ไลฟ์สไตล์

รับรถใหม่ขับรถใหม่

รับรถใหม่ขับรถใหม่

12 ธ.ค. 2553

ก็มาถึงวันสุดท้ายของ มหกรรมยานยนต์ ที่ยิ่งใหญ่หนึ่งในสองงานโชว์รถประจำปี ก็กวาดยอดขายถล่มทลายทะลุเป้าที่ผู้จัดงานวาดหวังเอาไว้ หลายคนอาจจะมาจับจ้องจองรถกันในงานพร้อมๆ กับที่อีกหลายคนจับจองกันตามโชว์รูมใกล้บ้านกันเรียบร้อย

 จากวันนี้ก็เป็นวันเวลาของการรอคอยรถคันใหม่ หลายคนเคยซื้อรถใช้รถมาแล้วหลายคัน หลายคนรถคันนี้อาจจะเป็นรถคันแรกทีอดออมกันมานานนับปี มีผู้ค้ารถดาษดื่นมีผู้ซื้อรถกันวันละหลายคัน หลายคนยังข้องใจว่าถ้าจะไป รับรถใหม่ (ทั้งป้ายแดงและมือสอง) จะต้องตระเตรียมอะไรกันบ้างเพื่อการรับรถคันใหม่

 ก่อนอื่นอยากให้ทุกคนที่จะไปถอยรถใหม่ (เออ!! ทำไมถึงพูกว่าถอยรถไม่พูดกันว่าออกรถเดินหน้าก็ไม่รู้เนาะ) รับรู้และเชื่อมั่นเอาไว้ก่อนว่ารถที่เราจะไปถอยออกมานั้นคือรถที่ดีที่สุดในโลกที่อัฉริยะบุคคลทางรถยนต์ได้คิดออกแบบคาดการณ์กันไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว เพราะความเชื่อมั่นจะทำให้คุณขับรถได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย เมื่อทำใจได้อย่างนั้นแล้งในวันรับรถก็ควรจะหันไปสนใจกับเรื่องของเอกสารสัญญากันมากกว่าตัวรถ ลองดูทีว่าเมื่อตอนไปจองแล้วสัญญากันว่าจะได้โน่นได้นี่ เมื่อวันจะไปรับรถแล้วได้ตรงตามที่พูดที่เขียนกันไว้หรือเปล่า ถ้าทุกอย่างได้ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

 จากนั้นก็มาตรวจสอบหนังสือสัญญาเรื่องดอกเบี้ยเรื่องเงินผ่อน เป็นไปตามที่พูดคุยกันไว้ไหม เรื่องการรับประกันสินค้ามีเงื่อนไขอย่างไร การรับประอุบัติเหตุภาคบังคับบริษัท รับประกัน มีความเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ทุกอย่างเป็นเรื่องที่จะต้องครุ่นคิดถกเถียงไตร่ตรองกันอย่างรอบคอบก่อนที่จะลงนามในเอกสารว่าคุณรับรถในสภาพเรียบร้อย เพราะเมื่อถึงตอนนั้นปัญหาทั้งทางจักษุ ทั้งทางเอกสารถ้าเกิดขึ้นคุณก็จะได้รับการโยน การชี้ไปที่นั่นแผนกโน่นแผนกนี่ แล้วคุณก็จะต้องมาเสียเวลากับการรอคอยอันไร้สาระที่จะได้คำตอบว่าที่นี่หรือรุ่นนี้ก็เป็นอย่างนี้ (นโยบายของบริษัท) แหละครับ (ค่ะ)

 เมื่อทุกอย่างตกลงกันด้วยดี (เพราะรอมานานและอยากขับคันใหม่ซะที) ควรหาโอกาสไปคุยกับผู้รับผิดชอบฝ่ายบริการดูบ้างว่าเมื่อครบกำหนดเวลาส่งส่วย เอ๊ย เข้ารับบริการนั้น ในแต่ละครั้งมี ค่าใช้จ่ายอะไรเท่าไหร่ อะไรฟรีบ้าง อะไรต้องเสียเงินและอะไรบ้าง ที่จะถูกยัดเยียดให้จ่ายเพราะถ้าไม่คุยกันตอนนี้ เซลส์ขายรถที่คุณเจอกันวันแรกนับญาติกันเป็นพี่เป็นน้องเป็นป๋าเป็นเฮียนั้นคุณจะไม่ได้จะเจอเขาอีกต่อไป (เพราะเขาต้องหาเหยื่อรายอื่นๆ) สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อมีโอกาสพูดคุยกับฝ่ายบริการก็คือถาม ถามและถามเช่นใช้เชื้อเพลิงอะไรได้บ้าง รันอินต้องทำอย่างไรจะ เปลี่ยนยางเปลี่ยนแมกซ์ ให้มันโตขึ้นกว้างขึ้นจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ฯลฯ

 เมื่อหายข้องใจเรื่องการบริการแล้วก็ต้องถามถึงเรื่องการใช้งานอุปกรณ์ที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากรถคันก่อนที่คุณรู้จักว่าแต่ละชิ้นแต่ละอันนั้นเมื่อไรจะใช้อย่างไร เท่านี้ก็คงจะครบถ้วนกระบวนความพร้อมแล้วที่จะออกรถจากโชว์รูม มาขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญที่คุณจะต้องรับรู้และเตรียมการเอาไว้ก็คือการปรับตัวปรับใจให้เข้ากับรถคันใหม่เลิกลืมความเคยชินจากรถคันเก่าไปได้แล้วเพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนกันทุกวันเปลี่ยนกันชั่วลัดนิ้วมือ

 คุณจำเป็นอย่างยิ่งต้องศึกษา(ขับ)ด้วยตัวคุณเองแล้วปรับตัวให้เข้ากับรถใหม่เพราะคุณไม่สามารถที่จะทำรถให้เข้ากับความเคยชินของคุณ คุณต้องใช้เวลาสักระยะสามวันเจ็ดวันเพื่อที่จะปรับตัวปรับตาให้แก่ทัศนวิศัยรอบด้านผ่านกระจกทุกบาน ต้องเรียนรู้อย่างรวดเร็วถึงน้ำหนักเท้าที่กดคันเร่งเบรกหรือคลัตช์ เพราะทุกอย่างจะไม่เหมือนรถคันก่อนอีกต่อไปแล้วแม้ว่าคุณจะขับรถมานานและผ่านการใช้รถมาหลายคันแล้ว

 ท้ายที่สุดเมื่อคุณปรับตัวปรับใจให้เข้ากับบุคลิกของรถคันใหม่ได้แล้วพร้อมที่จะไปได้ทุกที่ทุกเวลา คุณต้องไม่ลืมที่จะเตือนตนเองว่ากฎของจักรวาลกฎของโลกผุๆ ใบนี้มีมานานแสนนานแล้วว่า ไม่มีอะไรดีพร้อมหรือสมบูรณ์ไปหมดทุกอย่างรถที่คุณเพิ่งได้มาก็อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ครับทำใจเอาไว้