ไลฟ์สไตล์

ค่ายสร้าง(คน)เด็กอุเทนคน(เด็กอุเทน)สร้างตึกให้น้อง

ค่ายสร้าง(คน)เด็กอุเทนคน(เด็กอุเทน)สร้างตึกให้น้อง

05 เม.ย. 2552

“ทุกครั้งที่ไปค่ายอาสา สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดก็คือ การได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ที่ตื่นเต้นกับอาคารหลังใหม่ที่เพิ่งจะสร้างเสร็จสดๆ ร้อนๆ จากที่เคยเหนื่อยกับการทำงานหนักทุกวันตั้งแต่วันแรกที่เริ่มค่ายจนถึงวันสุดท้าย ความเหนื่อยที่มีมาทั้งหมดมันก็หายไป

การมาค่ายอาสาครั้งนี้ถือว่าเป็นการส่งท้ายที่จะได้ทำอะไรเพื่อมหาวิทยาลัยบ้างก่อนที่จะเรียนจบ เมื่อเรียนจบแล้วคิดว่าคงจะไม่มีโอกาสทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว” คือคำบอกเล่าของ "เจ" น.ส.ประภาพร ยงยืน ปี 5 สาขาวิศวกรรมโยธา ถึงความตั้งใจในการมาออกค่ายอาสาพัฒนาของ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

 โดยปีนี้ชาวค่ายอาสาพัฒนาของคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้มาสร้างอาคารห้องสมุดขนาด 8x16 เมตร 1 หลัง และปรับปรุงอาคารโรงอาหาร รวมถึงปรับปรุงซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดต่างๆ ในโรงเรียนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 15 วัน คือวันที่ 13-27 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา ให้แก่โรงเรียนสวนกล้วยห้วยชันวิทยาคาร อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น

 เช่นเดียวกับ "กุ๊ก" น.ส.ณิชาภา สุขนิรันดร์ ปี 1 สาขาวิศวกรรมโยธา อีกหนึ่งสาวในค่ายอุเทนอาสา ก็บอกว่า  การมาออกค่ายในครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้มาทำแบบนี้ อิฐทุกก้อน ทรายทุกเม็ดที่ได้ก่อสร้างเป็นอาคารคือหยาดเหงื่อแรงกายและแรงใจของชาวค่ายทุกคน ค่ายแห่งนี้ถึงงานจะหนัก แต่ทุกคนก็สู้เต็มที่ เพราะทุกคนมีแรงใจให้กันตลอด เดินไปทางไหนก็จะพบแต่รอยยิ้มที่อยู่คู่กับการทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจของชาวค่ายทุกคน แดดจะร้อน ฝนจะตก ทุกคนก็ยังยิ้มสู้ เหนื่อยทุกคนเหนื่อยด้วยกัน ไม่มีใครกินแรงเพื่อน และทุกคนก็รอคอยวันที่จะได้มอบอาคารหลังนี้ให้แก่น้องๆ

 ในฐานะอาจารย์ประธานค่ายอย่าง "ครูหมู" อ.พรชัย อัจฉริยะเมธากร บอกว่า การที่ได้ไปออกค่ายกับนักศึกษาที่หมุนเวียนมาแต่ละปีแต่ละรุ่นนั้น เป็นสิ่งที่รู้สึกภาคภูมิใจไปกับความสำเร็จของทุกค่าย ที่มีโอกาสได้เห็นการเติบโตของเด็กที่มาค่ายแต่ละคน บางคนไม่เคยทำงานก่อสร้างก็ได้มาทำและตั้งใจเรียนรู้ โดยมีเพื่อนๆ ช่วยกันสอน บางคนไม่เคยทำกับข้าวก็ต้องทำ

 และบ่อยครั้งที่ชาวค่ายต้องกินข้าวที่หุงไม่สุกและอาหารรสชาติแปลกๆ แต่ทุกคนก็อิ่มใจกับฝีมือตัวเอง แต่ที่สำคัญค่ายอุเทนอาสามีการกำหนดเวลาในการทำงานอย่างชัดเจนทุกวัน จะต้องมีเป้าหมายในการทำงานและต้องทำให้เสร็จตามแผนงานที่วางไว้ และที่น่าอิ่มใจในฐานะของคนที่เป็นอาจารย์ก็คือ การได้เห็นลูกศิษย์รักใคร่ปรองดองช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดเวลานั่นเอง 

 ด้าน อ.สมนึก หนูเส็ง ที่คลุกคลีอยู่กับค่ายอาสาพัฒนาของอุเทนถวายมากว่า 30 ปี บอกว่า การที่แต่ละค่ายของอุเทนถวายต้องกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัดนั้น จะส่งผลดีต่อนักศึกษาเอง เพราะจะได้เรียนรู้การทำงานจริงด้วยความทุ่มเท ทดสอบความอดทน เพราะในโลกแห่งการทำงานจริงนั้นจะโหดร้ายกว่านี้เยอะ รวมถึงการเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนก้าวออกมาสู่โลกภายนอก

 นอกจากชาวค่ายอาสาของอุเทนถวายจะลงพื้นที่สร้างอาคารเรียนแล้ว อีกกิจกรรมที่อยู่คู่กับค่ายนี้มาตลอด ก็คือ โครงการ นำความรู้สู่ชุมชน โดยการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง ตั้งแต่การวางฐานราก ก่ออิฐ ฉาบปูน มุงหลังคา ปูกระเบื้อง ทำมุ้งลวด แม้กระทั่งการตกแต่งสวนหย่อมและทางเดินรอบนอกด้วย

 เรียกได้ว่างานนี้ชาวบ้านที่ไม่เคยได้เห็นขั้นตอนของงานก่อสร้างก็จะได้เข้าสัมผัสของจริง ที่สามารถนำกลับไปประกอบอาชีพได้ต่อไป รวมถึงทีมอาจารย์และนักศึกษาที่จะเข้ามาสมทบเพื่อสอนวิชาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพ้นท์เสื้อ กระเป๋าผ้า การทำดอกไม้ประดิษฐ์ และงานฝีมือต่างๆ ให้แก่เด็กนักเรียนและชาวบ้าน เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพต่อไปด้วย
 เช่นเดียวกับ "นิน" อนิรนท์ เอียดเต็ม ปี 3 ต่อเนื่อง สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ที่งานนี้แม้จะไม่ได้มาสร้างอาคาร แต่ก็มาสร้างความรู้ให้แก่เด็กและชาวบ้านในโครงการนำความรู้สู่ชุมชนกับทีมอาจารย์จากคณะและเพื่อนๆอีก 6 ชีวิต ก็บอกว่า แม้ช่วงเวลาที่มาสอนวิชาชีพต่างๆ ให้เด็กๆ นั้นจะสั้น แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือ การได้สร้างและให้สิ่งใหม่ๆ กับคนอื่น ทำให้มีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นสายตาทุกคนจ้องมองวิธีทำงานประดิษฐ์ต่างๆ อย่างจดจ่อและลงมือทำด้วยความตั้งใจ การที่ได้มาออกค่ายในครั้งนี้ ยังทำให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆของแต่ละพื้นที่

 "น้องบุ๊ค" ด.ช.กิตติเมธ นารี ชั้น ป.6 โรงเรียนสวนกล้วยห้วยชันวิทยาคาร ที่มาร่วมเรียนเพ้นท์เสื้อ บอกว่า รู้สึกดีใจที่มีพี่ๆ มาสอนและมาสร้างอาคารห้องสมุดให้ เสื้อที่ได้จะเอามาใส่และดูแลรักษาอย่างดี ส่วนอาคารห้องสมุดหลังใหม่จะบอกเพื่อนทุกคนว่าจะต้องช่วยกันดูแลรักษาให้สมกับที่พี่ๆ มาสร้างให้ และอยากขอบคุณพี่ๆ ที่เสียสละเวลามาทำสิ่งเหล่านี้ให้น้องๆ

 ด้าน ครูจามรี ศิริจันทร์ ครูโรงเรียนสวนกล้วยห้วยชันวิทยาคาร ที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกแก่ชาวค่ายในทุกๆ เรื่อง บอกว่า รู้สึกทึ่งในความสามารถของชาวค่ายทุกคน ถึงความตั้งใจและทุ่มเทในการทำงาน ไม่เคยเห็นเด็กคนไหนนั่งพักในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ ทำงาน มีแต่ช่วยกันทำงาน ยามไม่สบายต่างก็ช่วยกันดูแล งานทุกอย่างเดินหน้าไปด้วยความรวดเร็วแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นฝีมือของนักศึกษาปี 1

 การที่นักศึกษากลุ่มนี้ออกมาสร้างโอกาสให้เด็กๆ ในโรงเรียนก็จะเป็นตัวอย่างให้เด็กๆ ที่กำลังจะเติบโตเหล่านี้ได้เห็นว่า มีคนที่มีโอกาสมากกว่ามาสร้างโอกาสให้แล้ว พวกเขาก็จะจดจำเอาไว้ในวันที่มีโอกาสเหมือนพี่ๆ เขาก็จะมีแรงกระตุ้นให้อยากทำแบบพี่ๆ บ้าง ซึ่งผลดีที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่อาคารหนึ่งหลัง แต่ยังช่วยสร้างสำนึกดีให้เกิดขึ้นกับคนอีกหลายร้อยคนที่มีส่วนร่วมในครั้งนี้ด้วย

        0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0