ไลฟ์สไตล์

มาร์คสั่งวธ.ใช้มิติวัฒนธรรมปรองดอง

มาร์คสั่งวธ.ใช้มิติวัฒนธรรมปรองดอง

09 ธ.ค. 2553

“มาร์ค” สั่งวธ.เจ้าภาพใช้มิติวัฒนธรรมร่างแผนปรองดองแห่งชาติจากทุกระทรวง ผู้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ เสนอ ศธ. ปรับเนื้อหาการเรียนรู้เน้นเด็กดีมีคุณธรรมมากกว่าเก่ง คาดได้ข้อสรุปภายในเดือนธ.ค. ก่อนเสนอให้ครม.พิจารณา

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2553 นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ วธ. เป็นเจ้าภาพในการพิจารณาข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้รัฐบาลดำเนินการใช้ศิลปวัฒนธรรมมาสนับสนุนการแก้ปัญหาสังคมตามแผนปรองดองแห่งชาติ

เมื่อเร็วๆนี้ วธ.ได้จัดการประชุมผู้แทนกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุป ซึ่งในที่ประชุมได้มีข้อเสนอให้มีการจำลองปัญหาวัฒนธรรมที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศมีเรื่องอะไรบ้าง ข้อเสนอแนะที่จะใช้แก้ปัญหาในเรื่องการสร้างความปรองดอง เช่น การพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน และการประเมินผลที่จะส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ศาสนาให้มีบทบาทสำคัญ โดยนายสมพร เทพสิทธา สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กลุ่มภาคสังคม การศึกษา ศิลปวัฒนธรรมและศาสนา ได้เสนอว่า กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ควรมีการปรับหลักสูตรพัฒนาเนื้อหาการเรียนรู้ จากเดิมเน้นวิชาการร้อยละ 70 และหลักสูตรพัฒนาผู้เรียนร้อยละ 30 ให้เป็นสัดส่วนร้อยละ 50 ต่อ 50 แทน โดยให้เหตุผลว่าการศึกษาไทยต้องพัฒนาเด็กให้มีความดี มีคุณธรรมก่อนความเก่ง

 ปลัดวธ.กล่าวอีกว่า สำหรับหน้าที่ของ วธ. จะนำข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ที่มอบหมายให้ วธ. ข้างต้นนำมาจำแนกเป็นประเด็นทั้งหมด 12 ประเด็น จากนั้นให้หน่วยงานมาร่วมประชุมให้ข้อมูลว่าในแต่ละประเด็น กระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ ได้ดำเนินการอะไรบ้าง นอกจากนี้ วธ. ได้ขอให้แต่ละหน่วยงานเสนอว่าจะใช้กลไกลในการขับเคลื่อนแผนปรองดองแห่งชาติที่ใช้มิติศิลปวัฒนธรรมมาดำเนินการอย่างไร เช่น กระทรวงมหาดไทย จะมอบหมายให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนจังหวัดทำอะไรบ้าง เพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดแก่ประชาชน ชุมชน รวมทั้งกระทรวงการคลังในการสนับสนุนให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีอากรแก่บริษัทต่างๆที่ดำเนิงานเพื่อสังคม ที่สำคัญผู้แทนจาก ศธ. ได้มีการเสนอให้นำข้อสรุปจากหน่วยงานต่างๆ ในเรื่องแผนปรองดองแห่งชาติไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ด้วย เพื่อให้มีการเชื่อมโยงในการทำงานอย่างเป็นระบบ

 “จากนั้นให้แต่ละหน่วยงานนำเสนอแผนกลับมายังที่ประชุมภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อ วธ. จะได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป” นายสมชาย กล่าว