ไลฟ์สไตล์

ปรับตัวการศึกษารองรับอาเซียนมุ่งพัฒนาทักษะชีวิตเสริมความเป็นสากล

ปรับตัวการศึกษารองรับอาเซียนมุ่งพัฒนาทักษะชีวิตเสริมความเป็นสากล

02 ธ.ค. 2553

บริษัท สยามประสานมิตร จำกัด จัดงานเสวนา “ต้องปรับตัวอย่างไร? กับการศึกษาในยุคใหม่ไร้พรมแดน" ระดมตัวแทนจากภาคเอกชน กรุงเทพมหานคร (กทม.) และนักวิชาการ มาเสนอแนะว่า สถานศึกษา

 โดยเฉพาะใน กทม.ศูนย์กลางการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อรองรับไทยเข้าร่วมประชาคมอาเซียนในอีก 5 ปี ข้างหน้า วิชเทพ ทรัพย์ทวีพร ประธานบริษัทสยามประสานมิตร ทายาทรุ่นที่ 2 ของสำนักพิมพ์ประสานมิตร จำกัด ระบุว่า สนพ.ประสานมิตร ต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะการศึกษา รัฐบาลกำลังปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ยกระดับการจัดการศึกษาสู่มาตรฐานสากลท่ามกลางกระแสการเปิดเสรีทางการศึกษาที่จะเกิดขึ้นแน่นอนในอีก 5 ปีข้างหน้า หลังไทยเข้าร่วมประชาคมอาเซียน ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการศึกษาไทย โดยเฉพาะการศึกษาใน กทม.ที่ครอบคลุมประชากรการศึกษาส่วนใหญ่ของประเทศ นั่นจึงเป็นที่มาของการจัดเสวนาดังกล่าว

 สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภา กทม. กล่าวว่า ไทยต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอีก 5 ปีข้างหน้า การเข้าร่วมประชาคมอาเซียนนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งต่อสังคมและการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา โดยเฉพาะสถานศึกษาใน กทม.ต้องรู้เท่าทันและก้าวตามการเปลี่ยนแปลงให้ทัน ซึ่งภารกิจที่สำคัญคือการลดช่องว่างทางการศึกษาและบ่มเพาะเยาวชนให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ เป็นพลเมืองดี เป็นกำลังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ

 รศ.ดร.สมพงษ์  จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การศึกษายังต้องปรับตัวอย่างมาก เพื่อรองรับโลกไร้พรมแดน แต่การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา 4 รอบ เราไม่ได้ปรับตัวแถมคุณภาพการศึกษาแย่ลง ขณะที่เรากำลังเข้าสู่การเป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้ดีขึ้นเฉลี่ย 1.2-1.6 แสนบาทต่อปี ชนชั้นกลางขยายตัวมากขึ้น จะต้องเจอปัญหาคนยึดติดกับวัตถุ ส่งผลให้เกิดสภาพสังคมเสื่อม ศพทารก 2,002 ศพ ที่พบที่วัดไผ่เงิน เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีให้เห็นว่าสังคมไทยเลวร้ายขนาดไหน รวมทั้งปัญหาคุณแม่วัยใสมีส่วนทำให้อัตราการเกิดของไทยอยู่ที่ 1 นาที เกิด 70 ราย ใกล้เคียงกับประเทศในทวีปแอฟริกา และนี่เป็นปัญหาสำคัญของ กทม. ศูนย์กลางความเจริญของประเทศ

  "ฉะนั้นสถานศึกษาจะสอนหนังสืออย่างเดียวไม่ได้ โลกเข้ามาปะทะเราอย่างรุนแรง รวมทั้งการที่เราเข้าร่วมประชาคมอาเซียน กทม.จะเป็นฮับในภูมิภาคนี้ ส่งผลให้เป็นศูนย์รวมของคนยากจนที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาหางานในเมืองหลวง ครึ่งหนึ่งของนักเรียนในกทม. เป็นลูกคนในชุมชนแออัด เป็นเด็กด้อยโอกาส ถ้าโรงเรียนสอนหนังสือไปตามปกติ เด็กที่จบจากโรงเรียนไป จะกลายเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง เป็นเด็กล่องลอยอยู่ตามร้านเกม ตามผับ พร้อมที่จะใช้ความรุนแรงและมีปัญหาอื่นๆ ตามมา

 สังคมไทยจะต้องเผชิญกับด้านมืด แต่ขณะเดียวกันประชาคมอาเซียนที่จะมาถึง 5 ปีข้างหน้า ถ้าไม่เตรียมตัวครั้งใหญ่ให้ดีพอแล้ว เด็กไทยอาจไม่มีที่ยืน แค่เด็กไม่ได้ภาษาก็ไม่สามารถแข่งขันจากแรงงานต่างชาติที่ไหลบ่าเข้ามาได้ คนไทยว่างงานจะเพิ่มขึ้นมหาศาล" 

 รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้น การจัดการศึกษาต้องมีการปรับตัว ต่อไปโรงเรียนจะตั้งเป้าให้แค่เด็กเก่งดีมีสุข ไม่ได้ แต่จะต้องปั้นเด็กให้มีความเป็นพลเมืองและมีความเป็นสากลด้วย สามารถสื่อสารด้วยภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษได้ และจะต้องให้เด็กเรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้นเพื่อสอนทักษะชีวิตให้เด็ก เพื่อให้อยู่รอดในสังคมที่มีความเสื่อมลง

 เพชรสุดา เกษประยูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร.ร.อำนวยศิลป์ ถ่ายทอดประสบการณ์การปรับตัวของโรงเรียนเอกชน ว่า ร.ร.อำนวยศิลป์ ตั้งมา 84 ปี และปรับตัวตลอดไปตามความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จุดเปลี่ยนเมื่อ พ.ศ.2539 โรงเรียนกำลังวางยุทธศาสตร์ปฏิรูปโรงเรียน เพราะการศึกษาตามระบบเก่าเริ่มล้มเหลว ครั้งแรกคิดที่จะเปลี่ยนไปเป็นโรงเรียนอินเตอร์ แต่ทำไม่ลง เพราะเอกลักษณ์ของ ร.ร.อำนวยศิลป์ ปลูกฝังความเป็นไทย กิริยามารยาทที่งดงามให้เด็ก สุดท้ายก็จึงเลือกเป็นโรงเรียนไทย แต่พัฒนาให้เด็กพูดภาษาอังกฤษได้ใกล้เคียงกับโรงเรียนอินเตอร์ หลังจากนั้นได้ทดลองนำแนวคิดใหม่ๆ มาใช้  จนกระทั่งปัจจุบันจัดการศึกษาแบบ ธิงกิ้ง โปรแกรม (Thinking Program) ซึ่งสามารถตอบโจทย์ให้ผู้ปกครองที่ไม่ต้องการให้ลูกเรียนหนัก มุ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ต้องการการศึกษาที่สอนให้ลูกคิดเป็น ทำเป็น

 "โรงเรียนแต่ละแห่งไม่จำเป็นต้องจัดการศึกษาแบบเดียวกัน แต่ให้ยึดเอาท์คัม (Outcome) คือสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับเด็กหลังเรียนจบแต่ละระดับชั้น แล้วปล่อนให้โรงเรียนจัดการศึกษาอย่างหลากหลายเพื่อนำไปสู่เอาท์คัมที่ตั้งไว้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำก็คือกำหนดเอาท์คัมให้ชัดเจน และปล่อยให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนได้โดยอิสระ แค่ให้เส้นทางการพัฒนาเด็กแก่โรงเรียน แต่ยอมรับว่าหลักสูตรไทยอัดแน่นเนื้อหามาก ขณะที่หลักสูตรต่างประเทศเน้นสอนทักษะการเรียนรู้ให้เด็ก"

 น.ส.มาศวิมล รักบ้านเกิด รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. กล่าวว่า แม้ว่าสถานศึกษาสังกัด กทม.ส่วนใหญ่เป็นระดับประถมศึกษา แต่ก็มีการเตรียมตัวรองรับอาเซียน เช่น ให้นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียน นอกจากนั้น ยังมีการเติมเนื้อหาในเรื่องที่เข้ากับสังคม เช่นที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เห็นว่าสังคมไทยมีความขัดแย้งทางความคิดมาก นำไปสู่การใช้ความรุนแรง จึงหาแนวทางให้เด็กเรียนรู้ บ่อเพาะ สร้างความรู้สึกรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ผ่านทางกิจกรรมต่างๆ

 วิโรจน์ มังคละมณี กรรมการผู้จัดการบริษัท สนพ.ประสานมิตร ยอมรับว่า สื่อก็ต้องปรับตัวเช่นกัน คนทำสื่อต้องเข้าใจทิศทางการศึกษาในอนาคตและแปลความออกมาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำสื่อประเภทใด หนังสือ อุปกรณ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความคิดทางการศึกษาทั้งหมด เพราะฉะนั้นคนทำสื่อต้องเข้าใจเรื่องการศึกษา และต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าจะสร้างเด็กแบบไหน ก็ให้เอาตรงนั้นเป็นจุดหมายปลายทาง และสร้างสื่อที่จะนำไปสู่เป้าหมายปลายทางนั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน สนพ.ประสานมิตร เร่งพัฒนาสื่อประเภทมัลติมีเดียที่จะเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่อุปสรรคคือ ขาดการสนับสนุนจากรัฐบาล รัฐบาลสนับสนุนงบไอซีทีให้ห้องเรียนละ 800 บาท ไม่เพียงพอที่จะซื้อซีดีได้สักแผ่น แต่งบไทยเข้มแข็งมีงบหลายพันล้านบาท สนับสนุนสื่อไอซีที แต่ส่วนใหญ่ไปลงกับฮาร์แวร์มากกว่าซอฟต์แวร์

  0 สุพินดา  ณ มหาไชย 0 รายงาน