ไลฟ์สไตล์

กกต.จว.จับมือม.นเรศวรวางระบบจัดเลือกตั้ง

กกต.จว.จับมือม.นเรศวรวางระบบจัดเลือกตั้ง

06 ธ.ค. 2553

กกต.พิษณุโลกจับมือมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการเลือกตั้งใหญ่ 4 ชุด นายกองค์การนิสิต สมาชิกสภานิสิต ประธานสโมสรคณะ และคณะกรรมการดูแลรับร้องกองเชียร์ กำหนดเลือกตั้ง 10-11 มกราคม 2554 มาช่วยจัดหน่วยเลือกตั้ง การขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง และกระบวนการนับคะแนน ให้มีความ

นางสาวชุติพันธุ์ สุขเกษม นักวิชาการศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งนายกองค์การนิสิต สภานิสิตและตัวแทนต่างๆ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ได้สรุปผลการเลือกตั้งแต่ละครั้งว่านักศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร มีจำนวนนักศึกษาประมาณ 15,000-20,000 คน ในปี 2549-2552 ปรากฏว่า มีนักศึกษาที่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งประมาณ 10-15% เนื่องจากนักศึกษาไม่ให้ความสนใจ และไม่มั่นใจในการจัดการเลือกตั้งของทางมหาวิทยาลัย

 แต่ในช่วงปลายปี 2552 ทางมหาวิทยาลัยได้ขอความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลก ให้จัดระบบการเลือกตั้งให้สอดคล้องคล้ายกับการเลือกตั้งระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่น โดยใช้แนวทางการทำงานในการจัดการเลือกตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทำให้ในการเลือกตั้งนายกองค์การนิสิตและสภานิสิต ในช่วงเดือนมกราคม 2553 เป็นที่ยอมรับของนักศึกษา มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 52%

 ทั้งนี้ ปี 2554 มหาวิทยาลัยนเรศวร กำหนดจัดการเลือกตั้งนายกองค์การนิสิต สมาชิกสภานิสิต ประธานสโมสรคณะ และคณะกรรมการดูแลรับน้องและกองเชียร์ (กนช) ในวันที่ 10-11 มกราคม 2554 โดยได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลก ให้จัดระบบการเลือกตั้งทั้ง 4 ประเภท ให้เป็นไปตามแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลก ได้ปรับปรุงแก้ไขแนวทางการเลือกตั้งในปี 2553 ที่มีข้อบกพร่องหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดหน่วยเลือกตั้ง การขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง และกระบวนการนับคะแนน ให้มีความรอบครอบและรัดกุมมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนากลยุทธ์ในการกระตุ้นให้นักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

 สำหรับแผนการดำเนินงานจัดการเลือกตั้ง นายไพฑูรย์ จันทสิงห์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า เพิ่งจะย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลกเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2553 ซึ่งทางมหาวิทยาลัยนเรศวร ก็ได้มาประสานให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลก จัดระบบการเลือกตั้งนายกองค์การนิสิต สมาชิกสภานิสิต ประธานสโมสรคณะ และคณะกรรมการดูแลรับน้องและกองเชียร์ (กนช) จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งเดิมที่ได้ไปดำเนินการจัดการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2553 ได้ทราบว่า ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งเพียง 2 ประเภท คือ การเลือกตั้งนายกองค์การนิสิต และสมาชิกสภา นิสิต ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก โดยเฉพาะการนับคะแนนยังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร ในปี 2554 นี้ ได้ปรับแผนการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ผู้มิสิทธิเลือกตั้งประมาณ 20,000 คน แยกเป็น 17 คณะ สามารถเลือกตั้งทั้ง 4 ประเภท ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส

 จากโครงสร้างดังกล่าวข้างต้น ได้ประสานกับทางมหาวิทยาลัยนเรศวร กำหนดจัดสถานที่เลือกตั้ง จำนวน 9 จุด รวม 17 หน่วย โดยเน้นความสะดวกแก่นักศึกษาแต่ละคณะให้ลงคะแนนใกล้ที่สุด เมื่อเรียนเสร็จ นอกจากนั้น เดิมทางมหาวิทยาลัย กำหนดให้มีวันเลือกตั้งล่วงหน้าคือวันที่ 10 มกราคม 2553 เลือกตั้งทั่วไปวันที่ 11 มกราคม 2553 แต่เมื่อได้ประสานกับ ผศ.นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ได้ให้ปรับเปลี่ยนการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นการเลือกตั้งทั่วไป คือ วันที่ 10 มกราคม 2554 เวลา 15.00 - 21.00 น. วันที่ 11 มกราคม 2554 เวลา 08.00 -15.00 น.วันเลือกตั้งล่วงหน้า 3-9 มกราคม 2554 เน้นเฉพาะนักศึกษาคณะแพทย์ ที่ไปฝึกงานงานนอกเขตมหาวิทยาลัย ให้เลือกตั้งทางไปรษณีย์

 ในส่วนของการนับคะแนนเลือกตั้ง กำหนดให้นับคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การนิสิต รวมกันทุกหน่วยเลือกตั้งที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้ง ณ ตึก QS ส่วนการเลือกตั้งประธานสโมสรนิสิต สมาชิกสภานิสิต และกนช. ให้นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งตามแผนการดำเนินงานจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำให้ระบบการจัดการเลือกตั้งของมหาวิทยาลัยนเรศวรมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความโปร่งใส สร้างความเชื่อถือให้กับนักศึกษาได้

 ผศ.นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต กล่าวถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าถึงแม้จะพึ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่กี่เดือน แต่ก็ได้ศึกษาการเลือกตั้งของนักศึกษาในอดีตที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งบ่อยมาก จนทำให้นักศึกษาเกิดความเบื่อหน่าย การใช้สิทธิแต่ละครั้งมีจำนวนไม่มากนัก ในการเลือกตั้งครั้งนี้ (ปี 2554)ได้ประสานกับทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลก ให้จัดระบบการเลือกตั้งให้ใหม่ ซึ่งดีมาก ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร (ส่วนของนิสิต) มีแนวทางปฏิบัติที่เป็นแบบแผนชัดเจนเข้าใจง่าย และได้นำไปแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการนักศึกษามหาวิทยาลัยทราบแล้ว ทุกท่านให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี และถึงแม้จะมีงบประมาณมีเพียงแสนกว่าบาท แต่เชื่อมั่นว่า จะทำให้นักศึกษาให้ความสนใจและมาใช้สิทธิเลือกตั้งเกิน 50%

 รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต กล่าวเสริมอีกว่า แม้ระบบการจัดการเลือกตังในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลกเป็นอย่างดี แต่หากนักศึกษาไม่ให้ความสนใจก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงได้เตรียมแผนการรณรงค์การเลือกตั้งครั้งนี้มากพอสมควร โดยให้ผู้บริหารในแต่ละคณะที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการกิจการนิสิต เป็นผู้ช่วยในรณรงค์เชิญชวนให้นักศึกษาในคณะใช้สิทธิเลือกตั้ง อาจจะเพิ่มเป็นให้มีการแข่งขันของแต่ละคณะว่า คณะไหนมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด จากนั้น จะมีการรณรงค์การเลือกตั้ง โดยใช้สื่อทางอินเตอร์เน็ต คลื่นวิทยุของมหาวิทยาลัย รถแห่ ป้ายคัตเอ๊าท์ และที่สำคัญจะจัดให้มีเวทีปราศรัยหาเสียง ให้กับผู้สมัครด้วย ซึ่งอาจจะเชิญทางผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิษณุโลกมาให้ความรู้แก่นักศึกษาด้วย นอกจากนั้น จะนำเรื่องการรณรงค์การเลือกตั้งไปแทรกกับการจัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยทุกครั้ง เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดความคิดที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ให้มากที่สุด

 นายธนัชชัย หิรัญญะสิริ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร (ระดับนิสิต) ได้แสดงความเห็นว่า ก่อนที่ กกต. จะเข้ามาจัดระบบการเลือกตั้งในรั้วมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้น การเลือกตั้งมีความยุ่งยากมาก และมีการร้องเรียนว่าจัดการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เมื่อต้นปี 2553 ได้มาเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร (ระดับนิสิต) ซึ่งทาง กกต. ได้มาจัดระบบการเลือกตั้งให้ ก็สะดวกรวดเร็ว มีระบบมากขึ้น ได้รับการยอมรับจากนักศึกษามากขึ้น การเลือกตั้งใน 2554 นี้ ได้เข้ามาเป็นประธานกกต.มน. และได้รับการแนะนำจาก กกต.จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้ปรับปรุงแก้ไขระบบการเลือกตั้งให้ใหม่กว่าเดิม ก็ยิ่งมั่นใจว่า ในการเลือกตั้งในวันที่ 10-11 มกราคม 2554 นี้ จะประสบผลสำเร็จ มีความโปร่งใส และได้รับการร่วมมือจากนักศึกษาในรั่วมหาวิทยาลัยนเรศวรมากขึ้น