภูมิพื้นราบของฤดูหนาวปีนี้จะอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่าเล็กน้อย

อุตุฯ เหนือเตือนประชาชนรับมือ

 จากสภาพความหนาวเย็นที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับภาวะความหนาวเย็น โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่บนยอดดอยที่จะมีสภาพอากาศหนาวจัดในช่วงกลางคืนและช่วงเช้า ขณะเดียวกันยังแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวังอุบัติเหตุจากหมอกลงหนาจัด โดยเฉพาะเส้นทางสายแพร่-น่าน และเชียงใหม่-เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีหมอกหนาจัดในช่วงเช้า

ทางหลวงเถินเตือนช่วงนี้หมอกจัด

 ที่ จ.ลำปาง ด.ต.วรวุฒิ ทิพย์ศรีบุตร หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงเถิน กล่าวว่า ความกดอากาศต่ำจากประเทศจีนได้พัดลงมาช่วงนี้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตก และมีหมอกฝนปกคลุมในหลายจังหวัด โดยเฉพาะถนนสายพหลโยธิน สายตาก-ลำปาง ทั้งขาขึ้น-ล่อง จะมีหมอกคลุมถนน ทำให้ทัศนวิสัยของการสัญจรบนท้องถนนมองไม่เห็น ประกอบกับถนนช่วง อ.แม่พริก มายัง อ.เถิน กำลังมีการซ่อมแซมผิวถนน ทำให้การสัญจรใช้ถนนได้เพียงช่องทางเดียว ฝากเตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณดังกล่าวให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

โคราชอุณหภูมิลดลงกะทันหัน

 สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดนครราชสีมา รายงานถึงสาเหตุที่สภาพอากาศในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีการปรับลดอุณหภูมิลงมาอย่างกะทันหันว่า สาเหตุมาจากขณะนี้มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้เคลื่อนตัวพาดผ่านประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้อุณหภูมิในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยอุณหภูมิต่ำสุดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่ จ.นครราชสีมาวัดได้ 24.2 องศาเซลเซียส วันที่ 17 ธันวาคม วัดได้ 16.9 องศาเซลเซียส จะเห็นได้ว่าอุณหภูมิในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปรับตัวลดลงในช่วงข้ามวันถึง 7 องศาเซลเซียส

 คาดว่าอุณหภูมิจะลดลงอีกจนถึงจุดต่ำสุดในช่วงเช้าวันที่ 18 ธันวาคม อยู่ที่ประมาณ 16 องศาเซลเซียส และจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้ไปจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม ก่อนที่อุณหภูมิจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในช่วงถัดไป เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะอ่อนกำลังลง