ไลฟ์สไตล์

เตือนใช้เครื่องประดับผสมนิเกิลระวังผิวหนังอักเสบ-ผื่นคัน

เตือนใช้เครื่องประดับผสมนิเกิลระวังผิวหนังอักเสบ-ผื่นคัน

10 ธ.ค. 2553

พญ.พู่กลิ่นตรีสุโกศล หัวหน้ากลุ่มงานผื่นแพ้สัมผัสและอาชีวเวชศาสตร์ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า จากสถิติการเข้ารับการรักษาโรคผิวหนังในหลายปีที่ผ่านมา พบว่า ผู้ป่วยที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบ มีสาเหตุจากแร่นิเกิลมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยในปี 2552 มีผู้เข้ามาตรวจรักษา

จากสถิติทางสถาบันผิวหนังหรือคลินิกผิวหนัง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พบว่าโลหะนิเกิลเป็นสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ผื่นคัน และนำมาสู่ปัญหาผิวหนังอักเสบเป็นอันดับ 1 จากการสอบประวัติผู้ป่วยพบว่าส่วนมากสัมผัสโลหะนิเกิลจากการสวมเครื่องประดับ เช่น ต่างหูที่มีส่วนผสมของโลหะนิเกิล

พญ.พู่กลิ่นกล่าวด้วยว่า ผู้ป่วยกว่าครึ่งไม่ทราบว่าตนเองแพ้อะไร แต่หากมาพบแพทย์ผิวหนัง แพทย์จะใช้วิธีสังเกตอาการภายนอกก่อน เช่น หากพบว่ามีอาการเป็นผื่นแดงที่ติ่งหู และมีน้ำเหลืองเป็นหนอง ก็คาดการณ์ก่อนได้ว่าอาจแพ้แร่นิเกิล จากนั้นเพื่อการยืนยันผลที่ชัดเจน ทางแพทย์จะใช้วิธี PATCH test โดยแพทย์จะปิดแผ่นสารทดสอบที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุของผื่นแพ้ไว้ที่แผ่นหลังหรือต้นแขนบริเวณผิวหนังปกติและอ่านผลการทดสอบใน 48-96 ชั่วโมงหากผลปรากฏว่าเป็นการแพ้สารนิเกิลก็จะให้ยารักษาผื่นคันทั่วไป

ผู้ป่วยเองก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนิเกิลด้วยแต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือจำเป็นต้องใช้จริงๆ เช่น ในกระดุมเสื้อหรือเข็มขัด แนะนำว่าสามารถใช้ยาทาเล็บประเภทใส มาทาเคลือบหัวเข็มขัดและกระดุมเสื้อ เพื่อป้องกันการสัมผัสโดยตรงได้ พญ.พู่กลิ่นกล่าว

นพ.จิโรจสันธวานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า แม้ว่าผื่นคันจากนิเกิลจะไม่ใช่อาการที่ร้ายแรงก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นภัยสุขภาพอย่างหนึ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากการคันจากผื่นแพ้ นั้นสร้างความรำคาญใจแก่ผู้ป่วยได้เช่นกัน จึงเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากมีผิวที่ต้องเป็นผื่นแดง แห้ง ตามผิวหนังอย่างแน่นอน แต่ก็มีน้อยคนจะทราบว่าตัวเองแพ้โลหะชนิดนี้ ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจ หากมีอาการผื่นคันตามใบหน้า ร่องแก้ม ติ่งหู แนะนำว่าควรรีบปรึกษาแพทย์และรับยาไปรักษาจะดีกว่า