
ผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม"ครองทิพย์" พลิกแล้งสู่รายได้เสริมชุมชน
ภาวะเศรษฐกิจที่ขึ้นๆ ลงๆ หากพึ่งพาตนเองได้ ถือเป็นการแก้ปัญหาและประคองชีวิตให้อยู่ได้อย่างมีทิศทาง ซึ่งสอดคล้องตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดัง ชุมชนบ้านหนองครอง ต.โคกล่าม อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด โดยการนำของ วรวุฒิ วิชัยศรี นา
"ทุกปีชาวบ้านประสบภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค แต่เริ่มดีขึ้นหลังกรมทรัพยากรธรณีมาทำระบบประปาชนบท ทำให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์มากขึ้น จากเดิมต้องอาศัยน้ำผิวดินหรือน้ำฝนเป็นหลัก ต่อเมื่อปี 2551 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เข้ามาปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาล ชุมชนจึงมีน้ำดื่มที่สะอาดบริโภค พร้อมรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะนั้น ได้จัดสรรงบจากโครงการพัฒนาศักยภาพชุมชน (เอสเอ็มแอล) จึงนำมาต่อยอดจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผลิตน้ำดื่มตรา ครองทิพย์ จำหน่าย" วรวุฒิแจงถึงที่มาของการรวมกลุ่มผลิตน้ำดื่ม
จากนั้นปลายปี 2551 วรวุฒิบอกว่า ได้ทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อขอรับรองคุณภาพน้ำจากคณะกรรมการอาหารและยา เมื่อได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพ (อย.) ก็ดำเนินการผลิตน้ำดื่มเพื่อจำหน่าย โดยส่งขายใน อ.จตุรพักตรพิมาน อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด และบางส่วนส่งไปจำหน่ายยังจังหวัด ซึ่งชุมชนมีรถยนต์บริการส่งให้ถึงที่
เพิ่มศักดิ์ ศรีน้อย ผู้ควบคุมการผลิต กล่าวถึงเป้าหมายการผลิตว่า "เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำดื่มที่สะอาด ราคาถูก ถูกหลักอนามัย จากเดิมที่ต้องซื้อลิตรละบาทกว่า แต่พอผลิตได้เองก็ลดค่าใช้จ่ายได้กว่าครึ่ง ส่วนการดำเนินงานชาวบ้านจะหมุนเวียนมาทำวันละ 2 รอบ แบ่งเป็นช่วงเช้าถึงบ่าย และเย็นถึงค่ำ มีเวลาพัก 3-4 ชั่วโมง เพราะต้องจัดสรรน้ำเพื่อใช้ในหมู่บ้านด้วย รอบหนึ่งๆ จะใช้ 6-8 คน ทำความสะอาดขวดน้ำ บรรจุน้ำลงขวด บรรจุหีบห่อ โดยอาสาสมัครหรือชาวบ้านที่มาทำจะไม่ได้เงินเดือน"
ทั้งนี้ การผลิตมีหลายขนาด เช่น ขวด 20 ลิตร ขวดละ 10 บาท แต่ละเดือนมีรายได้ 7 หมื่นกว่าบาท ซึ่งต้องนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันรถ ค่าขวดน้ำ รวมแล้วกว่าบาท 5 หมื่นบาทต่อเดือน หักลบค่าใช้จ่ายเหลือ 2 หมื่นกว่าบาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะนำมาจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในชุมชน ส่งเสริมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชน และแบ่งเป็นค่าตอบแทนให้อาสาสมัคร
ทว่า ผลพวงการดำเนินวิถีข้างต้น นอกจากชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีน้ำดื่มสะอาดไว้บริโภค ชาวบ้านใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ยังส่งผลให้เกิดความสามัคคีในชุมชน รู้จักพึ่งพาตนเอง ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ที่สำคัญยังทำให้ชาวบ้านรู้จักอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำมากยิ่งขึ้น



