ไลฟ์สไตล์

ตำรวจยังเมิน

ตำรวจยังเมิน

16 ธ.ค. 2553

ดิฉันได้ร้องเรียนเรื่อง "ถูกกระชากกระเป๋าตำรวจเมิน" เหตุเกิดที่ร้านติ่มซำ ย่านทาวน์ อินทาวน์ (เขตวังทองหลาง) เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลา 23.30 น.

 ภายในร้านที่นั่งค่อนข้างเต็มต้องเลือกนั่งที่โต๊ะใกล้ประตูทางเข้าร้าน ประตูจะปิดอยู่ตลอด แต่เมื่อมีคนเข้าร้านจะมีเสียงประตูดัง หลังจากนั่งสักพักดิฉันได้วางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะข้างตัว โดยหันหลังให้ประตูทางออก เมื่อเริ่มรับประทานอาหารได้ชั่วครู่ ดิฉันได้ยินเสียงประตูและกำลังหันไปดู ไม่ถึงช่วงเวลาหายใจ มีมือมาหยิบกระเป๋าที่อยู่ข้างๆ โดยคนร้ายย่องมาด้านหลังและใช้มืออีกด้านดันประตูไว้ เมื่อดิฉันเห็นและตกใจจึงได้ร้องตะโกนว่า "กระเป๋า..."
 แฟนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหยุดรับประทานและหันหน้าขึ้นมาดู แต่ไม่ทันเสียแล้ว คนร้ายวิ่งออกจากร้าน ดิฉันรีบวิ่งตาม และร้องให้คนช่วย โดยมีแฟนวิ่งตามมาติดๆ คนร้ายกระโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่จอดรออยู่ ซึ่งไม่ติดแผ่นป้าย หนีไปอย่างรวดเร็ว แฟนวิ่งขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าร้านและขับตามไปทันทีแต่ก็ไม่ทัน
 เราสองคนไปที่ สน.วังทองหลาง พร้อมภาพนิ่งหลักฐาน ตำรวจดูเอาใจใส่ดี บอกว่าแบบนี้น่าจะจับได้ ตำรวจรับปากจะไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านด้วยตัวเอง เวลาผ่านไปหลายวันก็ยังไม่มีตำรวจไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด หรือติดต่อสอบถามเกี่ยวกับคดีเลย ดิฉันได้ทราบว่าเคยเกิดเหตุที่ร้านนี้ โดยคนร้ายวิ่งตามมาดึงกระเป๋าจากลูกค้าตรงประตูทางเข้าเช่นกัน ได้ทำซีดีไว้ให้ตำรวจ 2-3 เดือนแล้วตามที่เจ้าหน้าที่สั่งไว้ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เคยมารับหรือสอบถามเช่นกัน
 จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากร้อยเวรเจ้าของคดีเลย หรือแม้แต่ที่แจ้งว่าจะไปดูกล้องวงจรปิด ก็ยังไม่มีตำรวจโผล่ไปเลยสักคน
ณัฐกานต์
ตอบ
 ร.ต.ท.ชาติชาย เขจรชัย พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.วังทองหลาง ชี้แจงว่า โต๊ะที่ผู้เสียหายนั่งติดกับทางเข้า คนร้ายคงมาดูลาดเลาไว้ แล้วอาศัยจังหวะทีเผลอเปิดประตูวิ่งราวไป
 หลังจากรับแจ้งได้ลงบันทึกประจำวันไว้ ซึ่งฝ่ายสืบสวนจะต้องรับเรื่องไปประสานต่อในการสืบสวนหาตัวคนร้าย ซึ่งผู้เสียหายแทบไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะนำมาเป็นหลักฐานเพื่อสืบหาคนร้ายได้เลย ทะเบียนรถไม่มี ภาพวงจรปิดในร้านมองเห็นตอนที่คนร้ายเปิดประตูแต่คนร้ายใส่หมวกแก๊ปบังใบหน้ามองเห็นไม่ชัด ทำให้ติดตามยาก
 ร.ต.ท.ชาติชาย บอกว่า จะสอบถามฝ่ายสืบสวนถึงความคืบหน้าของคดีนี้อีกครั้ง
ลุงแจ่ม