
สมัชชาสุขภาพเสนอรัฐยกเลิกนำเข้าแร่ใยหิน
ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ลงมติ หยุดแร่ใยหิน เสนอรัฐจำกัด - ยกเลิกนำเข้า พร้อมลดภาษีสารทดแทนที่ไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เตรียมพร้อมสังคมไทยลาขาดแร่ใยหินอย่างเด็ดขาดในปี 2555 ได้ข้อสรุปผ่านมติที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นที่
รายงานข่าวระบุว่าในปัจจุบันประเทศไทยได้อนุญาตให้มีการใช้แร่ใยหินได้เพียงชนิดเดียวคือ “ ไครโซไทล์ ” ( Chrysotile ) หรือ แอสเบสตอสสีขาว ซึ่งมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ประเภทกระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องแผ่นเรียบ ฝ้าดเพดาน ฉนวนกันความร้อน ผ้าเบรก คลัตช์ ท่อน้ำซีเมนต์ กระเบื้องยางไวนิลปูพื้น และในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทั้งนี้ อันตรายจากแร่ใยหินเกิดจากอนุภาคที่สามารถฟุ้งกระจายซึ่งเกิดจากการกระทำของผู้ใช้ ในส่วนของกผู้ที่ต้องทำงานกับแร่ใยหิน เช่น การเลื่อยหรือการตัดกระเบื้อง ฝ้า หรือวัสดุที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ การทุบทำลายอาคาร การขนส่งนำแร่ใยหินไปทิ้ง รวมไปถึงอันตรา p จากการเสียดสีของคลัตช์ ผ้าเบรกในรถยนต์ และเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ในไดร์เป่าผม และเครื่องสำอาง หลายชนิด ซึ่งกลายมาเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดอันตรายในวงกว้างต่อประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม อนุภาคดังกล่าวจะกระจายสู่ปอดทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวระบบทางเดินหายใจ และเกิดโรคปอดอักเสบในที่สุด รวมถึงเป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งปอด และโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด
นพ.สุทธิพัฒน์ วงศืวิทย์วิโชติ และ ดร.พญ.ฉันทนา ผดุงเทศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวเวชศาสตร์ ระบุถึง ผลกระทบที่เกิดจากแร่ใยหินในประเทศไทยโดยพบว่า มีผู้ป่วยจากโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดที่มีสาเหตุมาจากแร่ใยหินเป็นรายแรก ซึ่งในกลุ่มของผู้ป่วยมีการพบภายหลังจากที่มีการใช้แร่ใยหินแล้วกกว่า 20 ปีต่อมา
”ข้อมูลดังกล่าวกำลังแสดงให้เห็นถึงพิษจากแร่มหันตภัย ที่เป็นพิษภัยประเภทสะสมต่อเนื่อง !! ษภัยที่เกิดจากแร่ใยหิน จึงเป็นที่ตระหนักของหลายฝ่าย ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก (สคบ . ) ได้กำหนดให้มีการเตือนด้วยตราสัญลักษณ์ให้ผู้บริโภคที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ไม่มีแร่ใยหินสามารถเลือกได้จากการกำหนดสัญลักษณ์ดังกล่าว
จากรายงานเรื่อง “ มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน ” ระบุถึงอันตรายและยืนยันถึงความเป็นสารก่อมะเร็งทุกชนิด ที่ไม่เพียงมีผลต่อสุขภาพของคนที่ทำงานในสถานประกอบการที่ใช้แร่ใยหิ นเท่านั้น แต่มีผลกระทบไปถึงประชาชนทั่วไปอีกด้วย
โดยพิษภัยที่เกิดขึ้นจากแร่ใยหิน ทำให้หลายประเทศทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญ และ กว่า 57 ประเทศได้ยกเลิกการใช้แร่ใยหิน โดยมีการใช้สารทดแทนชนิดอื่นแทน และสำหรับในประเทศไทย มีการใช้แร่ใยหิน มากเป็นอันดับสองของโลก
เครือข่ายสุขภาพหลายองค์กรในประเทศไทย จึงได้เคลื่อนไหวเพื่อให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เกิดจากแร่ใยหิน และนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่เวที “ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ รับรองและบรรจุเข้าเป็นวาระหนึ่งในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 ซึ่งได้ข้อสรุป ดังนี้ ให้กระทรวงการคลังพิจารณายกเลิกการใช้แร่ใยหิน และให้มีการใช้สารทดแทนที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และให้สำนักนายกรัฐมนตรีปรับเพิ่มเกณฑ์ในระเบียบเดิม เรื่องการก่อสร้างอาคารของส่วนราชการ โดยกำหนดไม่ให้ใช้วัสดุที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบในการก่อสร้าง ต่อเติม หรือซ่อมแซมอาคารใหม่อย่างเคร่งครัด โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติให้แล้วเสร็จภายใน ปี 2555
ทั้งนี้มีความเห็นจากคณะทำงานเฉพาะประเด็นที่เสนอให้วัตถุดิบประเภทแร่ใยหิน ต้องถูกยกเลิกในปี 2554 และในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ ซึ่งการยกเลิกจะต้องใช้ระยะเวลา โดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ในการยกเลิกหริอเก็บผลิตภัณฑ์ออกจากตลาด ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นต้องใช้เวลาถึง 5 ปี
นอกจากนี้ยังเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดทำหลักสูตร แกนกลางและหลักสูตรท้องถิ่นประเด็นอันตรายจากการใช้แร่ใยหิน และให้รัฐบาลจำกัดการนำเข้าแร่ใยหินจากต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อน คือสร้างแนวทางให้สังคมไทยปลอดจากแร่ใยหินอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ภาครัฐเองก็มีความพยายามเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปัญหาเรื่องแร่ใยหินในประเทศไทยโดยนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงปัญหาแร่ใยหินในประเทศไทย และภาคอุตสาหกรรมไทยว่า “ ได้มอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม พิจารณาการกำกับดูแลวัตถุอันตรายว่าจำเป็นต้องประกาศเป็นวัตถุอันตรายเพิ่มหรือไม่ โดยเห็นว่าควรจะประกาศให้แร่ใยหินเป็นวัตถุอันตราย ประเภท 3 ที่กำหนดให้การผลิต การนำเข้า การส่งออกหรือการมีไว้ในครอบครองต้องได้รับใบอนุญาต เพราะแร่ใยหินใช้มากในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เช่น กระเบื้องมุงหลังคา หากเข้าสู่ร่างกายมากจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ แต่การประกาศเป็นวัตถุอันตรายต้องพิจารณาให้รอบคอบ และต้องให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัวหากจะประกาศเป็นวัตถุอันตรายประเภทอื่นๆ ต่อไป
ล่าสุดที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 โดยคณะอนุกรรมการวาระที่สองได้พิจารณาผ่านข้อระเบียบวาระ “ มาตรการสังคมไทยไร้แร่ใยหิน ” เป็นที่เรียบร้อย



