
ประกาศผลเอเน็ตฉลุยผลโอเน็ต6เม.ย.ช่วง2ทุ่ม
ประกาศผลสอบ "เอเน็ต" ฉลุยเว็บไซต์ไม่ล่ม เด็กทยอยมาขอดูกระดาษคำตอบ ผู้บริหารสกอ.มั่นใจตรวจข้อสอบไม่ผิดพลาด ประกาศผลคะแนนถูกต้อง เปิดให้ดูกระดาษคำตอบ 8 เม.ย.นี้ แนะเด็กมาดูเอง สทศ.เผยผลสอบโอเน็ตใน 6 เม.ย.ผ่านเว็บตั้งแต่ 2 ทุ่ม
หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำหนดประกาศผลการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) ประจำปีการศึกษา 2552 เมื่อวันที่ 4 เมษายนนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สกอ.ได้ประกาศผลคะแนนสอบเอเน็ตผ่านเว็บไซต์ www.cuas.or.th ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 3 เมษายน จนถึงช่วงเช้าวันที่ 4 เมษายน นักเรียนสามารถเข้าดูผลสอบได้โดยไม่มีปัญหาเว็บไซต์ล่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. มีนักเรียนประมาณ 50 คน ทยอยเดินทางมาที่บริเวณชั้น 13 สกอ. เพื่อยื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบเอเน็ต เพื่อตรวจสอบคะแนนสอบของตนเองให้แน่ใจอีกครั้ง ขณะที่บรรยากาศที่สกอ.ไม่ค่อยคึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา
นางศศิธร อหิงสโก ผอ.กลุ่มรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาสังกัดสกอ. กล่าวว่า นักเรียนที่มาเขียนคำร้องส่วนใหญ่จะขอดูทุกวิชา เนื่องจากมั่นใจว่าตนเองน่าจะได้คะแนนมากกว่าที่สกอ.ประกาศ อย่างไรก็ตาม สกอ.มั่นใจว่าคะแนนที่ประกาศผ่านเว็บไซต์ www.cuas.or.th นั้นถูกต้อง แต่ก็ยินดีให้นักเรียนทุกคนที่ไม่มั่นใจมายื่นคำร้องขอดูคะแนนได้ โดยให้ผู้ปกครองมายื่นแทนได้ แต่ในวันดูกระดาษคำตอบนั้นขอให้นักเรียนมาดูด้วยตนเอง ซึ่งนักเรียนจะเริ่มดูกระดาษคำตอบได้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน เป็นต้นไป สำหรับปีนี้สกอ.ตรวจข้อสอบและคำตอบทุกวิชาแล้ว ไม่มีวิชาใดที่ผิดพลาด ทำให้ในปีนี้ไม่มีการยกผลประโยชน์ให้หรือให้คะแนนฟรีแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีของการใช้ข้อสอบเอเน็ตปีสุดท้าย
นางศศิธรกล่าวอีกว่า ผลคะแนนเอเน็ตในปี 2552 น้อยกว่าปี 2551 เช่นวิชาภาษาไทย 2 ปี 2552 คะแนนสูงสุด 80.00 คะแนนต่ำสุด 0.00 ขณะที่ปี 2551 คะแนนสูงสุด 91.00 คะแนนต่ำสุด 9.00 และวิชาคณิตศาสตร์ 2 คะแนนสูงสุด 97.00 คะแนนต่ำสุด 0.00 ขณะที่ปี 2551 คะแนนสูงสุด 100.00 คะแนนต่ำสุด 0.00 นั้น เท่าที่ได้ติดตามและจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา คะแนนเฉลี่ยเช่น คณิตศาสตร์ 2 ปี 2551 คือ 21.96 คะแนน ส่วนปี 2552 เฉลี่ย 22.64 คะแนน ถือว่าปกติ เพราะไม่แตกต่างกัน อีกทั้งคณะกรรมการผู้ออกข้อสอบมีความชำนาญในการสร้างข้อสอบ โดยคำนึงตามกรอบและวิธีการพัฒนาที่วางไว้อยู่แล้ว เช่น วัดระดับพฤติกรรม ความรู้ การวิเคราะห์ การนำไปใช้ รวมถึงต้องไม่เกินเนื้อหาหลักสูตร คำนึงถึงความยากง่าย และเฉลยถูกต้อง ไม่ใช่ว่าคนออกข้อสอบจะออกอะไรก็ได้
นางศศิธรกล่าวต่อไปว่า ข้อสอบเอเน็ตต้องมีการจำแนกและค่าความยากง่ายอยู่ในระดับที่พอเหมาะ หลังจากดำเนินการรับสมัครและประกาศผลการคัดเลือกแอดมิชชั่นส์เสร็จเรียบร้อยแล้ว สกอ.จะสรุปบทเรียนต่างๆ เกี่ยวกับเอเน็ตและแอดมิชชั่นส์ที่สกอ.ดำเนินการ เพื่อรวบรวมและส่งต่อให้แก่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ซึ่งจะดูแลเรื่องแอดมิชชั่นส์ในปีการศึกษา 2553 เป็นต้นไป แทนสกอ.
“ดิฉันมองว่าคะแนนที่แตกต่างกันไม่สามารถประเมินได้ว่าการเรียนของเด็กปีนี้เป็นอย่างไร เพราะข้อสอบเอเน็ต เป็นข้อสอบแข่งขัน เด็กที่ได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใช่ว่าจะทราบและเข้าใจเนื้อหาวิชานั้นทั้งหมด ในขณะที่เด็กที่ได้คะแนน 0.00 ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบนักเรียนทำทุกข้อ ไม่ได้ส่งกระดาษคำตอบเปล่า ก็ใช่ว่านักเรียนที่ได้คะแนน 0.00 จะไม่เข้าใจวิชานั้นเลย” นางศศิธร กล่าว
น.ส.นารี วงศ์สิโรจน์กุล รักษาการผอ.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า ตามทฤษฎีแล้วการออกข้อสอบแต่ละแบบนั้นผู้ออกข้อสอบจะต้องดูตามวัตถุประสงค์ของการวัด สำหรับความยากของข้อสอบเอเน็ต ถือเป็นเรื่องปกติเนื่องจากข้อสอบเอเน็ตเป็นการสอบเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจึงต้องทำให้มีความเข้มข้นมากที่สุดเพื่อให้สามารถวัดความรู้ตามเนื้อหาวิชาได้อย่างแม่นยำ แตกต่างกับการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ที่ง่ายกว่าเพราะใช้วัดความรู้ตามจุดประสงค์และวัดมาตรฐานความรู้ของเด็กในแต่ละชั้นปี
น.ส.นารีกล่าวอีกว่า ส่วนการจัดสอบความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test หรือ GAT) และความถนัดเฉพาะด้าน/วิชาการ (Professional Aptitude Test หรือ PAT) ที่จะใช้เป็นองค์ประกอบในแอดมิชชั่นส์ในปีการศึกษา 2553 เป็นการสอบวัดทัศนคติว่ามีความเหมาะสมกับสาขาที่จะเข้าหรือไม่ จึงไม่สามารถวัดได้ว่าการที่เด็กมีคะแนนในภาพรวมต่ำลงจะหมายถึงคุณภาพทางการศึกษาที่ต่ำลงด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนการประกาศผลสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) นั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ระบุว่า สทศ.จะประกาศผลสอบโอเน็ตของนักเรียนม.6 ประจำปีการศึกษา 2551 ในวันที่ 6 เมษายนนี้ จากเดิมกำหนดจะประกาศผลในวันที่ 10 เมษายน โดยจะประกาศผลทางเว็บไซต์ของสทศ. www.niets.or.th และพันธมิตรอีก 12 แห่ง ซึ่งนักเรียนสามารถเข้าไปดูผลสอบได้ตั้งแต่เวลา 20.00 น.เป็นต้นไป



