
ธรรมรส กับ บทเพลง
ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ วันอาทิตย์ ๒๘ พฤศจิกายน ข้าพเจ้าได้รับนิมนต์จาก "หมวดสมคิด" คนแปดริ้ว หรือ พ.ต.ท.พชรเกรียงชัย สิงหนาท ผู้เป็นเหลนโดยสายเลือดของ สมเด็จเจ้าพระยา กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ซึ่งเป็นพระอนุชาของรัชกาลที่ ๑ ให้ไปเทศน์ที่ วัดบางไทร อ.บางน้
หลายคนอาจสงสัยใฝ่ถามว่า การเทศน์ธรรมะกับการร้องเพลงเป็นไปด้วยกันได้ดอกหรือ แน่นอนว่า นักบวชไม่ใช่นักร้อง จึงไม่อาจร้องเพลงแบบนักร้องได้ และนักร้องก็ไม่ใช่นักบวชจึงไม่อาจเทศน์แบบนักบวชได้ แต่ทั้งนักร้องและนักบวชต่างทำหน้าที่ของตนร่วมกันบนเวทีเดียวกันได้ และทำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เป็นการเสริมกันและกันให้เกิดความสมบูรณ์
ตัวอย่างเช่น การเทศน์เรื่องความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอก ดังที่ปรากฏในบทเพลง "ยอยศพระลอ" ที่คุณชินกร ไกรลาศ บรรเลงขับร้องไปเมื่อสักครู่นี้นั้น เป็นการนำเสนอเฉพาะในแง่ของ "อัสสาทะ" คือแง่ด้านที่ชวนให้เกิดความยินดีเพียงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงของเรื่องพระลอนั้นเล่า ทุกคนทราบดีว่า จบลงด้วยโศกนาฏกรรม เป็นการตายหมู่สังเวยความรักนั่นเอง
เพราะความจริงก็คือ "ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ที่ใดมีรักที่นั่นมีโศก ที่ใดมีรักที่นั่นมีภัย ถ้าไม่มีความรักเสียแล้ว ทุกข์โศกภัยก็ไม่มี"
การเทศน์ประกอบเพลง และการร้องเพลงประกอบเทศน์นั้น ทั้งนักร้องและนักเทศน์จะกำหนดกันไว้ก่อนเพื่อให้สอดรับกัน โดยนักเทศน์จะเทศน์เข้าหาประเด็นของเพลงที่นักร้องจะร้อง เมื่อถึงช่วงที่เหมาะควรก็จะส่งลูกไม้ต่อให้นักร้องทำหน้าที่ร้อง เพลงนั้น เมื่อนักร้องขับขานจนจบ นักเทศน์ก็นำเนื้อร้องมาเทศน์ต่อให้ชัดเจนในทางธรรม แล้วก็จะเชื่อมโยงเข้าหาเพลงต่อไป
เช่น เทศน์เรื่องกามสังวร รักเดียวใจเดียว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับหญิงอื่น ประพฤติตนเป็นพ่อพระของหญิงผู้เป็นภรรยา คุณอุมาพร บัวผึ้ง ก็รับด้วยเพลงที่มีเนื้อร้องขึ้นต้นว่า "ไม่นึกไม่ฝันว่าจะพบกันได้ เห็นมีแต่ในความฝัน...."
ขอนำเสนอ "ธรรมะจากข่าว" ว่าด้วยธรรมรส กับ บทเพลง เป็นการเจือจานอาหารใจในช่วงปีใหม่นี้ หากนักบวชและนักร้องใดเห็นควรจะนำไปใช้รูปแบบนี้บ้าง ก็น่าจะเป็นการปรับปรุงแนวการเทศน์ให้ทันกิเลสคนมากขึ้นกว่าเดิม และเป็นการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ระหว่างทางโลกกับทางธรรมได้อย่างแท้จริง ท่านใดสนใจโปรดติดต่อศิลปินแห่งชาติ ชินกร ไกรลาศ โทรศัพท์ ๐๘-๑๙๒๒-๒๔๑๔
"ธรรมะจากข่าว"
ท่านจันทร์ www.prajan.com



