ไลฟ์สไตล์

เป้ามีสำนักปฎิบัติธรรมเพิ่ม3พันแห่ง

เป้ามีสำนักปฎิบัติธรรมเพิ่ม3พันแห่ง

08 ธ.ค. 2553

มส.ตั้งเป้าให้วัดมีสำนักปฎิบัติธรรมเพิ่ม 3 พันแห่งทั่วประเทศ เน้นสอนวิธีปฎิบัติธรรมให้ถูกต้อง มีทิศทางเดียวกัน สำนักพุทธฯ รับสนองงานประสานศูนย์ปรานงานสำนักปฎิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย ส่งเสริมสำนักปฎิบัติธรรมของคณะสงฆ์ต่อไป

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2553  พระพรหมสุธี กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เปิดเผยว่า จากการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ ประจำปี 2553 ณ วัดคลองตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเร็วๆนี้ มส. ต้องการให้เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมเข้าใจแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะปัจจุบันคณะสงฆ์เห็นว่า การปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนเป็นเรื่องสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา ซึ่งสำนักปฏิบัติธรรมต้องสอนวิธีปฏิบัติให้ถูกหลักในรูปแบบเดียวกัน แต่สิ่งที่อยากฝากไว้ คือ วัดทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 30,000 วัด แต่มีสำนักปฏิบัติธรรมที่อยู่ในวัดน้อยมากประมาณ 1,000 กว่าแห่งเท่านั้น ดังนั้น จึงอยากให้วัดมีสำนักปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น อย่างน้อย 3,000 วัด และขอให้สำนักปฏิบัติธรรมทั่วประเทศช่วยแนะนำวัดต่าง ๆ ที่สนใจตั้งสำนักปฏิบัติธรรมว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้มีสำนักปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย
 
 นายพนม ศรศิลป์ ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)กล่าวว่า ปัจจุบัน มีวัดทั่วประเทศดำเนินการจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแล้ว จำนวน 1,175 แห่ง ในการดำเนินงานสำนักปฏิบัติธรรมนั้น เจ้าอาวาสผู้เป็นเจ้าสำนักหรือพระวิปัสสนาจารย์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรมดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรมที่ได้จัดตั้งขึ้นตามระเบียบมหาเถรสมาคมได้รับการพัฒนายิ่งๆขึ้น

 “พศ.ร่วมกับศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จะจัดประชุมสัมมนาเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดขึ้นทุกปี เพื่อให้เจ้าสำนัก ปฏิบัติธรรมทราบนโยบายการส่งเสริมสำนักปฏิบัติธรรมของคณะสงฆ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรม การจัดทำแผนดำเนินงานให้มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน”ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา กล่าว

ขณะเดียวกันพระปริยัติพัชราภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการวิปัสสนากัมมัฏฐาน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประจำปี 2553 และให้โอวาทแก่คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ พระวิปัสสนาจารย์ และนิสิตคณะครุศาสตร์
วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2553 ที่ผ่าน