
พระมหากรุณาธิคุณสู่นักเรียนยากจนชุบชีวิต"จันทร์ดี วงค์สวัสดิ์"นิติกรกกต.
"สำหรับเด็กคนหนึ่งที่ครอบครัวยากจนมาก เราไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีทรัพย์สินอย่างอื่น หาเช้ากินค่ำไปวันๆ แต่โอกาสที่เราได้มาจนถึงวันนี้ที่ได้เป็นนิติกรที่กกต. ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างแรกคือโรงเรียน ถ้าไม่มีโรงเรียนราชประชานุ
วิธีเดียวที่จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นคือ การศึกษาซึ่งในหลวงพระราชทานแก่พวกเรา และการศึกษาไม่เหมือนของอย่างอื่น เงินให้มาก็ใช้หมด แต่การศึกษาอยู่กับคนคนนั้นตลอดชีวิต ถ้าไปถามเด็กราชประชานุเคราะห์ทุกคนว่า เสียใจมั้ยที่เกิดมาเป็นเด็กจน เด็กในถิ่นทุรกันดาร เชื่อว่าตอบเหมือนกันว่า เราเป็นเด็กไทยที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์"
"แต" จันทร์ดี วงค์สวัสดิ์ วัย 27 ปี นิติกรฝ่ายกิจการประธานกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครอบครัวของ "แต" มีพื้นเพอยู่ใน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ มีอาชีพทำนาโดยเช่าที่ดินของญาติ ชีวิตลำเค็ญถูกกระหน่ำซ้ำเมื่อพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เธอเรียนชั้นป.1 เหลือเพียงแม่ส่งเสียเธอเรียนโดยลำพังจนจบชั้นม.3 ร.ร.บ้านปราสาทเยอ อ.ไพรบึง
แม่ไม่มีกำลังพอจะส่งให้เรียนต่อม.4 โชคดีที่เธอได้ยินเพื่อนๆ คุยกันเรื่องไปสมัครเรียนต่อที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 29 ใน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ จึงไปสมัครเรียนและได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนเรียน พร้อมได้รับหนังสือเรียน อุปกรณ์การศึกษา และอาหารกลางวันฟรีจนจบชั้นม.6
"สิ่งที่ได้รับการปลูกฝังจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์คือ ความซื่อสัตย์ ไม่ลืมตัวเอง ขยัน ตรงต่อเวลา มีวินัย รับผิดชอบและรู้จักพึ่งตัวเอง นักเรียนชั้นป.1-ม.6 แต่ละคนมีภารกิจเช่น ทำความสะอาดหอนอน เก็บขยะ ล้างห้องน้ำ และอยู่อย่างพอเพียง โรงเรียนอบรมวิชาชีพ เช่น ทำเกษตร ขนม ทำให้นักเรียนมีรายได้ เด็กบางคนมีเงินเก็บส่งไปช่วยครอบครัว ตอนเรียนช่วงปิดเทอมทำงานหารายได้เช่น อยู่โรงเรียนกับเพื่อนๆช่วยภารโรงถางหญ้าได้วันละ 50 บาท บวกเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) เก็บเงินได้เกือบ 3 หมื่นบาทไว้เรียนปริญญาตรี"
นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์เช่น "แต" และโรงเรียนสังกัดอื่นๆ จำนวนมากต่างได้รับพระราชทานความรู้ผ่านการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โดยมีโรงเรียนวังไกลกังวลเป็นสถานีต้นทาง ทำให้ได้มีโอกาสเรียนกับครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะวิชาเช่น คณิตศาสตร์ ชีววิทยา ภาษาอังกฤษ ซึ่งการเรียนกับ "ครูตู้" นอกจากได้ความรู้แล้ว ยังได้ฝึกทักษะการจดเลกเชอร์เพราะต้องจดในเรื่องที่สงสัยไว้ถาม รู้จักจดสาระสำคัญในสิ่งที่ครูสอน มีวินัย ตรงต่อเวลาเพราะต้องมารอเรียนกับ "ครูตู้"
เมื่อจบชั้นม.6 สายวิทย์-คณิต ด้วยเกรดเฉลี่ยกว่า 3.7 ในปี 2545 "แต" ได้รับทุนพระราชทานเรียนต่อคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ปีละ 2 หมื่นบาท รวมทั้งเงินกยศ.ด้วย เธอเลือกเรียนกฎหมายเพราะชอบคิดวิเคราะห์ ความเป็นเหตุเป็นผล ชอบภาษาไทยและรักการอ่านหนังสือ ยามว่างจากเรียนทั้งวันจันทร์-ศุกร์ เสาร์-อาทิตย์ ไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดได้ค่าจ้างชั่วโมงละ 25 บาท เงินที่ได้มาส่วนหนึ่งส่งไปให้แม่ไว้ใช้
"บางวันที่เหนื่อยเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ในทีวี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานตลอดเวลา ทรงเหนื่อยกว่าเรา แค่เรารับผิดชอบตัวเองให้ดีที่สุด เราต้องทำให้ได้ ก็สู้มาจนจบปริญญาตรีได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ได้เกรดเฉลี่ย 4.00"
หลังจบปริญญาตรีเธอเป็นอาจารย์สอนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตตั้งแต่ปี 2549-2553 ปีแรกสอนพร้อมกับการเรียนต่อเนติบัณฑิต โดยเรียนผ่านการถ่ายทอดทางทีวีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ใช้เวลา 1 ปีก็เรียนจบ ต่อมาสอบบรรจุได้เป็นพนักงานรัฐที่กกต.เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปัจจุบันเรียนต่อปริญญาโทคณะนิติศาสตร์ สาขาบริหารงานยุติธรรม ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
"ในหลวงทรงพระเมตตาต่อบัณฑิตทุนพระราชทานมาก พี่บัณฑิตรุ่นแรกที่ไปเข้าเฝ้าฯ เล่าว่า ทรงปรบพระหัตถ์แก่บัณฑิตและทรงสอนว่า เมื่อจบการศึกษาวันนี้ อย่าเพิ่งผยองลำพองตนไปว่าได้เป็นบัณฑิต สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องไปปฏิบัติหน้าที่พลเมืองที่ดีและพัฒนาตัวเองต่อไป รุ่นดิฉันเข้าเฝ้าฯ ปี 2550 ปลื้มใจมาก ทรงแย้มพระสรวล ทรงพระเมตตาฉายพระรูปกับบัณฑิต หลักการทำงานดิฉันยึดพระราชดำรัสที่ทรงสอนว่า กฎหมายสำคัญและคนใช้ก็สำคัญมากในการทำให้กฎหมายเกิดความยุติธรรมอย่างมากที่สุด ถ้าเรามีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้งไม่ว่าเราจะอยู่องค์กรไหน แม้เป็นแม่ค้าก็สร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมได้ และต้องรู้จักเคารพความคิดเห็นคนอื่น" จันทร์ดี เล่าทิ้งท้ายด้วยความปลื้มปีติ
0 ธรรมรัช กิจฉลอง0



