ไลฟ์สไตล์

สธ.พัฒนาชุดตรวจเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัส

สธ.พัฒนาชุดตรวจเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัส

30 พ.ย. 2553

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้พัฒนาชุดตรวจเชื้อเอชไอวีดื้อยา ต้านไวรัส ด้วยวิธีจีโนทัยป์ หรือที่เรียกว่า In-house genotyping เผยมีความไวและมีความแม่นยำสูง ราคาไม่แพงและสามารถตรวจเชื้อเอชไอวีได้ทั้งสายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศและต่างประเทศ พร้

 ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีเป็นจำนวนมากที่จำเป็นต้องให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัส ซึ่งในปัจจุบันการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ที่มีประสิทธิผลสูงสุด เป็นการใช้ยาสูตรผสม Highly Active Antiretroviral Treatment (HAART) สามารถทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีชีวิตยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาจากการรักษาด้วยยาต้านไวรัสและเป็นอุปสรรคต่อการดูแลรักษา คือ ปัญหาที่เกิดจากเชื้อ เอชไอวีดื้อยา อันเนื่องมาจากการรับประทานยาไม่ต่อเนื่อง ทำให้ฤทธิ์ของยาไม่สามารถกดการเพิ่มจำนวนของไวรัสในกระแสเลือดได้ นำไปสู่ปัญหาไวรัสเกิดการกลายพันธุ์และดื้อต่อยาต้านไวรัส

 นอกจากนี้ในปีงบประมาณ 2554 กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายขยายการเข้าถึงบริการยาต้านไวรัส ในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์เพิ่มขึ้นและให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสให้เร็วขึ้น เมื่อ CD4 น้อยกว่า 350 cell/mm3 จากสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้แนวโน้มการเกิดเชื้อเอชไอวีดื้อยาจะมีมากขึ้น

 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่ออีกว่า กระทรวงสาธารณสุข โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้พัฒนาชุดตรวจเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัส ด้วยวิธีจีโนทัยป์ หรือที่เรียกว่า In-house genotyping อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งเป็นเทคนิคที่เพิ่มขยายยีนส่วน Protease และ Reverse Transcriptase จากตัวอย่างพลาสม่า จากนั้นนำมาตรวจหาลำดับเบส และแปลผลการดื้อยากับฐานข้อมูลผ่านทางเว็ปไซด์ Stanford และจากผลการประเมินชุดตรวจที่พัฒนาขึ้นเปรียบเทียบกับชุดตรวจสำเร็จรูป พบว่าให้ผลสอดคล้องกัน อีกทั้งชุดตรวจนี้มีความไวและความแม่นยำสูง ราคาไม่แพง และสามารถตรวจเชื้อเอชไอวีได้ ทั้งสายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศและต่างประเทศ

 นายแพทย์นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ชุดตรวจเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัสที่พัฒนาขึ้นนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากแก่ห้องปฏิบัติการ ในระดับภูมิภาคให้สามารถตรวจวิเคราะห์ได้ถูกต้อง รวดเร็ว ชุดตรวจเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัสนี้ จะช่วยให้แพทย์ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อได้อย่างเหมาะสมและจะเป็นการสร้างเครือข่ายห้องปฏิบัติการ ในส่วนภูมิภาคเพื่อเป็นฐานข้อมูลเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัสสำหรับประเทศในอนาคต

 ด้วยเหตุนี้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จึงได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการในระดับภูมิภาค เพื่อตรวจเชื้อเอชไอวี ดื้อยาต้านไวรัส ด้วยวิธีจีโนทัยป์ หรือ ที่เรียกว่า In-house genotyping ขึ้น โดยได้รับเงินสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก ใช้เวลาอบรมรวมทั้งสิ้น 4 วัน คือ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2553 ณ ห้องประชุม 628 ชั้น 6 อาคาร 10 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี

 สำหรับเนื้อหาการอบรมประกอบด้วย การบรรยาย และการฝึกปฏิบัติวิธีตรวจวิเคราะห์ ทางจีโนทัยป์ โดยใช้ชุดตรวจ ที่พัฒนาขึ้น ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรม รวมทั้งสิ้น 13 คน เป็นนักเทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์จากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักโรคเอดส์  วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งห้องปฏิบัติการของหน่วยงานเหล่านี้มีความพร้อมระดับหนึ่งแล้วในเรื่องกำลังคน สถานที่ เครื่องมือและในพื้นที่มีความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยมีวิทยากรเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันบำราศนราดูร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Treat Asia และจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข