ไลฟ์สไตล์

"อภิสิทธิ์"ชี้คุณวิชาชีพต้องเป็นองค์กรอิสระ

"อภิสิทธิ์"ชี้คุณวิชาชีพต้องเป็นองค์กรอิสระ

01 ธ.ค. 2553

นายกฯชี้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ต้องเป็นองค์กรอิสระขึ้นตรงสำนักนายกฯ และทำหน้าที่เป็นผู้พัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อม ประเมินและ รับรองวิชาชีพให้ได้มาตรฐานโดยให้ร่วมมือกับผู้ประกอบการ ด้าน รมว.ศธ. ย้ำผลักดันการจัดตั้งให้เกิดโดยเร็วและจะกำหนดสัดส่วนผู้เรียนปี

 (1ธ.ค.) โรงแรมพลาซ่าแอทธินี -สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับภาคเอกชน ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย จัดสัมมนาเรื่อง “ทิศทางคุณวุฒิวิชาชีพแรงงานไทย...สู่สากล” โดยการสัมมนาครั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายรัฐบาลกับทิศทางคุณวุฒิวิชาชีพแรงงานไทย” มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) พร้อมด้วยผู้บริหารให้การต้อนรับ และมีมีผู้เกี่ยวข้องจากภาคประกอบการทั้งธุรกิจบริการ อุตสาหกรรม ฯลฯ และผู้บริหารจากวิทยาลัยสังกัด สอศ.เข้าร่วมประชุม

 นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างปาฐกถาพิเศษว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทำให้ภาคการผลิตของไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ไทยไม่สามารถอยู่กับการผลิตที่อิงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือการใช้แรงงานราคาถูกได้ ต้องปรับมาเป็นการแข่งขันในเชิงคุณภาพ แรงงานต้องใช้ทักษะความสามารถในการผลิต เพราะฉะนั้นในการปฏิรูปการศึกษา ทศวรรษที่ 2 รัฐบาลจึงมีเป้าหมายอย่างหนึ่งที่จะให้การศึกษามีความกลมกลืนกับภาคเศรษฐกิจ ปัจจุบันการจัดการศึกษาไม่ตอบสนองตลาดแรงงาน สะท้อนได้ชัดจากปัญหาการว่างงานและขาดแคลนแรงงาน เพราะฉะนั้น ปฏิรูปการศึกษาจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาสายอาชีพ และการจัดทำระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งการจัดทำระบบคุณวุฒิวิชาชีพนั้นจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการทั้งตลาดแรงงานนประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ จะต้องจัดตั้ง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จะเป็นองค์กรอิสระ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่พัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ประเมินและให้การรับรองสมรรถนะวิชาชีพตามเกณฑ์มาตรฐานโดยเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาคมวิชาชีพต่าง ๆ หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้การผลิตกำลังคนมีความสอดคล้องกับความต้องการทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพของตลาดแรงงาน

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาสายอาชีพ โดยจะมีการปรับสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพให้เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพราะฉะนั้นการรับนักเรียน นักศึกษาปี 2554 นี้ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) และ สอศ.จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดสัดส่วนการรับนักเรียนให้มีความเหมาะสมเป้าหมายคือการเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีพเพิ่มมากขึ้น และจะต้องมีการพัฒนาคุณภาพวิชาชีพใน 5 สาขาวิชาหลัก ดึงภาคเอกชนมามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นเลิศให้อาชีวศึกษา รวมทั้งจะผลักดันให้เกิดการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ

 ด้าน นายเพทย์สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน (รง.) กล่าวว่า รง. ได้จัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานไว้ประมาณ 200 สาขาอาชีพ แต่ความต้องการแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่ก่อนต้องการแรงงานที่ทำเป็นทุกอย่างแต่ปัจจุบันต้องการแรงงานที่มีทักษะและรู้ลึกในตำแหน่งที่ทำ เพราะฉะนั้นโรงงาน จำเป็นจะต้องปรับมาตรฐานฝีมือแรงงานใหม่ตามความต้องการของผู้ประกอบการ และได้เริ่มทดลองใช้มาตรฐานฝีมือแรงงานมากำหนดค่าจ้างแล้วประมาณ 22 สาขาอาชีพ อย่างไรก็ตาม ระบบคุณวุฒิวิชาชีพจะประกาศใช้โดดไม่ได้ จะต้องมีการเตรียมการอย่างอื่นรองรับจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาทักษะแรงงาน เช่นต้องจัดระบบการประเมิน การรองรับจัดหลักสูตรอบรมให้แก่แรงงานทั้งในและนอกรั้วการศึกษา

 นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว แต่การพัฒนาคนนั้นตามไม่ทัน เพราะการเรียนการสอนจะใช้เวลานานการจะปรับเปลี่ยนใด ๆ ก็ใช้เวลานานขณะที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น การจัดการศึกษาสายอาชีพยังไม่เคยสำรวจความต้องการแรงงานของตลาดแรงงาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วต้องการแรงงานที่จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 ร้อยละ 60 จบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ร้อยละ 20 และจบระดับปริญญาตรี ร้อยละ 10

 "อย่างไรก็ตาม ระบบคุณวุฒิวิชาชีพจะทำให้เกิดการพัฒนาแรงงานโดยไม่หยุดนิ่ง แรงงานในประเทศได้รับการพัฒนาทักษะและประสบการณ์ซึ่งจะทำให้เกิดการก้าวกระโดดอย่างเร็วในไทย การมีแรงงานที่มีทักษะฝีมือจะช่วยเชิญชวนให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมาลงทุนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสหากรรมเกษตร ท่องเที่ยว บริการ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้กำลังซื้อกลับมาสูงขึ้น จุดนี้ก็จะเชิญชวนนักลงทุนมาร่วมลงทุนเช่นกัน ทั้งหมดนี้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพจะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น"ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  กล่าว