ไลฟ์สไตล์

สพฐ.ใช้แบบฝึกซ่อมเสริมแก้อ่าน-เขียนต่ำเกณฑ์ได้

สพฐ.ใช้แบบฝึกซ่อมเสริมแก้อ่าน-เขียนต่ำเกณฑ์ได้

15 ธ.ค. 2553

สพฐ.ปลื้มเผยสำรวจชี้หนังสือแบบฝึกซ่อมเสริมแก้ปัญหาเด็กอ่าน-เขียนต่ำกว่าเกณฑ์ได้ผล เดินหน้าทำคู่มือสอนปรับตารางสอนสอนภาษาไทยตอนเช้า ชี้เด็กสมองเปิดรับมากขึ้น

(15ธ.ค.) ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการติดตามและประเมินผลการใช้หนังสือแบบฝึกซ่อมเสริมแก้ไขปัญหานักเรียนชั้น ป.3 ที่อ่านเขียนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และคู่มือการเรียนการสอนภาษาไทย ตามโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย
 
 จากการสำรวจความคิดเห็นกลุ่มศึกษานิเทศก์ 128 คน ผู้บริหารโรงเรียน 1,549 คน ครูผู้สอนภาษาไทย 1,497 คน และนักเรียน 7,339 คน ทั้งแบบสอบถาม และสัมภาษณ์ พบว่า กลุ่มผู้บริหารโรงเรียน และศึกษานิเทศก์เห็นว่า หนังสือดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการแก้ไขได้ตรงตามสภาพปัญหาการอ่าน การเขียนของนักเรียนชั้น ป.3 ที่อ่านเขียนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และหนังสือคู่มือการเรียนการสอนภาษาไทยมีประโยชน์ และเสริมความรู้สำหรับการจัดการเรียนการสอนต่อครูผู้สอนในระดับมาก

 เลขาธิการกพฐ. กล่าวอีกว่า หากติดตามสภาพการใช้หนังสือฯ พบว่า นักเรียน 99.31% ชอบทำกิจกรรมในหนังสือดังกล่าว และนักเรียน 99.06% เห็นว่าเมื่อทำกิจกรรมในหนังสือแบบฝึกซ่อมเสริมแล้ว ทำให้อ่านและเขียนภาษาไทยดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเดือน ก.พ.2554 สพฐ.จะมีการติดตามผลจากการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ด้วยว่า นักเรียนชั้น ป.3 ที่อ่านเขียนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมีผลสัมฤทธิ์ในวิชาภาษาไทยดีขึ้นหรือไม่  

 “ขณะนี้ได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ไปจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับคู่มือในการจัดตารางสอนตามข้อเสนอแนะจากการสำรวจความคิดเห็น ที่ระบุว่าการที่จะกระตุ้นให้เด็กอ่านเขียนได้ดีนั้น จะต้องจัดตารางสอนวิชาภาษาไทยให้เหมาะสมด้วย เช่น ในเวลาช่วงเช้า เพราะเป็นช่วงที่สมองพร้อมที่จะรับรู้ นอกจากนี้ยังได้มอบให้สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำข้อมูลในพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่มีอัตราการอ่านเขียนต่ำกว่ามาตรฐาน เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก และมอบให้สำนักทดสอบทางการศึกษา ประสานกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) นำวิธีการจัดทำแบบทดสอบมาซักซ้อมให้แก่เด็กก่อนทำข้อสอบ เพื่อให้เด็กมีความพร้อม เพราะจากการวิเคราะห์การปรับข้อสอบของปีที่ผ่านมาที่มีหลายตัวเลือก ทำให้เด็กไม่มีความคุ้นเคย ขณะเดียวกันยังมอบให้กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สพฐ.จัดทำตัวชี้วัดเพื่อประเมินประสิทธิภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาด้วย” ดร.ชินภัทร กล่าว

 เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ติดตามภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ การจัดทำแผนระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เป็นรูปธรรม ซึ่งได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาได้ติดตามในเรื่องนี้ต่อไป นอกจากนี้ ต้องเร่งดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารอัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สอดรับกับนโยบายที่จะมีอัตรารองรับผู้สำเร็จการศึกษาจากโครงการครูพันธุ์ใหม่ โครงการครูต่างๆ ที่ได้รับทุนจาก สพฐ. และการเปิดสอบคัดเลือกบุคคลทั่วไปด้วย ซึ่ง สพฐ.ต้องประชุมปรึกษาหารือ และสรุปข้อมูลต่างๆ เสนอให้ผู้บริหารระดับนโยบายได้รับทราบข้อมูลเพื่อการตัดสินใจต่อไป ขณะเดียวกันในปี 2554 จะต้องดำเนินการต่อเนื่องในการประเมินสมรรถนะครูและพัฒนาครูทั้งระบบต่อไปด้วย” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว