ไลฟ์สไตล์

ชินวรณ์ชี้แจงผู้ปกครองกรณีรับนร.22ธ.ค.

ชินวรณ์ชี้แจงผู้ปกครองกรณีรับนร.22ธ.ค.

17 ธ.ค. 2553

“ชินวรณ์”ปลื้มนายกฯหนุนนโยบายรับนักเรียนเน้นสะท้อนเป้าหมายปฏิรูปการศึกษา จัดประชุมชี้แจงเครือข่ายผู้ปกครองในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ พร้อมเรียกผู้บริหารดังถกในวันที่ 6 ม.ค.นี้ เตรียมทำจดหมายเปิดผนึกแจงนโยบายห้ามฝากเด็ก พร้อมตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน-คณะกรรมกา

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2553 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)กล่าวกรณีผู้บริหารโรงเรียนเกรงผู้ปกครองไม่เข้าใจนโยบายรับนักเรียนในปีการศึกษา 2554 ที่ห้ามมีฝากเด็กเข้าเรียนชั้นม.1และให้เปิดรับรอบเดียวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง(กนป.)เมื่อเร็วๆนี้ได้เรียนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีทราบถึงนโยบายการรับนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ในปีนี้เน้นการสะท้อนเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองซึ่งมุ่งไปสู่คุณภาพของผู้เรียนและคุณภาพของโรงเรียน ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้ติดตามข่าวอยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ขอให้นักเรียนได้มีโอกาส มีที่เรียนตามความสามารถอย่างแท้จริง

 รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ส่วนที่โรงเรียนเกรงว่าผู้ปกครองจะไม่เข้าใจนโยบายรับเด็กนั้น เชื่อว่าผู้ปกครองจะเข้าใจหากไม่นึกถึงคุณภาพส่วนตัว และก่อนหน้านี้ได้รับฟังความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงไปแล้ว และวันที่ 22 ธันวาคมนี้ จะเชิญเครือข่ายผู้ปกครองทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานภาครัฐและเอกชนที่บุตรหลานเข้าชั้นม.1และม.4 และอาชีวศึกษาที่จะเข้าปวช.มาทำความเข้าใจนโยบาย หลังจากนั้นในวันที่ 6 มกราคม 2554 จะประชุมผู้บริหารโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงทั่วประเทศเกือบ 400 โรงเรียน และจะจัดทำจดหมายเปิดผนึกจากรมว.ศธ.เพื่อซักซ้อมความเข้าใจให้เกิดความชัดเจน นอกจากนี้ จะจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนการรับนักเรียนและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการรับนักเรียนขึ้นมาด้วย

 นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนสส.นั้นยังมีบางคนยังไม่เข้าใจก็บอกว่าจะทำอย่างไรถ้าไม่ให้ฝากนักเรียน ตนก็บอกไปว่าขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนว่าปีนี้ไม่มีการรับฝากเด็ก จะให้นักเรียนสอบเข้าเรียนตามความสามารถ ทั้งนี้ การที่สส.สร้างความเหลื่อมล้ำเองในอนาคตจะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน แต่ถ้าข้ามพ้นส่วนนี้ไปได้ ต่อไปก็จะได้รับการยอมรับ ซึ่งสส.บางส่วนเริ่มมีความเข้าใจแล้ว อย่างไรก็ตาม จะต้องทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนต่อไป  

 ”หากสามารถจัดระบบรับนักเรียนให้ได้ห้องละ 50 คน และเปิดโอกาสและจูงใจให้เด็กที่ถนัดเรียนสายอาชีพไปเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้น ก็จะสอดรับกับเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองซึ่งเน้นส่งเสริมให้เด็กเรียนอาชีวะและให้เอกชนมีส่วนร่วมปฏิรูปการศึกษามากขึ้น อีกทั้งช่วงนี้ปฏิรูปประเทศไทยที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผมจึงมีนโยบายชัดเจนที่จะให้ศธ.เป็นกระทรวงแห่งอนาคต จึงต้องสร้างระบบธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในศธ. โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญคือ ต้องปฏิรูปศธ.ก่อน ดังนั้น การรับนักเรียนในปีนี้ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส นักเรียนได้เรียนตามความสามารถ และเรียนโรงเรียนดีใกล้บ้านอย่างทั่วถึง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ปกครอง สมาคมผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียน รวมทั้งผู้มีบารมีต่างๆจะให้ความร่วมมือทำให้การรับนักเรียนในปีนี้ให้ประสบความสำเร็จ แม้ผมจะโดนท้าทายจากหลายคนว่าเรื่องนี้ไม่มีใครเคยทำได้สำเร็จ ผมก็หวังว่าทุกภาคส่วนที่มีเจตนารมณ์ที่ดีแล้ว จะช่วยกันเป็นกำลังใจและสนับสนุนในเรื่องนี้”รมว.ศธ.กล่าว