
"ปทุมทิพย์"น้ำพริกดังเมืองสิงห์ แบรนด์ชาวบ้าน-ขายห้างทั่วไทย
การที่ชีวิตคนเราจะประสบกับคำว่า "ความสำเร็จ" กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้นั้น หลายคนมักบอกว่าเป็นเรื่องของโชคชะตา ทว่าความจริงอย่างหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือต้องมีความอดทน พยายาม ตั้งใจจริง มีจิตใจที่รักชนิดเต็มร้อยกับสิ่งที่จะทำ ดัง ประทุม แก่นจ้าย หญิงวัย
"ประทุม" ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจน้ำพริกนี้ว่าเกิดขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่ก่อน ช่วงนั้นทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่กรมชลประทาน จ.สิงห์บุรี ได้เงินเดือนไม่กี่พันบาท ประกอบกับปี 2540 เกิดสภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ทำให้มองไม่เห็นอนาคต เลยตัดสินใจลาออกมาเป็นแม่ค้า โดยมีความตั้งใจขายน้ำพริกโดยเฉพาะ
"มีความรู้เรื่องทำน้ำพริกอยู่แล้ว จึงร่วมกับเพื่อน 3 คน ตั้งร้านตำน้ำพริกขายที่ตลาดในหมู่บ้าน โดยนำสูตรโบราณที่ได้จากคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่ที่เคยปรุงอาหารถวายรัชกาลที่ 5 มาปรุงแต่งพัฒนาจนได้รสชาติเฉพาะ สร้างเป็นจุดขาย ส่งผลให้สินค้าขายดี จึงขยายกิจการด้วยการจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปทุมทิพย์ ขึ้นปี 2540 และเริ่มประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ราวปี 2543 จากนั้น จึงพัฒนาต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน" ประทุม แจงและว่า โดยมีตัวเธอเองเป็นประธานบริหารจัดการกลุ่ม
นอกจากเน้นสร้างจุดขายที่ปรุงด้วยสูตรเฉพาะ คงรสชาติโบราณดั้งเดิมไว้แล้ว การให้ความสำคัญ พิถีพิถันทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่ใช้คัดเกรดเอ อย่างน้ำพริกนรกปลาช่อน ต้องเป็นปลาช่อนแม่ลาจริงๆ กุ้งเสียบ ก็ต้องเป็นกุ้งแห้งเบอร์หนึ่งจากภาคใต้ หรือถ้าเป็นปลาร้า ก็ต้องเป็นปลาร้าดีที่สุดจากภาคอีสาน เป็นต้น
"ในส่วนขั้นตอนการผลิตต้องสะอาด ถูกหลักอนามัย ไม่ใส่สารกันบูด และเก็บได้นานถึง 7 เดือน ทำให้ผู้บริโภคได้สินค้าที่มีคุณภาพจริงๆ เหล่านี้เป็นจุดเด่นที่ทำให้สินค้าเราได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราได้วางขายในห้างเทสโก้ โลตัสทั่วประเทศ โดยไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ นอกจากเพิ่มรายได้ยังเป็นช่องทางกระจายสินค้าที่สำคัญอีกด้วย" ปทุม เธอแจง
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาเพียงแค่ 3 ปี สินค้าน้ำพริกจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปทุมทิพย์ ได้กระโดดขึ้นมาอยู่แถวหน้าผลิตภัณฑ์น้ำพริกได้สำเร็จ ภายใต้แบรนด์ “ปทุมทิพย์” ที่ปัจจุบันมีน้ำพริกเกือบ 20 ชนิด กระจายจำหน่ายอยู่ทั่วประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ เลี้ยงชุมชนนับแสนบาทต่อเดือน
เห็นได้จากพัฒนาการเริ่มแรกจากตำด้วยครกเมื่อสิบกว่าปีก่อน ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นระบบเครื่องจักร พัฒนาสินค้าออกสู่ตลาดในรูปแบบที่หลากหลาย โดยเฉพาะน้ำพริกซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม อาทิ น้ำพริกนรกปลาช่อน น้ำพริกนรกแมงดา น้ำพริกกุ้งกลางดง น้ำพริกปลาเสียบ น้ำพริกเผากุ้ง น้ำพริกเผาปลาย่าง น้ำพริกกุ้งเสียบ ฯลฯ โดยรสชาติเลือกได้ตามต้องการ จะเผ็ดมาก เผ็ดปานกลาง เผ็ดน้อย หวานกลมกล่ม หรือเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ทั้งนี้ ทุกชนิดผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา ได้รับมาตรฐานสินค้าโอท็อป 4 ดาว และรางวัลการันตี จากเวทีการประกวดอาหารระดับประเทศมากมาย
"ยอดการผลิตเฉลี่ยต่อเดือน 8,000 -1 หมื่นกิโลกรัม ราคาขายขึ้นอยู่กับขนาด และชนิดของน้ำพริก ชั่งเป็นกิโลต่ำสุดอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท สูงสุด 500 บาท แต่ถ้าแบ่งขายเป็นกระปุกมีน้ำหนักให้เลือก 4 ขนาดตั้งแต่ 50 100 300 และ 500 กรัม ราคาอยู่ที่ 15-120 บาท ส่วนตลาดนอกจากมีจำหน่ายที่ห้างเทสโก้ โลตัส แล้ว ก็กระจายอยู่ตามร้านของฝากชั้นนำ ศูนย์โอท็อปทั่วประเทศ"
ด้วยภาวะเศรษฐกิจซบเซา ธุรกิจอื่นพากันเจ๊งระนาว แต่ยอดขายน้ำพริกกลับเพิ่มมากขึ้นทุกๆ เดือน ทำให้ประทุมมั่นใจและมองการณ์ไกล จึงคิดแผนการจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศในอนาคต แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโอกาสและปัจจัยสนับสนุนหลายๆ ด้าน
เริ่มต้นที่แรงงานเพียง 2-3 คน กับเงินทุนเพียงไม่กี่บาท แต่ด้วยพลังแห่งความฝันอันยิ่งใหญ่ ผลักดันให้ธุรกิจเล็กๆ ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม สร้างรายได้ให้กลุ่มเฉลี่ยเดือนละกว่า 5 แสนบาท ส่งผลให้ปัจจุบันมีสมาชิกเกือบ 50 ชีวิต แต่ละคนมีงานทำ มีรายได้ประจำต่อเดือน 6,000-8,000 บาท นอกจากฝันที่เป็นจริงแล้ว ยังนับว่ากิจการน้ำพริกได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้นด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาดูงาน เรียนรู้เคล็ดลับความสำเร็จ ประธานกลุ่มฝากบอกว่ายินดีร่วมแบ่งปัน โดยติดต่อสอบถามได้ที่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปทุมทิพย์ 94/30 หมู่ 1 ต.ม่วงหมู่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี โทร.0-3651-2640
ทำน้ำพริกเผากุ้งกินเอง ไม่ยาก!
ส่วนผสม
ประกอบด้วย พริกแห้งเม็ดใหญ่เผา 5 เม็ด, หอมแดงเผา 8 หัว, กระเทียมเผา 6 กลีบ, กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วย, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ, เกลือป่น ? ช้อนชา, น้ำมะขามเปียก 1 ? ช้อนชา, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, กะปิ 1 ช้อนชา และน้ำมันพืช 2 ถ้วย
ขั้นตอนการทำ
เริ่มจากโขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตามด้วยหอมแดงเผา พร้อมใส่กระเทียมเผา และกะปิ โขลกต่อให้ละเอียด ก่อนจะตามด้วยกุ้งแห้ง โขลกส่วนผสมเข้าด้วยกันให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียว
จากนั้น ตั้งกระทะตามด้วยใส่น้ำมัน เมื่อน้ำมันร้อนนำส่วนผสมของน้ำพริกที่ตำไว้ ลงผัด รอจนมีกลิ่นหอมฟุ้ง จึงปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะขามเปียก ต่อด้วยผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนชิมรสชาติตามที่ต้องการ เป็นขั้นตอนสุดท้าย
ก็จะได้น้ำพริกเผากุ้งที่รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ เพียงจานเดียว พร้อมด้วยผักสดๆ เป็นเครื่องเคียง สามารถทำให้มื้อนั้นอร่อยได้อย่างลงตัว!
"ธานี กุลแพทย์"



