
ลูกค้ามือถือแห่ขอย้ายเครือข่ายเต็มโควตาทุกวัน
ดีแทคเผยลูกค้าขอย้ายนัมเบอร์พอร์ตเต็มวันละ100 เลขหมาย ระบุวันที่ 9 ธ.ค.เริ่มใช้เครือข่ายใหม่ได้จริง ชี้ลูกค้าพรีเพดอาจติดปัญหาเหตุข้อมูลที่แจ้งไว้ไม่ชัดเจน กทช.แจงยอดปรับรวม 15 ล้าน
นายปรีย์มน ปิ่นสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท ศูนย์ให้บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์ จำกัด กล่าวว่า ภายหลังจากที่เปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ตทิบิลิตี้) เฟสแรกตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีลูกค้าต้องการใช้บริการเต็มจำนวนที่เปิด คือวันละ 100 เลขหมายต่อโอเปอเรเตอร์ โดยล่าสุดจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม พบว่า จำนวนลูกค้าขอย้ายเครือข่าย ทั้งลูกค้าระบบพรีเพด (เติมเงิน) และระบบโพสต์เพด (รายเดือน) มีอัตราใกล้เคียงกันคิดเป็น 55% และ 45% ตามลำดับ โดยวันที่ 9 ธันวาคมนี้ จะเป็นวันแรกที่ลูกค้าสามารถใช้บริการเครือข่ายใหม่ได้จริง
อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่าจะมีลูกค้าบางส่วนที่ไม่สามารถย้ายเครือข่ายได้ตามที่ร้องขอ เนื่องจากลูกค้าในระบบพรีเพดส่วนใหญ่ไม่ได้จดทะเบียนความเป็นเจ้าของเลขหมายไว้กับโอเปอเรเตอร์รายเดิม ดังนั้น เมื่อโอนย้ายไปยังระบบใหม่ ข้อมูลของลูกค้าที่แจ้งไว้กับศูนย์บริการนัมเบอร์พอร์ตฯ ทั้งชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวบัตรประชาชนจะไม่ถูกต้อง
นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับบริการคงสิทธิเลขหมาย กล่าวว่า จากกรณีที่โอเปอเรเตอร์ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามกำหนดเดิมคือวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะนี้มียอดค่าปรับแล้ว 15 ล้านบาทต่อโอเปอเรเตอร์ ซึ่งแต่ละรายได้ส่งหนังสืออุทธรณ์มายังสำนักงาน กทช.แล้ว
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า ตามประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ระบุไว้ชัดเจนว่าเมื่อบอกเลิกสัญญาแก่กัน แต่ยังคงมีเงินค้างชำระแก่ผู้บริโภค ผู้ประกอบการจะต้องคืนเงินดังกล่าวให้ผู้บริโภคทันที การยึดเงินที่เหลืออถือว่าขัดประกาศ กทช.



