
ระบำพัธวิสัย...ถวายพระพรในหลวง
ขณะที่ทั่วประเทศยังคงเดินหน้าจัดงานเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าตลอดมา ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา สำนักเลขาธิก
ในฐานะผู้กำกับการแสดง อ.สัณห์ไชญ์ เอื้อศิลป์ ผู้ช่วยคณบดี ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและบริการวิชาการ และประธานสาขาดนตรีและการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึง “ระบำพัธวิสัย” ว่าเป็นการแสดงในช่วงท้ายเรื่องของละครดึกดำบรรพ์เรื่อง "คาวี" จากบทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ซึ่งเป็นมหรสพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่แสดงถึงความจงรักภักดี เฉลิมพระเกียรติ และถวายพระพรโดยอัญเชิญปวงเทพยดาทั้งหลายมาประทานพร ทั้งยังทรงบรรจุเพลงที่มีท่วงทำนองที่ไพเราะอ่อนหวานเหมาะแก่การร่ายรำที่เป็นการถวายพระพรอย่างยิ่ง
"แม้กาลเวลาได้ล่วงเลยมาถึง 111 ปี นับตั้งแต่ที่สันนิษฐานกันว่า “ระบำพัธวิสัย” ได้เริ่มแสดงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2442 ที่โรงละครดึกดำบรรพ์ของเจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) แต่ความงดงามของบทประพันธ์นี้กลับไม่ล้าสมัยแม้แต่น้อย ซ้ำยังตรงกับความรู้สึกของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่ออาณาประชาราษฎร์ จึงได้นำมาเป็นบทร้องของการแสดงเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา" อ.สัณห์ไชญ์ กล่าว
สำหรับเรื่องราวของ “ระบำพัธวิสัย” อ.สัณห์ไชญ์ ขยายความให้ฟังว่า อยู่ในตอนท้ายเรื่องของละครดึกดำบรรพ์เรื่องคาวี ตอน นางคันธมาลีหึง ซึ่ง
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงต้องการให้ฉากจบของเรื่องมีความยิ่งใหญ่ตระการตายิ่งใหญ่ในการแสดงอุปรากรหรือละครโอเปร่า จึงทรงนิพนธ์ให้มีระบำที่แสดงออกถึงการสรรเสริญและถวายพระพรแด่พระมหากษัตริย์ ส่วนชื่อของ “ระบำพัธวิสัย” นั้น เรียกตามชื่อเมืองพัธวิสัยของท้าวสันนุราช ผู้ซึ่งถูกคาวีสังหาร และ “ระบำพัธวิสัย” ที่นำมาจัดแสดงเป็นพิเศษในงานสโมสรสันนิบาตครั้งนี้ ยังเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสครบ 100 ปีแห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย
คำร้อง ระบำพัธวิสัย
จากละครดึกดำบรรพ์ เรื่อง “คาวี” ตอนนางคันธมาลีหึง
บทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
สรวมชีพข้าพระบาท ถวายอภิวาทบาทธุลี
นฤบดีดิลกรัฐ พัธวิสัยผ่านเผ้า
พระเดชพระปกเกล้า ไพร่ฟ้าอยู่เย็นฯ
สรวมชีพขอทูลสนอง ถวายผองพลามาตย์
มหาดไทยเฝ้าฝ่ายขวา กลาโหมเฝ้าฝ่ายซ้าย
ตามทีบ่โยกย้าย อยู่พร้อมเพรียงกัน
วันนี้เอย วันนี้วันดี
แสนสุรเสนี จะเล่นระบำ หลายเลบง บำเรอทรงธรรม
จะผูกพจน์ เป็นบทลบอง จะเลือกทำนอง ให้ร้องคมขำ
สอดสำเนียง กับเสียงดนตรี ให้เข้าที จะเต้นจะรำ
จะเป็นถ้อยคำ ขอถวายพรชัย
ด้วยสำราญ สำเริงหฤทัย เพราะพระภูวนัย ได้ชัยชราเอย
ขอพระเอย ขอพระตรีศุลี
พระจักรปาณี และบิดามหา สามพระองค์ จงพิทักษ์ราชา
สมเด็จอมรินทร์ แรมบุรพทิศ พระยมศักดิ์สิทธิ์ สถิตทางขวา
พระพิรุณ ระวังหลังภพ พระไพสพ เธอสิงอุตรา
ขอสี่เทวา ช่วยรักษาพระวงศ์
พระลักษมี ยุพดีโฉมยง ขอให้พระองค์ ทรงศรีสวัสดิ์เอย
ขอให้พระองค์ จงพ้นภัยพาล เข็ญใจจัณฑาล จงบันดาลวิบัติ
ขอจงนิรทุกข์ ขอจงนิรโศก และนิรโรค อันตรายขจัด
ใครก่อเข็ญ ก็จงเห็นรหัส อุบาทว์อุบัติ สารพัดอย่ามี
กาลกิณี จงประลาตประลัย ศัตรูภายนอก จงออกตัวไกล
ศัตรูภายใน จงประลัยลาญชนม์ พระจอมสกล จงสถาพรเอย
ขอให้พระองค์ จงเกษมสำราญ เสวยรมย์สมภาร บริวารสลับสลอน
เจริญศักดิ์ ทรงพลสิทธิ์ เจริญพระฤทธิ์ ริปูสยบสยอน
พระยศแพร่หลาย อย่ารู้หายรู้หย่อน พระเกียรติกระฉ่อน ทุกนครมาคัล
หิรัญสุวรรณ บรรณาการมากมา สมบูรณ์สมบัติ พิพัฒน์โภคา
เสวยสุขทุกทิวา ชันม์วรรษายืนยง สิ่งใด ธ ประสงค์ จงประสิทธิ์เถิดเอย



