
ชงครม.ฟ้องเอไอเอส7.5หมื่นล้านกรณีแก้สัญญาแนบท้ายพรีเพด-โรมมิ่ง
คณะกรรมการมาตรา 22 ชี้มูลค่าความเสียหายกรณีแก้ไขสัญญาแนบท้ายของเอไอเอส รวมมูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาท เสนอข้อสรุปให้ รมว.ไอซีที ก่อนชงเข้า ครม. แนะทีโอทีส่งฟ้องเอไอเอสทันที เผยแนวทางแก้ไข ให้เอไอเอสกลับไปจ่ายพรีเพด 30% อัตราก้าวหน้าสิ้นสุดที่ 35% นำส่งรายได้
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการมาตรา 22 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) กล่าวว่า การตรวจสอบสัญญาสัมปทานกรณีการแก้ไขในสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือที่มีกับบมจ.ทีโอที และบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ที่แก้ไขสัญญาของเอไอเอสทั้งหมด 9 ครั้ง มีสาระสัญญาแนบท้ายครั้งที่ 6 และ 7 โดยมติของคณะกรรมการมาตรา 22 ลงมติเอกฉันท์ 5 ประเด็น โดยได้นำรายละเอียดทุกอย่างส่งให้นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา
รายละเอียดที่เสนอต่อไอซีที ดังนี้ 1.ให้เอไอเอสกลับไปจ่ายส่วนแบ่งรายได้ในระบบพรีเพด (เติมเงิน) ตามเดิมที่ 30% และจะต้องจ่ายในอัตราก้าวหน้าสิ้นสุดที่ 35% 2.ให้เอไอเอสนำรายได้ที่ได้จากการใช้โครงข่ายร่วม (โรมมิ่ง) นำส่งเข้าเป็นรายได้ให้ทีโอทีทันที 3.ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้ตัดสินใจ จะอนุญาตให้เอไอเอสอยู่ในระบบสัมปทานเดิม ที่มีการแก้ไขขยายอายุสัมปทานหรือไม่ เนื่องจากการแก้ไขสัมปทานทำให้เอไอเอสมีอายุ 25 ปี จากเดิมมีอายุ 20 ปี และเอไอเอส ต้องหมดอายุสัญญาสัมปทานตั้งแต่เดือนกันยายน ที่ผ่านมา
4.สรุปมูลค่าความเสียหาย 7.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นความเสียหายจากการแก้ไขสัญญาระบบพรีเพด 5.5 หมื่นล้านบาท การไม่นำส่งรายได้จากบริการโรมมิ่งทันที 2 หมื่นล้านบาท และความเสียหายจากการเก็บภาษีสรรพสามิตอีก 3.5 หมื่นล้านบาท รวมมูลค่า 1.1 แสนล้านบาท และ 5.คณะกรรมการเสนอแนวทางเรียกร้องความเสียหาย ให้ฟ้องร้องเอไอเอสเรียกค่าเสียหายจาก 2 ส่วนข้างต้น คือ พรีเพดและโรมมิ่งเพราะเกิดจากการแก้ไขสัญญารวมเป็นเงินมูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาท หาก ครม.เห็นชอบตามแนวทางดังกล่าว ต้องสั่งมายังทีโอที เพื่อยื่นฟ้องต่อเอไอเอสในคณะอนุญาโตตุลาการ และศาลแพ่งต่อไป
นายจุติ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการมาตรา 22 ส่งรายละเอียดมาแล้ว จะเรียกที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเฉพาะทางที่ไอซีทีตั้งขึ้นมาให้ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนเสนอเข้า ครม.
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า ไม่ได้กังวลกับผลสรุปของคณะกรรมการมาตรา 22 ที่ให้ฟ้องเอไอเอส จำนวนเงิน 7.5 หมื่นล้านบาท เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมาย ส่วนบริษัทต้องรอว่า ทีโอทีในฐานะที่เป็นคู่สัญญาร่วมการงานด้วยกัน จะปฏิบัติกับเอไอเอสอย่างใดบ้าง ซึ่งตามกระบวนการก็คงต้องสู้กันในศาล



