
ภูกระดึงเดินเองได้ไม่เอากระเช้า
ภูกระดึง ภูยอดตัดที่มีสัณฐานเป็นรูปหัวใจ บนความสูง 1,288 เมตรจากระดับน้ำทะเล บรรยากาศบนภูกระดึงหนาวเย็นตลอดทั้งปี อุดมสมบูรณ์ ด้วยป่าสน ป่าเบญจพรรณ สัตว์ป่า และพรรณไม้ที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากมายหลายจุด หน้าผา ทุ่ง
ความขึ้นชื่อเรื่องความยากลำบากในการเข้าถึง ทำให้มีแนวคิดเรื่องการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ซึ่งได้รับเสียงคัดค้านจากนักอนุรักษ์ธรรมชาติตลอดมา จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้ หอการค้า จ.เลย ได้วางแผนก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นอีกครั้ง
ชมรมโอเคเนเจอร์ ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดสร้างกระเช้าไฟฟ้า จึงจัดทริปขึ้นใช้ชื่อว่า "ภูกระดึง เดินเองได้ ไม่เอากระเช้า" มีผู้ร่วมเดินทางกว่า 40 ชีวิต อายุตั้งแต่ 10 ขวบ ไปจนถึง 60 ปี เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ภูกระดึง เดินถึง เดินเองได้ ไม่ว่าจะอายุและน้ำหนักตัวเท่าใด ขอเพียงมีความอดทน มุ่งมั่น ก็สามารถเป็นหนึ่งใน “ผู้พิชิตภูกระดึง” ได้อย่างแน่นอน
บนเส้นทางเดินเท้าขึ้นสู่ความสูง จากที่ทำการ ถึงหลังแปในระยะทาง 5.5 กม. นักท่องเที่ยวทุกคนล้วนเสมอภาคกันที่จะใช้สองเท้า พร้อมกำลังกายและกำลังใจ พาตัวเองขึ้นสู่เป้าหมายเบื้องหน้า
สำหรับฉัน ภูกระดึงเปรียบเสมือนเพื่อนเก่า แม้มีโอกาสเที่ยวชมหลายครั้ง แต่ความความตื่นเต้นก็ไม่เคยลดลง ภูกระดึงยังคงเปี่ยมมนต์เสน่ห์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและรักการผจญภัย หลายคนในทริปนี้เป็นผู้สูงวัยและเดินทางมาเป็นครั้งแรก โดนตั้งคำถามแบบท้าทายว่าจะเดินขึ้นไหวหรือ แต่ก็ไม่มีเพื่อนร่วมทางของฉันแม้แต่คนเดียวที่จะหันหลังกลับ
หลังจากเสร็จสิ้นการชั่งน้ำหนักสัมภาระเพื่อให้ลูกหาบแบกขึ้นไป หัวใจเริ่มออกเดินนำหน้าสองเท้า ภาพของซำแฮกปรากฏชัดในความรู้สึก แม้จะเริ่มรู้สึกเหนื่อยหนักมาก ฉันยังเต็มเปี่ยมด้วยพลังใจที่จะนำสองขาฝ่าต้านแรงดึงดูดโลก หันมามองดูลูกหาบช่างอดทนและแข็งแรงนัก ต้องขึ้นลงทุกวันกับน้ำหนัก
50 กิโลกรัม ยังไม่ปริปากบ่นสักคำ แถมยังพูดหยอกล้อกับนักท่องเที่ยวได้อย่างสนุกสนาน
เหงื่อที่ไหลรินกับค่าแรงที่ไม่มากนักแต่ก็เป็นค่าตอบแทนที่พวกเขาพอใจ เสริมรายได้จากการทำนา-ทำไร่ ถือเป็นอาชีพเสริม แน่นอนว่า หากมีกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ลูกหาบคงตกงานแน่นอน
เมื่อถึง ซำแฮก เสียงแม่ค้าร้องเรียกให้มานั่งพักเหนื่อยในร้าน ในเพิงมุงจากเล็กๆ ในแต่ละร้าน ในแต่ละซำ ก็จะมีร้านค้าเล็กๆ แบบนี้ ถือเป็นการกระจายรายได้ให้ชาวบ้านที่นี่ เพราะแม่ค้าพ่อค้าเหล่านี้จะมีรายได้ก็ในฤดูกาลท่องเที่ยว ประมาณ 4 เดือน ( ตุลาคม- กุมภาพันธ์ ) เท่านั้น
จากซำแฮก สู่ ซำบอน ซำกกกอก ซำกอซาง พร่านพรานแป ซำกกกว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน จะเห็นการเปลี่ยนไปของสภาพป่าตามระยะทางความสูงที่มากขึ้น เสน่ห์ของพันธุ์ไม้ เสียงนกร้องนานาชนิด ผีเสื้อบินทักทาย เสียงกิ่งไผ่สีกันยามลมพัด ที่สำคัญ การให้กำลังใจกันและกันของเพื่อนร่วมทริปและเพื่อนร่วมทางแปลกหน้า สร้างมิตรภาพและรอยยิ้ม ทดแทนความเหนื่อยล้าได้ตลอดระยะทาง
เส้นทางจาก “ซำแคร่” ไปจนถึง “หลังแป” ในระยะทาง 1,020 เมตร จัดให้เป็นเส้นทางที่หินที่สุดในการเดินขึ้นภูกระดึง เพราะเต็มไปด้วยก้อนหินใหญ่-น้อยตลอดเส้นทางที่ลาดชัน แต่ในที่สุด พวกเราก็มาถึงหลังแปกันทุกคน ด้วยความภาคภูมิใจ ว่า เราคือ ผู้หนึ่งที่ได้พิชิตภูกระดึง ความเหน็ดเหนื่อยแม้จะมี แต่เมื่อเหงื่อเหือดแห้งหายไป เราก็ลืมเลือนไปได้ แต่ความภาคภูมิใจ ยังคงอยู่ในความทรงจำของเราไปแสนนาน
พวกเราชาวโอเคเนเจอร์ ได้ไปสอบถามความเห็นจากทั้งนักท่องเที่ยว แม่ค้า และเจ้าหน้าที่อช. ส่วนใหญ่ล้วนไม่เห็นด้วยกับการสร้างกระเช้าไฟฟ้า และจากสถิติของอุทยานฯ ภูกระดึงที่สอบถามนักท่องเที่ยว พบว่า มีถึง 70% ที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างกระเช้า
หลังจากการสร้างกระเช้าไฟฟ้า จะตามมาด้วยระบบขนส่งและสาธารณูปโภคต่างๆ แล้วจะต้องทำลายผืนป่าอีกมากเพียงใด หากว่าเพียงเพื่อนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ต้องการความสะดวกสบายได้ขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติบนภูกระดึง หากจะอ้างว่าเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้สัมผัสภูกระดึงบ้าง เราก็พบว่ามีผู้สูงอายุ 75 ปี สามารถเดินเท้าขึ้นภูกระดึงได้ รวมถึงในทริปของเราก็มีผู้ที่อายุ 40-60 ปีอยู่รวมอยู่หลายคน
เสน่ห์ของการเที่ยวภูกระดึง คือการเดินสัมผัสกับธรรมชาติตามเส้นทาง ดอกไม้ตามรายที่แตกต่างไปในแต่ละฤดูกาล ต้นสนรูปร่างแปลกตา อากาศที่บริสุทธิ์ ฉันไม่เห็นว่าการใช้กระเช้าไฟฟ้าเป็นพาหนะ จะชื่นชมธรรมชาติตามรายทางได้อย่างไร จะเห็นได้ว่าแหล่งท่องเที่ยวที่รถยนต์ไปถึง และมีภูมิประเทศไม่แตกต่างจากภูกระดึงมากนัก กลับไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าภูกระดึง
การที่ภูกระดึงสามารถคงความงดงามทางธรรมชาติไว้ได้ โดยไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เพราะการเดินเท้านี่เอง ฉันไม่รู้ว่าหากวันใดวันหนึ่งเกิดมีกระเช้าไฟฟ้าขึ้นมา ภูกระดึงจะมีมนต์เสน่ห์เหมือนเดิมหรือไม่
www.oknation.net/blog/pasalarksee
หมายเหตุ : อ่านเรื่อง-ชมภาพกว่า 20 entry จากทริป "ภูกระดึง เดินเองได้ ไม่เอากระเช้า" ได้ที่ลิงก์ www.oknation.net/blog/OKnatureclub



