ไลฟ์สไตล์

จ.ม.ถึงผู้แทน
รมว.พาณิชย์

จ.ม.ถึงผู้แทน รมว.พาณิชย์

08 ธ.ค. 2553

"ฝ้ายไทยหายไปไหนหมด" ดิฉันเป็นผู้ผลิตกล่องและบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษสา และผ้า ทั้งผ้าฝ้าย และผ้าไหม เป็นอุตสาหกรรมเล็กๆ ในครอบครัว ที่ไม่มีหน้าร้าน

 แต่ใช้วิธีขายทางอินเทอร์เน็ต มีลูกค้าสั่งออเดอร์เข้ามาเป็นระยะ ไม่ได้รับงานมากมาย เพราะเรามีกำลังการผลิตจำกัด แต่ช่วงเทศกาลก็รับออเดอร์มากกว่าปกติ
 สิ่งที่กำลังเป็นปัญหาสำหรับสินค้าของดิฉันคือ ผ้าฝ้ายทอมือหายากขึ้น ร้านขายผ้าฝ้ายทอมือเจ้าประจำที่จตุจักรบอกว่า ชาวบ้านไม่มีฝ้ายทอผ้า ฝ้ายดีๆ ถูกพ่อค้าคนกลางมากว้านซื้อส่งออกไปประเทศจีนจนหมด แทบจะไม่เหลือฝ้ายคุณภาพดีๆ ไว้ทอผ้าขายในเมืองไทย ทำให้ราคาฝ้ายสูงขึ้น ราคาผ้าทอมือก็สูงขึ้น ในขณะที่กล่องที่หุ้มด้วยผ้าทอมือยังเป็นที่ต้องการของลูกค้าต่างประเทศ เพราะยังมีออเดอร์สั่งผ่านอินเทอร์เน็ตเข้ามาไม่ขาดสาย แต่หาผ้าฝ้ายทอมือคุณภาพดียากขึ้น ราคาสูงขึ้น
 ร้านผ้าเจ้าประจำบอกด้วยว่า เขายังมีผ้าทอมือลอตเก่าที่เหลืออยู่ ยังขายให้ดิฉันในราคาเดิมได้ แต่ปีหน้าต้องขึ้นราคาอีก 10-20% ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กๆ อย่างดิฉันเดือดร้อนเพราะกำลังการผลิตไม่สูง จึงไม่ได้สั่งของเป็นลอตใหญ่ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของดิฉันสูงขึ้น แต่ยังผลิตสินค้าในราคาเท่าเดิม เนื่องจากเป็นลูกค้ารายเก่าๆ ที่สั่งของกันเป็นประจำ ถ้าจะขึ้นราคาก็เกรงใจลูกค้า แต่ไม่ขึ้นก็ไม่ได้ เพราะเป็นความอยู่รอดของผลิตภัณฑ์ของเรา ทำให้ดิฉันลำบากใจมาก แต่ก็ยังต้องทำอาชีพนี้ต่อไป เพราะยังมีภาระต้องดูแลครอบครัวและไม่อยากให้อาชีพนี้หายไป ยังอยากถ่ายทอดความรู้ความสามารถในอาชีพนี้ให้รุ่นลูกสืบทอดต่อไป
 ปัญหาเรื่อง "ฝ้ายคุณภาพดีถูกกว้านซื้อส่งออกไปประเทศจีน" คุณพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ รู้บ้างหรือไม่คะ แล้วคิดจะหาทางช่วยเหลือผู้ผลิตรายย่อยอย่างดิฉันอย่างไร
 ที่ผ่านมากำสังซื้อในประเทศไทยไม่ค่อยมี คนไทยไม่ค่อยนิยมสินค้าแฮนด์เมด แต่นิยมสินค้าแบรนด์เนม ลูกค้าหลักสินค้าแฮนด์เมดกลายเป็นชาวต่างชาติ อาจจะดูเหมือนได้ราคาดี แต่เมื่อหักต้นทุนและค่าขนส่งแล้ว เหลือกำไรไม่มากอย่างที่คิด
 อยากให้รัฐบาลหันมาสนใจความเป็นอยู่ของผู้ผลิตรายย่อยบ้าง อย่าสนใจผู้ผลิตรายใหญ่ๆ จนลืมผู้ผลิตรายเล็กๆ อย่างพวกเราเลยนะคะ ขอร้องเถอะ ปีหน้าเศรษฐกิจจะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้ ดิฉันรู้แต่ว่า ลูกของดิฉันยังต้องกินข้าว ยังต้องเรียนหนังสือ และยังต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดิฉันจึงต้องสู้ต่อไป
จิตราภรณ์