ไลฟ์สไตล์

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (13)

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (13)

17 ธ.ค. 2553

หลังพบเรื่องราวเช่นนี้เข้าแล้ว ทำให้ฉันต้องคิดหนักโดยที่รู้สึกว่า “ของบ้านเราแท้ๆ เหตุไฉนคนไทยจึงไม่คิดที่จะทำเอง หากส่งไปให้ชาวต่างชาติมีโอกาสกินหัวพุงหัวมัน ส่วนคนไทยคงต้องกินน้ำใต้ศอกของเขาอีกชั้นหนึ่ง”

 ทั้งนี้ ถ้าเราไม่ดูถูกจุดเล็กๆ เพียงจุดหนึ่ง อาจตกอยู่ในความประมาท มันอาจบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เช่นเดียวกับนิทานอีสปที่ได้กล่าวไว้ว่า น้ำผึ้งหยดเดียวอาจทำให้เกิดสงครามกลางเมือง ก็เป็นได้

 อีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งฉันมักชอบไปเดินเล่นแถวนั้น ก็คือสี่แยกซึ่งที่ถนนตัดกันกับถนนท่าแพร ส่วนอีกด้าน คือที่ทำการไปรษณีย์ ที่สี่แยกตรงนั้นมีร้านขายของจำพวกเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ที่มีชื่อว่า “ตันตราภัณฑ์” ช่วงวันเสาร์อาทิตย์เจ้าของร้านมักนิยมเอากล้วยไม้คัทลียาลูกผสมที่สั่งมาจากเมืองนอกมาแขวนโชว์เอาไว้หน้าร้าน

 คัทลียาลูกผสมต้นนี้ ฉันคิดว่าชื่อ “บัสโซคัทลียา มาดามชามาลองซ์” ซึ่งมีสำเนียงเป็นฝรั่งเศสจึงทำให้เข้าใจว่าคัทลียาต้นนี้คือลูกผสมที่ส่งมาจากฝรั่งเศส เจ้าของมักนำมาแขวนโชว์ ไว้ที่ชายหน้าร้านเป็นประจำ ตัวฉันมักชอบเดินผ่านไปผ่านมา ดูแล้วดูอีก เสมือนส่งสัญญาณภายในจิตวิญญาณความรักความสนใจ ไม่เพียงเท่านั้นในส่วนลึกก็คิดว่าเราต้องมุมานะค้นคว้าหาความรู้ให้ได้

 ทุกครั้งหลังกลับจากในเมือง ฉันก็มุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก กระทั่งเป็นปกตินิสัย ทั้งนี้ ก็เกิดเป็นความรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนงานซึ่งทำงานอยู่บนพื้นดิน ยิ่งอากาศหนาวจัดฉันก็ยิ่งตื่นแต่เช้ามืด หลังจากลงไปเรียกชื่อคนงานแล้วจ่ายงานไปตามพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง ในที่สุดก็หวนกลับมาคลุกคลีอยู่กับคนงานอย่างมีความสุข

 เรื่องงานวิจัยทุกสิ่งทุกอย่างฉันเริ่มรู้สึกว่า “ถ้าเราไม่สามารถจะวิจัยตัวเราเองให้ปรากฏผลอย่างชัดเจนแล้วไม่ว่าคิดวิจัยอย่างอื่นก็คงไม่สำเร็จอย่างแน่นอน”

 นี่แหละ ที่มันทำให้ฉันมีพลังภายในจิตใจตนเองที่สะท้อนออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า “ฉันเป็นคนเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่อง” นอกจากนั้นยังไม่คิดเอารัดเอาเปรียบรวมทั้งรังแกข่มเหงคนอื่น แม้กลางคืนจะอยู่กับแสงตะเกียงบ้าง แสงเทียนไขบ้าง แต่สติปัญญานั้นมันสว่างไสวอยู่ตลอดเวลา

 อนึ่ง หลังจากถูกเรียกตัวเข้าไปสอบบรรจุในกรุงเทพฯ แล้ว จึงทำให้รู้ว่าความจริงไม่ต้องสอบ ทางผู้ใหญ่เขาก็ให้ได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ เพราะตัวฉันเองมีคุณงามความดีให้ผู้คนเคารพรักอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะคนงานในระดับพื้นดินด้วย

"ระพี สาคริก"