
ม.หอการค้าไทยย่อห้องเรียนลง'ไอโฟน'
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยต่อยอดการเรียนการสอนระบบไฮบริดเปิดเอ็ม-เลิร์นนิ่ง นวัตกรรมการเรียนบนโลกออนไลน์ผ่านมือถือไอโฟน 3จี เปิดอิสระให้เรียนออนไลน์ที่ทรูคอฟฟี่และทรูไลฟ์ ประเดิมรุ่นแรกใช้กับนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจ
ดร.เอกชัยอภิศักดิ์กุล คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยและคณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มกค.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเดินหน้า โครงการเอ็ม-เลิร์นนิ่ง(m-Learning มาจากMobile Learning) คือการเรียนผ่านโทรศัพท์มือถือโดยร่วมกับ"ทรู" พัฒนาเนื้อหาสำหรับไอโฟน 3จี ซึ่งเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูง เหมาะกับการเรียนการสอนในระบบเอ็ม-เลิร์นนิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่เป็นระบบสัมผัสคีย์บอร์ดเสมือนจริง สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งไวไฟ และบลูทูธ 2.0 ซึ่งมหาวิทยาลัยก็มีระบบไวไฟครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่อยู่แล้ว ส่วนการดาวน์โหลดบทเรียน โปรแกรมซาฟารี (Safari Browser) สามารถแสดงผลได้เต็มหน้าเว็บเพจ พร้อมฟังก์ชั่นการซูม สามารถเก็บบทเรียนไว้ในเครื่องได้ เนื่องจากมีหน่วยความจำในตัวถึง 8 กิกะไบต์
ขณะที่แบตเตอรี่ใช้ดูคลิปการเรียนและเข้าอินเทอร์เน็ตได้ถึง5 ชั่วโมง ช่วยให้นักศึกษารับส่งอีเมลบทเรียน รวมถึงคลิปที่บันทึกด้วยไอโฟนผ่านโปรแกรมอีเมล ทั้งตัวเครื่องยังน้ำหนักเบาเพียง 135 กรัม นักศึกษาจึงน่าจะนิยมพกพาและใช้งาน
เราวางแผนจะแจกไอโฟน3จี ให้นักศึกษาที่แจ้งความประสงค์จะรับเทคโนโลยีดังกล่าว โดยไม่คิดค่าเล่าเรียนเพิ่มตลอดหลักสูตร ซึ่งมีมูลค่า 2.3 แสนบาท ดร.เอกชัยกล่าว
รศ.จีรเดชอู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า ระยะแรกของโครงการเอ็ม-เลิร์นนิ่ง จะเป็นการเสริมการเรียนในห้องเรียนปกติ เช่น ดาวน์โหลดไฟล์ภาพ เสียงหรือเนื้อหาในห้องเรียน สำหรับนักศึกษาสามารถทบทวนเนื้อหาได้จากทุกที่ทุกเวลา
เราทุ่มงบซื้อไอโฟน3จี แจกนักศึกษาแล้วกว่า 10 ล้านบาท หรือประมาณ 600 เครื่อง คาดว่าจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2552 หรือเปิดเทอมใหม่ที่จะถึงนี้ กับนักศึกษาปริญญาโทหลักสูตรบริหารธุรกิจเป็นกลุ่มแรก ก่อนขยายผลในหลักสูตรอื่นต่อไป
การเรียนผ่านระบบมือถือไอโฟน3จี ผู้เรียนเพียงลงทะเบียนเรียนด้วยวิธีปกติกับมหาวิทยาลัยและแจ้งความประสงค์การเรียนผ่านระบบดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยจะแจกอุปกรณ์การเรียนให้ จากนั้นก็สามารถล็อกอินเข้าดาวน์โหลดเนื้อหาทั้งไฟล์ภาพ เสียง คลิปวิดีโอได้ไม่พลาดสักรายวิชา โดยเรียนเสริมจากการนั่งเรียนในห้องเรียนเดิม
"ในอนาคตหากตัวนักศึกษามีความรู้และเข้าใจในเทคโนโลยีการเรียนผ่านมือถือมากพอ ทางมหาวิทยาลัยอาจจะเดินหน้าสู่การพัฒนาหลักสูตรที่เรียนผ่านระบบมือถืออย่างเดียว เพื่อเป็นช่องทางให้นักศึกษาสามารถเรียนจากจุดไหนก็ได้และเข้าถึงมากที่สุด" อธิการบดีกล่าว
ทั้งนี้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรโดยวางแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนระบบการเรียนการสอนเป็นแบบไฮบริด ที่ผสมผสานระหว่างการเรียนกับอาจารย์ในห้องเรียน เข้ากับการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ที่นักศึกษาต้องเตรียมบทเรียน โดยหาข้อมูลและดาวน์โหลดบทเรียนจากอินเทอร์เน็ตก่อนเข้าชั้นเรียน
วิธีข้างต้นช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักศึกษาด้วยกันและอาจารย์ จากการเรียนรูปแบบเดิมที่นักศึกษามาฟังการสอนจากอาจารย์อย่างเดียว โดยได้มอบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กให้นักศึกษาใหม่ปีการศึกษา 2551 จำนวน 5,000 เครื่อง
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์2552 ได้ขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพิ่มอีก 5 เท่า เป็น 1.1 กิกะไบต์ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นสถาบันที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในประเทศ
กานต์ดา บุญเถื่อน



