ไลฟ์สไตล์

นโยบายอุตสาหกรรมสุขภาพเร่งธุรกิจโตสช.ชี้ขัดธรรมนูญสุขภาพปี52 -ชงเข้าคสช.24ธ.ค.

นโยบายอุตสาหกรรมสุขภาพเร่งธุรกิจโตสช.ชี้ขัดธรรมนูญสุขภาพปี52 -ชงเข้าคสช.24ธ.ค.

10 ธ.ค. 2553

สช.ชี้บอร์ดบีโอไอออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมสุขภาพขัดธรรมนูญสุขภาพปี 52 ชงคสช.พิจารณา24 ธ.ค.นี้ชี้เร่งให้ธุรกิจเติบโตยิ่งกระทบบริการสุขภาพคนไทย

จากกรณีที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) เห็นชอบการปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพโดยปรับปรุงและเพิ่มเติมประเภทกิจการ โรงพยาบาล จากเดิมกำหนดให้ต้องมีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนไม่น้อยกว่า 50 เตียงเป็นเกินกว่า 30 เตียงขึ้นไปและได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่ 5-8 ปีตามเขตที่ตั้งโดยวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ 100%ของมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตลอดอายุโครงการ

นพ.อำพลจินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(คสช.) กล่าวว่านโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพของบีโอไอขัดกับข้อ 51 ของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติพ.ศ.2552 ที่ออกตามพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติพ.ศ.2550 ซึ่งกำหนดว่ารัฐไม่พึงให้การสนับสนุนหรือสิทธิพิเศษทางภาษีและการลงทุนกับบริการสาธารณสุขที่มุ่งเน้นผลประโยชน์เชิงธุรกิจ แม้ธรรมนูญจะไม่มีบทลงโทษ แต่เป็นสิ่งที่ผูกพันหน่วยงานภาครัฐให้คำนึงถึงด้วย ดังนั้น สช.จะนำประเด็นนี้หารือในการประชุมคสช.ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเช่นเดียวกับบอร์ดบีโอไอในวันที่24 ธันวาคมนี้

เลขาธิการคสช. กล่าวอีกว่าการที่บอร์ดบีโอไอมีมติในเรื่องนโยบายดังกล่าว เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติหรือเมดิคัลฮับ แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการพัฒนาสถานพยาบาลรับรองผู้ป่วยต่างชาติและมีการเติบโตมาก โดยที่รัฐไม่ต้องสนับสนุน และการที่บีโอไอเห็นชอบให้ขยับลดขนาดสถานพยาบาลจาก 50 เตียงเหลือ30 เตียงอาจเป็นเพราะจำนวนผู้ที่มารับการส่งเสริมน้อย แสดงว่าธุรกิจนี้ไม่ต้องรับการส่งเสริมก็เติบโตได้ เชื่อว่าการที่มีนโยบายเช่นนี้เพราะต้องการเร่งการเติบโตของธุรกิจด้านสุขภาพ แต่ไม่แน่ใจว่าได้ศึกษาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อบริการสุขภาพคนไทยหรือไม่ อาจยิ่งส่งผลให้กระทบต่อสุขภาพคนไทยมากขึ้น

การที่ธรรมนูญจะต้องเขียนไว้ในข้อ51 เพราะเห็นว่าการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษยธรรมไม่ควรปล่อยเป็นการบริการเชิงแสวงหากำไร ยิ่งถ้าเป็นการเปิดบริการโดยหวังบริการคนต่างชาติ แสดงว่าต้องใช้ทรัพยากรที่มีในประเทศไปบริการชาวต่างชาติด้วย ก็จะกระทบคนไทยส่วนใหญ่ในชนบท นพ.อำพลกล่าว

ทั้งนี้การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 พ.ศ.2553 ระหว่างวันที่15-17 ธันวาคมนี้ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ จะมีการหารือในเรื่องเมดิคัลฮับ รวมถึงประเด็นอื่นอีก 7 ประเด็นเช่น การแก้ปัญหาวัยรุ่นไทยกับการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม ความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนพิการ