ไลฟ์สไตล์

ปลูกถั่วเหลืองหลังทำนาปีทางเลือกใหม่ของเกษตรกร

ปลูกถั่วเหลืองหลังทำนาปีทางเลือกใหม่ของเกษตรกร

13 ธ.ค. 2553

ขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 122.2 ล้านไร่ หรือร้อยละ 38.2 ของพื้นที่ทั้งประเทศ (320.7 ล้านไร่) สามารถผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นอาหารอย่างข้าวครองแชมป์มาเป็นอันดับหนึ่งของโลกมายาวนาน

 แต่ปรากฏว่า ถั่วเหลือง ซึ่งเป็นพืชอาหารอีกชนิดหนึ่งกลับต้องนำเข้าจากต่างประเทศปีละ 1.72 ล้านตัน และกากถั่วเหลืองเพื่อเป็นอาหารสัตว์อีกปีละ 3.03 ล้านตัน มีมูลค่าปีละกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท เพราะประเทศไทยสามารถผลิตได้เพียงปีละ 0.20 ล้านตัน ในพื้นที่ปลูกเพียง 0.76 ล้านไร่ จึงต้องมีการนำเข้าคิดเป็นมูลค่ามหาศาล

 จากข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า ในปี 2536 มีพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองทั้งสิ้นกว่า 3 ล้านไร่ แต่จากการสำรวจล่าสุดในปีนี้ (2553) เหลือพื้นที่ปลูกเพียง 8 แสนไร่เท่านั้น ขณะที่ความต้องการถั่วเหลืองภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านตันต่อปี แต่ไทยผลิตได้เพียง 1.2 แสนตันต่อปีเท่านั้น ส่วนที่เหลือต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ

 สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ในปีการผลิต 2553 มีพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองทั้ง 754,530 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละประมาณ 252 กิโลกรัม คาดว่าจะมีผลผลิตถั่วเหลืองทั้งประเทศในปีนี้ประมาณ 190,016 ตัน หรือร้อยละ 13 ของความต้องการบริโภคภายในประเทศ ทำให้ในแต่ละปีต้องนำเข้าจากประเทศ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ของภาคอุตสาหกรรมมากถึงร้อยละ 87 หรือประมาณปีละ 1.58 ล้านตัน

 นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวบนเวทีเสวนาหัวข้อ "อนาคตของถั่วเหลือง พืชทางเลือกของเกษตรกรไทยในวันนี้" ซึ่งจัดขึ้นในงาน "สาธิตการเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองด้วยเครื่องจักรกล" ซึ่งจัดโดยบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด และสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ที่บ้านหนองกิโล ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ปัจจุบันถั่วเหลืองนับเป็นพืชน้ำมันที่มีความสำคัญที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นพืชควบคุมภายใต้คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแลนโยบายการผลิต การนำเข้าและส่งออก

 เนื่องจากสถานการณ์การผลิตถั่วเหลืองในประเทศที่กรมส่งเสริมการเกษตรทำการรวบรวมข้อมูล พบว่า เกษตรกรได้ปรับลดพื้นที่การปลูกน้อยลง แล้วหันไปปลูกพืชพลังงานทดแทน จนเหลือพื้นที่การปลูกในปี 2553 เพียง 754,530 ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 1.9 แสนตัน ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้บริโภค จึงต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ บราซิล อาร์เจนตินา สหรัฐอเมริกา และประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ส.ป.ป.ลาว และกัมพูชา

 ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และตอบสนองความต้องการใช้ภายในประเทศให้มากขึ้น กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับจังหวัดศรีสะเกษ และบริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงจัดโครงการส่งเสริมการปลูกถั่วเหลืองหลังการเก็บเกี่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงฤดูแล้ง  โดยโครงการดังกล่าวนอกจากเป็นการเสริมเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ยังเป็นการส่งเสริมการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งลดการนำเข้าอีกด้วย

 ด้าน นายวีระชัย เชาว์ชาญกิจ รองประธานอำนวยการอาวุโส บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ทางสยามคูโบต้าได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมปลูกถั่วเหลืองหลังเก็บเกี่ยวข้าวในภาคอีสาน 16 จังหวัด มาตั้งแต่ปี 2552 เนื่องจากเห็นว่า ในพื้นที่ภาคอีสานส่วนใหญ่เกษตรกรจะทำนาปี หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วจะทิ้งนาเพื่อเดินทางไปขายแรงงานตามหัวเมืองใหญ่ จะกลับมาอีกครั้งในฤดูทำนา ทิ้งนาโดยเปล่าประโยชน์นานถึง 8 เดือน เพราะเกษตรกรเองก็ไม่ทราบว่าจะปลูกพืชอะไร เพื่อเป็นการเสริมรายได้ในช่วงหลังทำนา ทางสยามคูโบต้าจึงมีแนวคิดส่งเสริมการปลูกถั่วเหลืองหลังการเก็บเกี่ยวข้าวขึ้นมา เพราะถั่วเหลืองสามารถปลูกในพื้นที่ภาคอีสานได้ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อยด้วย

   “โครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกถั่วเหลือง เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าของเกษตร ที่จะให้มีรายเสริม หากเกษตรกรมีที่นา 10-20 ไร่ ก็สามารถปลูกได้ การเก็บเกี่ยวนั้นสามารถดัดแปลงรถเก็บเกี่ยวนวดข้าวของคูโบต้าได้  หากปลูกได้ไร่ 300 กิโลกรัม เกษตรกรจะมีกำไรไร่ละประมาณ 2,500 บาท โดยทางเราจะประสานด้านการตลาดให้ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท กรีนสปอต (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตน้ำนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์ หรือผู้ผลิตน้ำมันพืชตรากุ๊ก รวมถึงประสานแหล่งเงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำกัด (ธ.ก.ส.) เพราะมองว่าถั่วเหลืองเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ประเทศไทยต้องนำเข้าจำนวนมาก ถ้าไทยเราปลูกถั่วเหลืองเองได้ ไม่ต้องขายที่อื่น ขายตลาดในประเทศ นอกจากมีตลาดแน่นอน สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรแล้ว ใบของถั่วเหลืองสามารถบำรุงหน้าดินได้ด้วย และที่สำคัญ ถั่วเหลืองที่เรานำเข้านั้น ประเทศเหล่านั้นล้วนแต่ปลูกถั่วเหลืองที่ตัดแต่งพันธุกรรม หรือจีเอ็มโอทั้งนั้น" นายวีระชัย กล่าว

 นายประจวบ ตยาคีพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานรัฐกิจและองค์กรสัมพันธ์บริษัท กรีนสปอต (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตน้ำนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์ กล่าวว่า กรีนสปอร์ตผลินนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์มากว่า 50 ปีแล้ว ที่ผ่านมาใช้วัตถุดิบถั่วเหลืองที่นำเข้า 80% ใช้ถั่วเหลืองที่ผลิตในประเทศ 20% เน้นจากประเทศแคนาดา และต้องเป็นถั่วเหลืองที่ไม่ใช่จีเอ็มโอเท่านั้น ได้ลงนามข้อตกลงซื้อขายผลผลิตถั่วเหลืองระหว่างสมาชิกนิคมสหกรณ์แม่แตง จ.เชียงใหม่ กับบริษัท กรีนสปอต (ประเทศไทย) จำกัด ปีนี้จึงลดการนำเข้าเหลือ 65% และปี 2554 จะใช้วัตถุดิบถั่วเหลืองภายในประเทศ 40% หากมีการส่งเสริมการปลูกในพื้นที่ภาคอีสานเป็นเรื่องที่ดี ทางกรีนสปอร์ตเองก็ยินดีรับซื้อ เพราะตั้งเป้าไว้ว่า จะลดปริมาณนำเข้าให้น้อยที่สุด อย่างปี 2555 ต้องใช้ถั่วเหลืองที่ผลิตภายในประเทศ 50% และกำลังมองว่าอนาคตจะทำอย่างไรให้มีสัดส่วนที่กลับกัน หรือถ้าเป็นไปได้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ 100% เต็ม ซึ่งราคาถั่วเหลืองเบอร์ 1 ที่กรีนสปอตรับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 19.25 บาท ส่วนเบอร์ 2 อยู่ที่ 18.20 บาท

 ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร ที่นำที่นาว่างเปล่า หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวนาปี เพราะนอกจากจะสร้างรายได้ ไม่ต้องอพยพไปขายแรงงานแล้ว ยังทำให้สภาพดินสมบูรณ์ขึ้นจากใบและต้นถั่วเหลืองอีกด้วย

ดลมนัส  กาเจ