
พาเที่ยว หอฝิ่น สุดถิ่นแดนสยาม
โอเรียนท์ไทยสานต่อโครงการกิจกรรมรักเมืองไทยกับ "โครงการโอเรียนท์ไทย วี เลิฟ ไทยแลนด์" เพื่อสะท้อนถึงคุณค่าของความเป็นไทยและอานุภาพแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ต่อการฟื้นฟูผืนป่าธรรมชา
หอฝิ่น มีพรมแดนประเทศไทย ลาว และพม่า มาบรรจบกัน เทือกเขาเต็มไปด้วยเมฆหมอก ภาพของป่าเบญจพรรณร่มครึ้ม และปกคลุมเต็มไปด้วยไร่ฝิ่น ด้วยเหตุนี้โครงการหลวงจึงได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2512 เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นถึงปัญหาการปลูกฝิ่นของชาวเขา จึงมีพระราชดำริให้ปลูกพืชอื่นที่ขายได้ราคาดี และมีความเหมาะสมที่จะปลูกในที่สูงแทนการปลูกฝิ่น และเพื่อมุ่งหวังให้ชาวเขาทำมาหากินอยู่กับที่ เลิกทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งจะทำให้หยุดยั้งการทำลายป่าลงได้
ต่อมาปี 2531 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้นในจุดเหนือสุดของประเทศไทย โดยโครงการนี้มีจุดหมายที่จะคืนผืนป่าและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ และหยุดการปลูกและการเสพฝิ่นในดินแดนแห่งนี้ ได้ทรงริเริ่มโครงการที่จะช่วยให้การศึกษาแก่ประชาชนในเรื่องของการศึกษาประวัติของฝิ่นในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำและทั่วโลก เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้ยาเสพติด การริเริ่มโครงการในพระราชดำริในครั้งนั้น ส่งผลสืบเนื่องให้เกิด หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ นั่นเอง
เรื่องราวต่างๆ เริ่มตั้งแต่อุโมงค์ที่มืดสนิทความยาว 137 เมตร แสดงภาพของผู้คนที่กำลังทนทุกข์ทรมานจากการตกเป็นเหยื่อของฝิ่นและสิ่งเสพติด โดยประวัติการแพร่กระจายของฝิ่นได้เริ่มต้นจากการค้าสมัยจักรวรรดินิยม เหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ที่สร้างความอดสูแก่ผู้ชนะและผู้แพ้ และสงครามฝิ่นอันนำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์แมนจู ความชาญฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตกและการควบคุมปัญหาฝิ่น ยาเสพติดเริ่มใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันในรูปแบบของยามหัศจรรย์ โดยหอฝิ่นได้นำเสนอเรื่องราว การจัดลำดับและเนื้อหาอย่างเป็นขั้นตอน เข้าใจง่าย ประกอบด้วยแสง สี เสียง เทคนิคต่างๆ ภาพถ่าย ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ ตลอดจนการแสดงอุปกรณ์การสูบและขายฝิ่น ซึ่งได้รวบรวมจากหลายประเทศทั่วโลก
เป้าหมายของหอฝิ่น คือการลดความต้องการสารเสพติด หมายถึง เป็นสถานศึกษา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงมีความประสงค์ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน โดยพยายามที่จะให้คนทั่วโลกเข้าใจและมีความเห็นพ้องต้องกันที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไป
ณ ที่นี้ จึงมิได้เป็นเพียงแหล่งเรียนรู้ที่ให้ข้อคิดเท่านั้น หากยังเป็นสื่อสัญลักษณ์สะท้อนอานุภาพแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงห่วงใยประชาชาติ และราษฎรไทยที่ต้องเผชิญภัยคุกคามจากยาเสพติด และได้ทรงทุ่มเทความพยายามแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง กระทั่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติและองค์การสหประชาชาติ ได้ลบชื่อประเทศไทยออกจากรายนามประเทศที่มีการปลูกฝิ่นติดอันดับโลก ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา



