
ผอ.โรงเรียนดังขานรับแนวปฏิบัติรับม.1-4
ผอ.ร.ร.ดังกทม.-ต่างจังหวัดขานรับแนวปฏิบัติรับนักเรียนของสพฐ. มั่นใจปฏิบัติตามได้ เชื่อไม่มีปัญหาเด็กฝาก ชี้นโยบายรมว.ศธ.ชัดเจนรับรอบเดียวจบ ระบุชั้นม.4 มีปัญหาเด็กจบม.3 เดิมล้นแก้ปัญหาใช้ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมม.ต้นเป็นเกณฑ์รับเรียนต่อ
(15ธ.ค.) นายชัยรัตน์ หลายวัชระกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร จ.หนองคาย กล่าวถึงนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียนชั้นม.1 และม.4 ในปีการศึกษา 2554ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า แนวปฏิบัติของสพฐ.ในปีนี้ทำให้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงมีความสบายใจและง่ายในการรับนักเรียนมาก เช่น การกำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องต้องไม่เกิน 50 คนจะมีผลดีต่อการจัดการเรียนการสอนเพราะปัจจุบันจำนวนนักเรียนต่อห้องมากก็จะลำบากในการสอนของครู
ส่วนการให้โรงเรียนเปิดรับนักเรียนได้รอบเดียวนั้นนอกจากเป็นผลดีกับโรงเรียนแล้วยังส่งผลดีต่อสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ด้วยเพราะหากเด็กสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนไม่ได้ก็จะได้มุ่งไปเรียนในสายอาชีวศึกษาได้ โดยที่ผ่านมานักเรียนจำนวนมากพยายามจะเข้าโรงเรียนดังให้ได้และก็จะไปสมัครเรียนในโรงเรียนอื่นไว้ด้วยทำให้มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
"เรื่องเด็กฝากที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายห้ามฝากเด็กนั้นคิดว่าไม่เป็นปัญหากับโรงเรียนแต่จะเป็นประโยชน์มากกว่า ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องเด็กฝากก็พยายามแก้ไขกันอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อมีนโยบายออกมาชัดเจนคิดว่าผู้ปกครองนักเรียนคงเข้าใจและจะไม่มาฝาก แต่หากมีมาฝากเราก็สามารถชี้แจงไปได้ว่าเป็นนโยบายห้ามฝาก " ผอ.โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร กล่าว
นายชัยรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่หลายฝ่ายห่วงเรื่องผู้มีบารมี นักการเมืองที่จะฝากเด็กเข้ามานั้นตนเชื่อว่าทุกคนน่าจะเข้าใจในนโยบายของศธ.และยังเชื่อว่าจะสามารถอธิบายให้บุคคลเหล่านี้เข้าใจได้ อย่างไรก็ตามการการรับนักเรียนยังมีสัดส่วนของผู้มีอุปการคุณที่จะเป็นเงื่อนไขพิเศษรับเข้ามาเรียน เช่น ผู้มีอุปการะคุณพิเศษแต่ไม่ใช่มาบริจาคเงินแล้วจะฝากเด็กอันนี้ไม่ได้ แต่หากเป็นกรณีที่เป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างโรงเรียนจะได้สิทธิตรงนี้
นายเกษม สดงาม ผอ.โรงเรียนสตรีวิทยา 2 กล่าวว่า เห็นด้วยและสนับสนุนนโยบายการรับนักเรียนใหม่ ซึ่งโรงเรียนสตรีวิทยา 2 นั้นมีเด็กในเขตพื้นที่บริการจำนวนมากอย่างปีที่ผ่านมามีเด็กกลุ่มนี้ที่ไม่สามารถสอบเข้าเรียน หรือจับสลากได้ 500 - 600 คน ทำให้ต้องเกลี่ยไปยังโรงเรียนอื่นใกล้เคียงและต้องเพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้องเพื่อรับเข้ามาเรียนบางส่วน
ดังนั้นเมื่อศธ.กำหนดนโยบายจำกัดการรับและให้กำหนดแผนรับที่ตายตัวหากเด็กไม่มีที่เรียนตนไม่แน่ใจว่าผู้ปกครองจะเข้าใจหรือไม่และหากไม่พอใจอาจจะทำให้เกิดปัญหาด้วยหรือไม่ ทั้งนี้โรงเรียนได้กำหนดแผนการรับนักเรียนชั้นม.1ในปีการศึกษา 2554 แล้วจำนวน 12 ห้องเรียน 600 คนหรือห้องเรียนละ 50 คน และมีห้องเรียนพิเศษหลักสูตรอิงลิชโปรแกรม 3 ห้องห้องละ 36 คน จำนวน 108 คน
เรื่องการรับนักเรียนม.4 จะรับเด็กม.3ของโรงเรียนสตรีวิทยา 2 เข้าเรียน80%จะดูจากผลการเรียนเฉลี่ยสะสมของชั้นม.ต้นมาเป็นเกณฑ์ว่าใครจะได้เรียนแผนการเรียนใด ส่วนที่เหลือ20%จะรับเด็กจากโรงเรียนอื่นๆด้วยการสอบและคัดเด็กที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ " ผอ.โรงเรียนสตรีวิทยา2 กล่าว
นายเกษม กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องเด็กฝากนั้นไม่หนักใจเพราะเป็นนโยบายชัดเจนของรมว.ศธ.ที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งเด็กฝากที่จะมีนั้นจะเป็นเด็กผู้มีอุปการคุณจริงๆ เช่น เป็นผู้มอบที่ดินสร้างโรงเรียน บุตรข้าราชการครูของโรงเรียน โดยจะมีการกำหนดสัดส่วนนี้ไม่เกิน 5%
นายประกาศิต ยังคง ผู้อำนวยการโรงเรียน สตรีสมุทรปราการ กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะให้โรงเรียนดังรับนักเรียนได้เพียงรอบเดียว เพราะจะทำให้โรงเรียนอื่นๆสามารถรับเด็กเข้าเรียนได้เร็วขึ้นจากเดิมต้องรอเป็นเดือนกว่าที่จะเริ่มรับเด็กที่พลาดหวังจากโรงเรียนดังเข้าเรียน ส่วนเรื่องของเด็กฝากนั้น เมื่อประกาศชัดเจนก็น่าจะปฏิบัติได้ง่ายขึ้น ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีนักการเมือง ผู้มีบารมีมาขู่บังคับ ส่วนผู้มีอุปการคุณกับโรงเรียนนั้นจะมีสัดส่วนที่ชัดเจนอยู่แล้วและจะมีคณะกรรมการรับนักเรียนเป็นผู้พิจารณาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
”ปัจจุบันโรงเรียนหลายแห่งได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่นในด้านต่างๆ เช่น การสร้างอาคารเรียน หอประชุม ให้แก่โรงเรียนเพราะหากรองบประมาณจากรัฐบาลจะมีความล่าช้าหรืออาจจะไม่ได้รับ ซึ่งตรงจุดนี้คงต้องกำหนดสัดส่วนมีผู้อุปการคุณให้จำนวนหนึ่ง” นายประกาศิต กล่าว
นางสุมนรัตน์ อัศตรกุล ผอ.โรงเรียนเบญจมราชาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่าพอใจกับเกณฑ์การรับนักเรียนในปีการศึกษา2554 เพราะมีการระบุชัดเจนว่ารับนักเรียนเพียงรอบเดียว ทำให้โรงเรียนสามารถชี้แจงกับผู้ปกครองได้และหากจำเป็นโรงเรียนสามารถรับนักเรียนชั้นม. 1 ได้ถึง 50 คนต่อห้อง ส่วนกรณีบุตรหลานของผู้มีอุปการคุณต่อโรงเรียนซึ่งอยู่ในเงื่อนไขเดิมของโรงเรียนก็ให้รับได้โดยเป็นเงื่อนไขพิเศษ
ส่วนการรับนักเรียนชั้นม.1 ที่ให้ใช้สัดส่วนรับเด็กในเขตพื้นที่บริการร้อยละ 50 และนักเรียนทั่วไปร้อยละ 50 ปีนี้โรงเรียนเปิดรับเด็กทั้งสิ้น 386 คนโดยเด็กในเขตพื้นที่บริการนั้นจะให้เด็กทุกคนสอบเพื่อรับเข้าเรียนตามลำดับคะแนนที่สอบได้ หากเด็กในเขตพื้นที่บริการไม่เต็มจำนวนรับ ก็จะดึงเด็กทั่วไปที่สอบได้เข้ามาแทน
นางสุมนรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนชั้นม.4 ที่ให้รับนักเรียนจบชั้นม.3 เดิมร้อยละ 80 และรับนักเรียนทั่วไปร้อยละ 20 นั้นโรงเรียนมีเด็กจบม.3เดิมมากกว่าจำนวนที่รับได้โดยอยู่ที่ห้องละ 50-53 คน จึงจะรับโดยดูจากผลการเรียนเฉลี่ยสะสมม.ต้นของนักเรียนและนำมาเรียงลำดับคะแนนเพื่อรับเข้าเรียนต่อม.4 และเปิดสอบคัดเลือกนักเรียนทั่วไปด้วย
”สำหรับปัญหาเด็กฝากนั้นมั่นใจว่าเมื่อนายชินวรณ์มีนโยบายออกมาชัดเจนเช่นนี้และให้รับเพียงรอบเดียว โรงเรียนก็รับนักเรียนได้สะดวกขึ้นและเชื่อว่าไม่มีปัญหาเด็กฝากเพราะชี้แจง กับผู้ปกครองได้”นางสุมนรัตน์ กล่าว



