
หญิงท้องติดเอดส์ถึงปีละ6พันคนเสี่ยงถ่ายทอดเชื้อสู่ลูกถึง1.3พันคน
ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในแต่ละปีจะมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 5,000-6,000 คน และมีโอกาสถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้ 1,200-1,500 คน หากไม่มีการป้องกัน
ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมอนามัยได้ให้คำปรึกษาแก่หญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด และครอบครัวที่ติดเชื้อเอชไอวี เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก และได้สนับสนุนให้โรงพยาบาลจำนวน 954 แห่ง ดำเนินงานตามแนวนโยบายภายใต้กิจกรรมหลัก คือ การให้บริการปรึกษาและตรวจเลือดเอชไอวีสำหรับหญิงตั้งครรภ์ด้วยความสมัครใจ
อธิบดีกรมอนามัยกล่าวด้วยว่า หญิงตั้งครรภ์ที่มีผลเลือดเอชไอวีบวกจะได้รับยาต้านไวรัสเพื่อลดการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก รวมทั้งเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีจะได้รับยาต้านไวรัสหลังคลอดทันที และจะได้รับนมผสมทดแทนนมแม่เป็นเวลา 18 เดือน แม่และลูกจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่มีผลเลือดเอชไอวีลบจะได้รับคำแนะนำปรึกษา เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงให้คงผลเลือดลบตลอดไป ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ปี 2553 ลดอัตราการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกจาก 1,300 คน เหลือเพียง 190 คน หรือเท่ากับ 3.6% และตั้งเป้าในปี 2554 ลดการติดเชื้อเอชไอวีจาก 1,300 คน เหลือ 180 คน คิดเป็น 3.5%
อธิบดีกรมอนามัย กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขจึงประกาศนโยบายการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก ในปี 2554 ประกอบด้วย 1.สถานบริการสาธารณสุขจัดให้คำปรึกษา 2.หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวีจะได้รับการตรวจเซลล์ CD4 และได้รับยาต้านไวรัสที่มีฤทธิ์สูง 3.เด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีจะได้รับยาต้านไวรัส เมื่อแรกเกิดจะได้รับนมผสมสำหรับเลี้ยงทารก และได้รับการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข และ 4.แม่ ลูก และสามีหรือคู่ครองที่ติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับยาต้านไวรัสตามสภาพของการติดเชื้อ
"การป้องกันการถ่ายทอดเอชไอวีจากแม่สู่ลูก ครอบครัว ชุมชนและสังคม มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะจะช่วยให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี" ดร.นพ.สมยศกล่าว



