
แข่งกันร้องเรียน
หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" ฉบับวันพุธที่ 1 ธันวาคม 2553 คอลัมน์ ฟ้องด้วยภาพ ได้กล่าวถึงร้านขายของเก่าบริเวณซอยประชาอุทิศ 87-89 นำรถมาจอดบนถนนเพื่อขึ้นลงของ และวางกิโลตาชั่งบนทางเท้า
เรื่องการจอดรถ ผมยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่ทางร้านขายของเก่าไม่เคยจอดรถทิ้งไว้ทั้งวัน เวลาที่มีการขึ้นลงของเสร็จแล้วทางร้านจะขยับรถออกทุกที รวมทั้งเรื่องที่วางกิโลตาชั่ง หรือของกีดขวางทาง ผมเคยได้รับการตักเตือนจากทางเขต และแก้ไขปฏิบัติตามเรียบร้อยแล้ว (ตามรูป) และที่อ้างว่าผมไปทะเลาะวิวาทเพื่อไล่รถไม่ให้มาจอดหน้าบ้านนั้น ไม่มีมูลความจริง ผมไม่เคยไล่รถของใครทั้งสิ้น
ชาวบ้านแถวนี้ทุกคนทราบกันดีว่า "ใครไล่ใครกันแน่" ผมไม่เคยไล่ที่จอดรถใคร มีแต่ร้านผมถูกข้างบ้านคอยไล่อยู่ตลอด ร้านบ้านผมเป็นเพียงร้านขายของเก่าเล็กๆ ซึ่งป๋ากับม้าผมเปิดมาจะ 20 กว่าปี และไม่เคยมีปัญหารุนแรงขนาดนี้มาก่อน จนกระทั่งข้างบ้านย้ายมาใหม่ "ร้านค้าไม้" ย้ายมาจากล็อกอื่นเพราะไปทะเลาะกับข้างบ้าน และคอยที่จะกลั่นแกล้งร้านผมอยู่ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะให้เรื่องนี้ยุติเสียที เพราะนับตั้งแต่วันแรกที่บ้านนี้ย้ายเข้ามาก็มีเรื่องมีราวมาตลอด ฟ้องเขตบ้าง ฟ้องตำรวจบ้าง จนสุดท้ายป๋าผมต้องมาเส้นเลือดในสมองแตกเพราะเครียดจัดจนป่วยอยู่ทุกวันนี้ เพราะต้องคอยแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ยืดเยื้อมากว่า 3 ปีแล้ว
ผมและครอบครัวอยากจะได้รับความเป็นธรรมบ้าง...เพราะถูกกลั่นแกล้งมาตลอด
ลูกชายร้านขายของเก่า
ตอบ
น.ส.นิภา โพธิ์โต รักษาการหัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตทุ่งครุ ชี้แจงว่า ร้านขายของเก่ามีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ออกมา 20 กว่าปีแล้ว พอถูกร้องเรียนก็ปรับปรุงมาโดยตลอด ทางเขตไปเฝ้าดูอยู่ ระยะหลังๆ ร้านขายของเก่าลงของแต่ไม่ได้กองไว้บนทางเท้า จะขนเข้าร้านไปเลย จัดเป็นระเบียบและทำความสะอาดร้านและบริเวณโดยรอบเสมอ
ส่วนร้านขายเฟอร์นิเจอร์ถูกร้องเรียนเรื่องกลิ่นทินเนอร์ แล็กเกอร์ จากเพื่อนบ้านอื่นๆ ทางเขตได้ออกหนังสือแจ้งให้ปรับปรุง ทำห้องให้มิดชิด แต่ทางร้านแจ้งว่า ไม่ได้ทาสารเคมีเหล่านี้บ่อยๆ
ที่ผ่านมา ร้องเรียนกันบ่อยมาก ทางเขตเคยเรียกคุย พยายามไกล่เกลี่ยให้ต่างคนต่างอยู่ ทำการค้าด้วยกันทั้งคู่ น่าจะคุยกัน นิดๆ หน่อยๆ น่าจะอะลุ่มอล่วยกันได้
รักษาการฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล บอกว่า 2 ร้านนี้ ร้องกันไปร้องกันมา อีกฝ่ายแก้ไขแล้ว ส่วนอีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมจบ...มีเรื่องให้ร้องเรียนต่อได้อีก
ลุงแจ่ม



