
"ชินวรณ์ให้อาชีวะรับนศ.2รอบดันเพิ่มสัดส่วนสูงกว่าร้อยละ33
ชินวรณ์ มอบนโยบายรับนักเรียนปี 2554 ให้สพฐ.รับนักเรียนรอบเดียว อาชีวะรับนศ. 2 รอบพร้อมให้สอศ.แนะแนวเชิงรุกดึงเด็กเข้าเรียนอาชีวะให้สูงกว่า 33% ชี้ผลสำรวจ 3 ปีผู้ประกอบการต้องการผู้ที่จบปวช.-ปวส.มากกว่าผู้ที่จบปริญญาตรี
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2553 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างหลักเกณฑ์และวิธีการรับนักศึกษาระดับปวช.ในปีการศึกษา 2554 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เสนอโดยตนได้ให้นโยบายแก่เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.ว่า ปัจจุบันมีเด็กม.ต้นเข้าเรียนสายสามัญ 67% สายอาชีวะ 33% อยากให้เพิ่มจำนวนเด็กเข้าเรียนสายอาชีวะเป็น 60% และสายสามัญลดเหลือ 40% ภายในปีการศึกษา 2561
ซึ่งเป็นปีที่สิ้นสุดของนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองของศธ.โดยตนต้องการให้ในปีการศึกษา 2554 มีเด็กเข้าเรียนสายอาชีวะสูงกว่า 33% จึงได้ให้โรงเรียนมัธยมสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)เปิดรับนักเรียนเพียงรอบเดียว และให้สถานศึกษาสังกัดสอศ.รับนักศึกษาปวช.ได้ 2 รอบซึ่งในรอบแรกให้รับเด็กเก่งได้เข้าเรียนตามความสามารถและถนัด ส่วนรอบสองรับเด็กที่สอบเข้าสายสามัญไม่ได้ เพื่อเด็กเข้าเรียนอาชีวะมีจำนวนเพิ่มขึ้น
นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ได้ให้นโยบายสอศ.ให้ดำเนินการแนะแนวเชิงรุกเพื่อให้เด็กมัธยมให้ความสำคัญกับการศึกษาสายอาชีพโดยเน้นย้ำเรื่องเรียนอาชีวะเรียนฟรีมีงานทำระหว่างเรียน หรือเรียนอาชีวะเรียนฟรี 15 ปีต่อปริญญาตรีได้สายปฏิบัติการ การให้เด็กเก่งเรียนอาชีวะฐานวิทย์ และให้สอศ.ไปหามาตรการจูงใจเพื่อสนับสนุนการเรียนสายอาชีวะให้สูงขึ้นตามเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง(กปน.)เช่น นักเรียนที่เรียนเก่งเรียนดีสามารถเรียนอาชีวะฐานวิทย์ได้ นักเรียนเรียนเก่งเรียนดีสมัครเรียนอาชีวะเลือกสาขาได้ตามความสนใจ
รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันเพื่อให้การรับนักเรียนเป็นไปอย่างบูรณาการโดยให้มีการร่วมมือกันระหว่างสอศ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) จึงได้สั่งการให้เลขาธิการทั้ง 3 หน่วยงานไปหารือกันในรายละเอียดเพื่อกำหนดแผนการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2554 ให้ชัดเจน รวมทั้งแก้ปัญหาที่เป็นข้อจำกัดเช่น การออกใบระเบียนแสดงผลการเรียน(รบ.) เพื่อให้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนอาชีวะตามสนใจและความถนัด
นอกจากนี้ ได้ให้สพฐ.เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ และเปิดโอกาสให้เครือข่ายผู้ปกครองของสอศ.และสช.เข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการรับนักเรียนให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ หลังจากนั้นจะมีการประชุมผอ.โรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงในวันที่ 6 มกราคม 2554 จากนั้นก็จะมีการประกาศนโยบายการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2554 ให้ชัดเจน
การรับนักศึกษารอบสองนี้เป็นหน้าที่ของ สอศ.จะต้องไปสร้างแรงจูงใจให้เด็กระดับมัธยมศึกษาสนใจมาเรียนเพิ่มมากขึ้น จะ ต้องทำให้เห็นว่าเมื่อมาเรียนอาชีวศึกษาก็เป็นหลักประกันการทำงานในอนาคตได้ ซึ่งจากการสำรวจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานั้นพบว่าความต้องการแรงงานของสถานประกอบการนั้นต้องการแรงงานที่จบ ปวช. และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มากกว่าปริญญาตรี ผู้ประกอบการมีความต้องการผู้จบอาชีวะมากกว่าสายสามัญ อยากให้ผู้ปกครองเปลี่ยนค่านิยมหันมาสนับสนุนให้ลูกหลานเข้าเรียนอาชีวะมากขึ้น” รมว.ศธ. กล่าว



