ไลฟ์สไตล์

ยกสมบัติให้ลูก

ยกสมบัติให้ลูก

10 ธ.ค. 2553

ดิฉันมีเรื่องอยากทราบค่ะ คืออยู่กินกับสามีมา 12 ปี ไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีลูกด้วยกัน 1 คน ดิฉันรับราชการ ส่วนสามีทำบริษัทเอกชน ที่ผ่านมาก็อยู่ด้วยกันมาดีกว่า 10 ปี ไม่มีปัญหา

 แต่เริ่มมีปัญหาตรงที่ว่า สามีต้องทำงานออกต่างจังหวัดบ่อย แล้วเกิดไปติดพันผู้หญิงอีกคน ทำให้เกิดปัญหาในครอบครัว
 หลังจากที่มีเรื่องราวกันหลายครั้ง ปรากฏว่า ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ยอมหยุด ตามมาที่บ้าน แล้วบอกว่าจะเอาเรื่องกับสามีถ้าไม่รับผิดชอบ ดิฉันรับไม่ได้จริงๆ เพราะดูแล้วสามีก็ไม่มีใจอยู่ที่ฉันอีกแล้ว หลังจากเจ็บช้ำมามากไม่อยากทนช้ำใจต่อไปจึงขอจบกันดีกว่า
 อยากทราบว่า ถ้าต้องเลิกกันจริง เรื่องทรัพย์สินที่มีอยู่จะจัดการอย่างไรได้บ้าง ดิฉันมีบ้าน รถ และทรัพย์สินที่เป็นสินทรัพย์ร่วมกัน ขณะนี้สามียังไม่ได้พูดเรื่องนี้ แต่ดิฉันอยากจะเตรียมตัวไว้ก่อน แล้วเรื่องลูกสามีต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้าง
 จิ๊บ
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา  สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า การที่คุณอยู่กินด้วยกันในฐานะสามีภรรยาแล้วไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ในทางกฎหมายแล้วจึงไม่ได้รองรับ ดังนั้นหากเลิกรากัน ทรัพย์สินที่หามาได้ทั้งหมดขณะที่อยู่ด้วยกัน จะเรียกว่า เป็นหุ้นส่วนกันนั้น ก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง
 ซึ่งการแบ่งทรัพย์สินในส่วนนี้บางทีก็ยากที่จะพิสูจน์ว่า เป็นของใคร แต่จะดูจากสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นของที่หามาได้ร่วมกัน หรือว่าต้องใช้ร่วมกันในครัวเรือน ทางที่ดีอาจจะคุยกับสามีก่อนเพื่อหาทางออกร่วมกัน เพราะถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วก็น่าจะตกลงกันได้ เช่น อาจจะคุยกันว่า ยกบ้านหรือทรัพย์สินบางอย่างให้เป็นของลูก เพราะในเมื่อสามีเป็นคนที่ทำให้เกิดปัญหานี้ ก็น่าจะยกทรัพย์สินที่มีให้แก่ลูกไปเสีย แต่ถ้าสามีไม่ยอมก็คงต้องไปพิสูจน์แล้วก็แบ่งกันไปตามความเป็นจริง
 ส่วนเรื่องของลูกนั้น คาดว่า น่าจะใช้นามสกุลของพ่อ ซึ่งน่าจะหมายความพ่อได้จดทะเบียนรับรองความบุตรแล้ว แม้คุณจะไม่ได้จดทะเบียนกัน แต่เรื่องของสิทธิของลูกที่พ่อและแม่ต้องมีให้นั้น คือ เป็นความรับผิดชอบที่เลี่ยงไม่ได้ ทั้งคุณและสามียังต้องรับผิดชอบลูกอยู่ เบื้องต้นอาจจะคุยกับสามีว่าจะส่งเสียลูกอย่างไร การคุยกันด้วยเหตุผลโดยนึกถึงลูกน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับคุณและสามี
 ลุงแจ่ม