
"พญ.วัฒนา"สร้างกองทุนโรคตับผลิตนิสิตแพทย์มข.ช่วยสังคม
อาจารย์เป็นหมอมา 25 ปี ในทุกวันการสอนหนังสือ รักษาผู้ป่วย หรือทำงานวิจัย อาจารย์ทุ่มเทกับการทำงานอย่างเต็มที่ เพราะอาจารย์ระลึกอยู่เสมอว่า ผู้ที่จะเป็นหมอไม่ใช่เป็นเพียงคนที่จะเข้ามาทำงานเพื่อหวังรายได้สูงๆ แต่ต้องเป็นผู้ที่เสียสละ ต้องทำงานหนัก ใช้เวลา
คำว่าแพทย์ หรือหมอ ในความหมายของ "รศ.พญ.วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ" อายุ 55 ปี อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)
จากอดีตเด็กสาวจ.ตราด ต้องการดูแลรักษาแม่ที่มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยให้หายจากโรค อาการที่เป็นอยู่ จนนำไปสู่ความใฝ่ฝัน มุ่งมั่น พยายาม เป็นแพทย์ หรือหมอ เพื่อคอยรักษาดูแลชีวิตของคนที่รักและผู้อื่น ปัจจุบัน “พญ.วัฒนา” อดีตนิสิตแพทย์มข.รุ่นแรก เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน โรคทางเดินอาหารฯ และโรคตับ ภาควิชาอายุรศาสตร์ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มข.ที่คอยช่วยเหลือชีวิตของผู้อื่น
“เราอยากเป็นหมอมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะต้องการดูแลแม่ และเมื่อได้เป็นหมอจริงๆ สิ่งที่ได้รับไม่ใช่เพียงความสุขที่ได้จากการช่วยเหลือ ดูแล รักษาผู้ป่วยให้หายจากโรค อาการเจ็บไข้ได้ป่วย แต่ยังทำให้รู้จักการทำงานเพื่อสังคม โดยการเป็นอาจารย์ เราก็ทำหน้าที่สอนให้นิสิตแพทย์มีความรู้ความชำนาญ และจิตวิญญาณของความเป็นหมอ ไม่ใช่จบไปเป็นหมอที่ทำหน้าที่เพื่อต้องการรายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง แต่จบออกไปเป็นหมอที่ทำงานเพื่อผู้อื่น เพื่อสังคม”
ปัจจุบันเด็กที่มาเรียนแพทย์ส่วนหนึ่งเกิดจากที่บ้านอยากให้เรียน เรียนตามกระแสสังคม ตามเงินเดือน รายได้ การยอมรับนับถือ แต่ในความเป็นจริงคนที่จะเป็นหมอต้องเรียนเพราะอยากเป็นหมอจริงๆ ต้องเป็นคนมีน้ำใจ คอยช่วยเหลือ เสียสละแก่ผู้อื่น พญ.วัฒนา เล่าต่อว่า การเรียนการสอนนิสิตแพทย์ ต้องสอนให้พวกเขารู้จักหน้าที่ จรรยาบรรณของหมอ นักเรียนที่อยากเป็นหมอ อยากให้ถามตัวเองว่าพร้อมที่จะเป็นผู้เสียสละ ทำงานหนักเพื่อผู้อื่นหรือไม่ เพราะหมอเป็นอาชีพที่ทำงานหนักมาก และชีวิตของผู้คนก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ดูแลของเรา การทำงานของคนเป็นหมอทุกครั้งต้องทำด้วยความตั้งใจจริง
ทุกวันการทำงานของ “พญ.วัฒนา” นอกจากสอนนิสิตแพทย์ รักษาผู้ป่วย เธอยังพยายามค้นหาวิธีรักษาโรคตับ ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคตับที่มีจำนวนมากในภาคอีสาน เพราะแม้เธอไม่ได้เป็นคนอีสานตั้งแต่กำเนิด แต่เมื่อได้มาศึกษาหาความรู้ ใกล้ชิดคนอีสาน ทำให้เข้าใจดีว่าโรคตับก่อปัญหาต่อคนอีสานมากขนาดไหน เรามาอาศัยพึ่งพาที่เรียน ที่อยู่ก็น่าจะช่วยผู้ป่วยโรคนี้แก่พี่น้องชาวอีสาน
“อาจารย์พยายามศึกษาวิธีการช่วยผู้ป่วยโรคตับ โดยเฉพาะโรคตับอักเสบซึ่งมีวิวัฒนาการการรักษามาไม่ต่ำกว่า 10 ปี แต่ประชาชนกลับมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้น้อยมาก มีหัวหน้าครอบครัวหลายครอบครัวอายุประมาณ 40-50 ปีมาพบแพทย์ด้วยโรคมะเร็งตับ โดยมีหลายสาเหตุ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี แอลกอฮอล์ โรคอ้วน และอื่นๆ ที่ไม่ทราบสาเหตุ ผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ทราบเลยว่ามีการรักษาโรคเหล่านี้ได้ ประกอบกับโรคนี้มักไม่ค่อยมีอาการปรากฏระยะแรก แต่มักปรากฏอาการระยะสุดท้าย ซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสียของครอบครัว สังคม และประเทศชาติ”
ที่ผ่านมา พญ.วัฒนา จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคตับ ทั้งตรวจสุขภาพเบื้องต้น ตรวจหาตับอักเสบ ไวรัสตับอักเสบบี และซี สาเหตุของการเกิดตับอักเสบ ตรวจไฟโปรสแกน ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับตับอักเสบจากสาเหตุอื่นๆ เช่น จากยา การออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคตับ แนะนำเรื่องสารอาหารในผู้ป่วยโรคตับ และพัฒนาวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคตับที่ตับสูญเสียการทำงาน ตั้งแต่ 80% ขึ้นไป ให้หายจากความเจ็บป่วยและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ด้วยการเปลี่ยนตับ วิธีการรักษานี้ประสบผลสำเร็จมาแล้วในผู้ป่วยเพศชาย วัย 51 ปี ที่ป่วยด้วยโรคตับอักเสบจากไวรัสบี ปัจจุบันสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
“ขณะนี้กำลังรวบรวมทุน จัดตั้งกองทุนโรคตับ คอยช่วยเหลือผู้ป่วยโรคตับ เพราะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และบางคนไม่มีเงินไปหาหมอ กองทุนดังกล่าวจึงจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคตับให้มีชีวิตอยู่ได้ เป็นกองทุนของทุกคน ไม่ใช่ของตนเอง เพราะต่อให้อาจารย์เป็นคนริเริ่ม แต่ผู้ป่วยโรคตับทุกคนจะได้ประโยชน์ ใครที่ไม่มีเงินในการรักษา ก็สามารถมาขอความช่วยเหลือจากกองทุนนี้ได้ แต่กองทุนดังกล่าวยังไม่ได้จัดตั้งขึ้น อยู่ระหว่างรวบรวมทุน จึงอยากเชิญชวนทุกท่านที่มีใจกุศลอยากร่วมดูแล รักษาผู้ป่วยโรคตับบริจาคเข้ากองทุนได้ ซึ่งคาดว่าจะเปิดกองทุนได้ภายในปี 2544”
“พญ.วัฒนา” ใช้เวลาทุกนาทีในการดูแล รักษาผู้ป่วย และทำหน้าที่ของอาจารย์หมอที่คอยให้ความรู้กับนิสิตแพทย์ เป็นต้นแบบของ ”หมอ อาจารย์หมอ” ที่ดี อาจารย์บอกว่า สิ่งที่เธอได้จากการทำงานทั้งหมด คือความสุข รอยยิ้มของผู้ป่วย ญาติผู้ป่วยที่มอบให้ และที่สำคัญเธอยังโชคดีที่สามีของเธอเข้าใจในการทำงานของเธอ เพราะต้องยอมรับว่าเป็นคนที่รักในงานที่ทำมาก มักใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการทำงาน การเป็นหมอ ผู้ให้ เสียสละ และทุ่มเทแรงใจแรงกายเพื่อรักษาและยื้อชีวิตผู้ป่วยเอาไว้ให้ได้ อยากเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยโรคตับ หรือเยี่ยมชมคณะแพทย์ศาสตร์ มข.ติดต่อ 0-4336-3429, 0-4336-3382 หรือ http://www.md.kku.ac.th/
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



