
อานิสงส์4โครงการพระราชดำริฟื้นชีวิตเกษตรกรพื้นที่ จ.พะเยา
แม้ จ.พะยา ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร มีพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญได้แก่ ข้าวโพด กระเทียมและยาสูบ ทว่าที่ผ่านมากลับมีปัญหาเรื่องน้ำที่นำมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ภาคเกษตร จนกระทั่งมีชาวบ้านในพื้นที่ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานโครงการก่อส
การส่งมอบโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 4 โครงการในเขตพื้นที่ จ.พะเยา ประกอบด้วย โครงการฝายวังผา ต.เชียงแรง อ.ภูซาง โครงการฝายวังผาเหนือ ต.เชียงบาน อ.เชียงคำ โครงการฝายปู่ย่า ต.เชียงบาน อ.เชียงคำ และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยยัด ต.แม่ลาว อ.เชียงคำ แก่ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ โดยรองเลขาธิการคณะกรรมการเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) "สุวัฒน์ เทพอารักษ์" เป็นประธานในพิธีระหว่างนำคณะสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานตามโครงการสื่อมวลชนสัญจร "สื่อศิลปิน รวมใจ ถวายในหลวง" ครั้งที่ 4 ถือเป็นการมอบภารกิจการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนการดูแลรักษาให้ราษฎรในพื้นที่อย่างสมบูรณ์
สุวัฒน์กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีส่งมอบตอนหนึ่งว่า โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามที่ราษฎรในพื้นที่ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือและโครงการเหล่านี้ วันนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ สำนักงาน กปร.จึงร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำพิธีส่งมอบโครงการเหล่านี้ให้ราษฎรในพื้นที่ ซึ่งได้จัดตั้งเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำในโครงการเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารจัดการและดูแลรักษาร่วมกันต่อไป
นับตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา สำนักงาน กปร.ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่หน่วยงานต่างๆ เพื่อดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มากกว่าร้อยละ 50 ในแต่ละปี มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามพระราชดำริอยู่ทั่วประเทศประมาณ 2,200 โครงการยังประโยชน์ให้แก่เกษตรกรและประชาชนเป็นอเนกอนันต์ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
เห็นได้จากคำยืนยันของ "คำ บัวผัด" เลขานุการกลุ่มผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยไฟ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ภูซาง อ.ภูซาง จ.พะเยา บอกว่าในอดีตมีการตัดไม้ทำลายป่า ทำไร่เลื่อนลอย ทำลายป่าต้นน้ำ จึงไม่มีน้ำใช้ หลังมีการสร้างอ่างเก็บน้ำก็มีปัญหาการบริหารจัดการน้ำอีก จนมีการจัดตั้งกลุ่มการใช้น้ำขึ้น การใช้น้ำก็ดีขึ้น เพราะมีกฎระเบียบการใช้น้ำที่ชัดเจนและมีการเก็บเงินปีละ 10 บาทต่อไร่ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาด้วย
เช่นเดียวกับสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยไฟอีกราย "ศรี ทิศพรหมมา" ที่บอกว่าหลังมีอ่างเก็บน้ำห้วยไฟ ทำให้ปลูกกระเทียมและถั่วในช่วงฤดูแล้งทำให้มีรายได้ตลอดทั้งปี แม้ทุกวันนี้จะไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ก็ไม่เดือดร้อน
ในขณะที่ "แสง คำมา" เกษตรกรบ้านสะแล่ง หมู่ 4 ต.เชียงแรง อ.ภูซาง จ.พะเยา หนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการฝายวังผาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เผยว่า ปัจจุบันครอบครัวตนมีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ที่ใช้ประโยชน์ในปลูกพืชผักต่างๆ อาทิ ข้าวโพด กระเทียมและยาสูบ ซึ่งในอดีตพื้นที่ของตนในช่วงหน้าแล้งจะไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้เลย เพราะไม่มีน้ำ แต่หลังจากมีฝายวังผาทำให้มีน้ำตลอดทั้งปี ทำให้ปลูกพืชผักได้ตลอดทั้งปีด้วย โดยจะปลูกสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
ไม่ต่างไปจาก "ปัญญา คำประเสริฐ" อายุ 53 ปี เจ้าของแปลงฟักทองใน ต.เชียงแรง อ.ภูซาง จ.พะเยา ที่ยอมรับว่าหลังมีโครงการฝายวังผาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก เพราะมีรายได้ตลอดทั้งปีจากอาชีพการเกษตร โดยพืชที่ปลูกจะมีทั้งข้าวโพด กระเทียม ยาสูบ แต่ที่ทำรายได้หลักก็คือฟักทอง ปลูกเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ ส่วนตลาดจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงแปลง สนนในราคากิโลกรัมละ 5 บาท ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 2 ตันต่อไร่
อานิสงส์จากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริดังกล่าว ส่งผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในเขตพื้นที่ จ.พะเยา ดีขึ้นตามลำดับอันเป็นผลมาจากเกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกและมีน้ำอุปโภค-บริโภคอย่างสมบูรณ์ตลอดทั้งปี
กว่าจะมาเป็นโครงการในพระองค์
1.โครงการฝายวังผา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บ้านสะแล่ง หมู่ 5 ต.เชียงแรง อ.ภูซาง จ.พะเยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการฝายวังผาเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่นายประเสริฐ ผันแก้ว ได้ทำหนังสือขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฝายทดน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการมีหนังสือตอบรับที่รล.005.4/5204 ลงวันที่ 12 เมษายน 2547 สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรของราษฎรในฤดูฝนประมาณ 2,000 ไร่ในฤดูแล้ง 1,100 ไร่ และสามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้
2.โครงการฝายวังผาเหนือ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บ้านเชียงคาน หมู่ 7 ต.เชียงคาน อ.เชียงคำ จ.พะเยา นายแสงทอง พงษ์บุรุษ ผู้ใหญ่บ้านเชียงคาน (ในขณะนั้น) ได้มีหนังสือขอพระราชทานในการก่อสร้างฝายกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและขุดลอกลำน้ำแวน พร้อมปรับปรุงแนวตลิ่งเพื่อป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน ฝายดังกล่าวสามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรของราษฎรได้ 1,500 ไร่ในฤดูฝนและ1,000 ไร่ในฤดูแล้ง มีน้ำใช้อุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปี
3.โครงการฝายปู่ย่า อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บ้านทุ่งมอก หมู่ 2 ต.เชียงบาน อ.เชียงคำ จ.พะเยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการดังกล่าว พร้อมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2549 ตามที่นายแก้ว ใจกล้า ผู้ใหญ่บ้านทุ่งมอก ได้มีหนังสือขอพระราชทานกราบบังคมทูล ซึ่งฝายดังกล่าวสามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรของราษฎรได้ 1,500 ไร่ในฤดูฝนและ 1,000 ไร่ในฤดูแล้ง
4.โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยยัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บ้านผาลาด หมู่ 12 ต.แม่ลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้ารับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่นายบุญช่วย บัวเย็น ประธาน อบต.แม่ลาว ได้ขอพระราชทานตามหนังสือของสำนักราชเลขาธิการที่ รล.0005/11975 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2544 โดยอ่างดังกล่าวสามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรของราษฎรในฤดูฝนประมาณ 2,100 ไร่ และฤดูแล้ง 400 ไร่ ทั้งยังมีน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปี
สุรัตน์ อัตตะ



