ไลฟ์สไตล์

เปิดนิทัศน์พู่กันหมึกสืบสานไมตรีไทย–จีน

เปิดนิทัศน์พู่กันหมึกสืบสานไมตรีไทย–จีน

29 พ.ย. 2553

เนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน กรมศิลปากรโดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ร่วมกับสมาพันธ์ศิลปินไทย – จีน สมาคมศิลปินแห่งสาธารณรัฐฯประชาชนจีน และสมาคมจิตรกรแห่งมณฑลส่านซี

ร่วมกันจัดนิทรรศการ“พู่กันหมึกสืบสานไมตรีไทย – จีน พี่น้องกัน” ระหว่างวันที่ 1 – 3 ธันวาคมนี้ เวลา 09.00น. - 16.00น.  ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  หอศิลป  โดยเรืออากาศเอกสุริยะ ศึกษากิจ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ

 นายกวนมู่ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฯประชาชนจีน ประจำประเทศไทย นางโสมสุดา ลียะวนิช อธิบดีกรมศิลปากร  นายฉินยู่เซิน  อุปฑูตฝ่ายวัฒนธรรมสาธารณรัฐฯประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และนายหลิว ต้า เหว่ย นายกสมาคมศิลปินแห่งสาธารณรัฐฯประชาชนจีน มาร่วมพิธีเปิดในวันพุธที่ 1 ธันวาคม  เวลา 10.00น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน  เป็นการเสริมสร้าง สนับสนุนตลอดจนกระชับมิตรภาพของทั้งสองประเทศให้แน่นเฟ้นยิ่งขึ้น  ซึ่งนิทรรศการชุดนี้เคยนำไปจัดแสดง ณ หอศิลป์แห่งชาติ เมืองซีอาน มณฑลส่านซี สาธารณรัฐฯประชาชนจีน ในวันที่ 15 – 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากสาธารณชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างดี  มีผู้สนใจเข้าชมงานเป็นจำนวนมาก จากนั้นได้นำนิทรรศการนี้มาจัดที่ประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสได้ชื่นชมผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยมด้วย โดยได้คัดเลือกผลงานศิลปกรรมของศิลปินในระดับแนวหน้าของไทยและจีนรวมกันกว่า 30 คน  มีผลงานจัดแสดงทั้งสิ้นกว่า 100  ภาพ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่มีความงดงาม ทรงคุณค่าและหาชมได้ยากยิ่ง

อย่างไรก็ตามเว็บไซต์สถานีวิทยุซีอาร์ไอของจีนได้เขียนรายงานเรื่อง"คาราวานประวัติศาสตร์มิตรภาพจีน-ไทย" ความว่า ปีนี้เป็นปีครบรอบ 35 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย ในรายการคุยกันวันละประเด็นวันนี้ เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับกิจกรรมคาราวานประวัติศาสตร์มิตรภาพจีน-ไทย คือ

ไม่นานมานี้นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน ได้จัดขบวนรถมิตรภาพ เดินทางมาประเทศจีน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ โดยจัดรถจำนวน 10 คัน มีผู้ร่วมเดินทาง 40 คน ออกเดินทางจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ผ่านกรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว กรุงฮานอยประเทศเวียดนาม นคร หนานหนิงเขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกว่างซีจ้วงของจีน และเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่เมืองซานโถวเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน วันที่คณะเดินทางถึงเมืองซานโถว นายหลินถิ่ง รองนายกเทศมนตรีเมืองซานโถว ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะเดินทางอย่างอบอุ่น และนายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีนได้กล่าวคำปราศรัยที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตมิตรภาพในงานเลี้ยงครั้งนี้ เขากล่าวว่า

"ท่านรองนายกเทศมนตรีหลินถิ่ง และท่านผู้มีเกียรติ ที่เคารพทุกท่าน วันนี้เป็นวันที่ผมในฐานะนายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีนมีความสุขเป็นที่สุด คณะของเราขับรถกันมาแล้วกว่า 3,200 กิโลเมตร ตั้งแต่มาถึงเมืองซานโถว มีความรู้สึกอยากจะเจอกับญาติพี่น้อง และความเป็นญาติสนิทนั้นมากมายเหลือเกิน ท่านรองนายกเทศมนตรีคงทราบว่า 80% ของคนไทยเชื้อสายจีนมาจากที่นี่ อีก 20% นั้นมาจากไหหนาน และ เซี่ยเหมิน

นอกจากนี้ เมืองซานโถวยังมีความผูกพันในประวัติศาสตร์ของไทยที่ยิ่งใหญ่ เพราะอดีตพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย คือพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้กอบกู้เอกราชให้กับประเทศไทย บิดาของท่านไปจากที่นี่ ประวัติศาสตร์ตอนนั้นได้เกิดขึ้นเมื่อ 300 ปีมาแล้ว ซึ่งเป็นระยะเวลาที่พี่น้องจากซานโถวได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยมากที่สุด ในวาระการครบรอบ 35 ปีของสัมพันธภาพการทูตระหว่างรัฐบาลทั้งสอง ผมยังจำได้ว่า เมื่อครั้นที่เปิดประตูสัมพันธภาพระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาลเมื่อ35 ปีมาแล้ว ฯพณฯ โจวเอินไหล ได้กล่าวไว้ว่า ท่านปรารถนาที่จะมีอีกช่องทางหนึ่ง เพื่อประชาชนต่อประชาชน และวันนี้ก็อยากจะเรียนเพื่อนๆ ชาวซานโถวให้รับทราบว่า ผมเป็นรัฐมนตรีอยู่ในคณะรัฐบาลไทย 20 ปีติดต่อกัน มาประเทศจีนมากกว่า 100 ครั้ง

แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาโดยรถยนต์ เพราะนี่คือวิธีที่จะทำให้มิตรภาพใกล้ชิดกันมากขึ้นระหว่างประชาชนต่อประชาชน และในวันนี้ การฉลอง35 ปีเราจะอยู่ที่นี่สองคืนก่อนที่เราจะเดินทางกลับ เพราะว่าไฮไลต์ของการเดินทางครั้งนี้ อยู่ในพิธีการของวันพรุ่งนี้ทั้งสิ้น จะมีการคารวะสุสานของพระเจ้าตากสินมหาราช และในตอนบ่าย จะมีการปลูกต้นไม้มิตรภาพพี่น้องระหว่างไทยจีนที่วิหารเซียนในเมืองแต้จิ๋วอีกด้วย

นอกจากนี้ สมาคมมิตรภาพไทย-จีนที่กรุงเทพฯ และสมาคมมิตรภาพจีน-ไทยที่กรุงปักกิ่งยังมีกิจกรรมในการฉลอง35 ปีอีกมากมาย ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ท่านอุปนายกหวาง แห่งสมาคมมิตรภาพจีนไทยที่กรุงปักกิ่งได้ให้ความร่วมมือให้กับคณะของเราอย่างดีมาก ขอขอบคุณท่านรองนายกเทศมนตรีและคณะของเมืองซานโถวอีกครั้งหนึ่ง และตามประเพณีของคนไทย ขอเชิญชวนคณะจากฝ่ายไทยเท่านั้น กรุณาลุกขึ้นยืน ขออำนวยอวยพรให้ท่านรองนายกเทศมนตรีและคณะของเมืองซานโถวจงประสบความสุขและสุขภาพอนามัยดีตลอดไป"

วันเดียวกันนายกรได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุซีอาร์ไอ ในประเด็นเกี่ยวกับความเป็นมาและวัตถุประสงศ์ในการจัดคาราวานประวัติศาสตร์มิตรภาพจีน-ไทยว่า "ในวาระที่มิตรภาพระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนครบรอบ ปีนี้เป็นปีที่ 35 แล้ว ตั้งแต่ปี 2518 ซึ่งตอนนั้น ผมเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 35 ปีมานี้ ผมกับประเทศจีน พี่น้องประชาชนชาวจีนใกล้ชิดกันมากมาโดยตลอด เราจัดฉลองครบรอบ 20 ปี 25ปี 30 ปี ครั้งนี้ 35 ปี ผมก็เลยมาคิดว่า ครบรอบ 35 ปีอยากจะจัดให้ยิ่งใหญ่ และแปลกไปจากเดิม ก็เพราะว่า 35 นั้นเมื่อเอา 3 บวกกับ 5 มันกลายเป็นเลข 8 แล้วเลข 8 เป็นเลขแห่งความเป็นมงคลของประชาชนชาวจีน จึงได้จัดมาว่า ครั้งนี้จะมีการประกาศฉลองมิตรภาพไทย-จีนถึงประชาชนอย่างแท้จริง นั่นก็คือ การขับรถมาจากประเทศไทย เพื่อจะมาเชื่อมมิตรภาพกับพี่น้องประชาชนชาวจีนเป็นครั้งแรก ผมมาประเทศจีน 100 กว่าครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ขับรถมาเป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้เราภาคภูมิใจมาก เพราะนี่คือความใกล้ชิดระดับติดดินเลยระหว่างประชาชนต่อประชาชนครับ "

ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นว่า กิจกรรมครั้งนี้จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างมิตรสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนอย่างไรครับ  นายกร กล่าวว่า  "ผมเชื่อตลอดระยะเส้นทาง 3,200 กิโลเมตรที่ขบวนรถผ่าน ซึ่งอยู่ในตัวเมืองบ้าง จราจรติดขัดบ้าง อยู่นอกเมืองบ้าง ประชาชนทั้งสองข้างทางรู้ได้ว่า นี่เป็นขบวนรถมิตรภาพจากประเทศไทยสู่ประเทศจีน ผมเชื่อว่า ตรงนี้แหละ จะทำให้การเข้าถึงประชาชนได้ดีที่สุด เพราะทุกครั้งในอดีต เราเคยบินกันมา เราก็ไม่ได้เข้าถึงประชาชนเท่าไร แต่คราวนี้ ประชาชนกับประชาชนนั้นใกล้ชิดที่สุดครับ"

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่า ในอนาคต จะมีกิจกรรมลักษณะแบบนี้อีกไหม นายกร ตอบว่า " ผมว่า มีแน่นอน เพราะขณะนี้เท่าที่รับทราบ ก็เป็นนโยบายของรัฐบาลจีนและรัฐบาลไทยอยู่แล้วที่จะสร้างเส้นทางระหว่างจีนกับอาเซียนจีนเข้าไปสู่อาเซียนก็ผ่านเส้นทางที่เราขับมานี้ นั่นเป็นเส้นทางหนึ่ง อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งคนไทยไปกันมากในขณะนี้คือ กรุงเทพฯ – สิบสองปันนา ที่มณฑลยูนนาน ซึ่งมีขนบธรรมเนียมประเพณีใกล้ๆ กับของเราที่ประเทศไทย ชาวไทยกับชาวจีนเป็นพี่น้องกัน มันอยู่ในความรู้สึกและสายเลือดของเราอยู่แล้ว ครั้งนี้ที่ซานโถว มีสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ จะมาคาราวะสุสานของพระเจ้าตากสินมหาราชที่นี่ ซึ่งบิดาของท่านเป็นคนไปจากที่ซานโถวครับ พวกเราก็รำลึกถึงอยู่ตลอดเวลาว่า พระองค์ท่านเป็นผู้ซึ่งกอบกู้เอกราชให้กับประชาชนชาวไทย เมื่อเกือบ 300 ปีมาแล้ว ฉะนั้น เรามาขอคาราวะอดีตพระมหากัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นสายเลือดไปจากคนที่ซานโถวที่นี่ ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่รวมอยู่ในกิจกรรมมิตรภาพไทย-จีน ครับ"

ผู้สื่อข่าว กล่าวว่า "ท่านผู้ฟังครับ ระหว่างขบวนรถคาราวานประวัติศาสตร์มิตรภาพจีน-ไทยอยู่ในเมืองซานโถว ได้เดินทางไปสักการะบูชาสุสานฝังฉลองพระองค์และพระมาลาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่หมู่บ้านหวาฟู่ อำเภอเฉิงไห่ เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง บ่ายวันเดียวกัน คณะเดินทางยังไปปลูกต้นไม้มิตรภาพ 2 ต้นที่วิหารเซียนในเมืองแต้จิ๋ว และเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา"