ไลฟ์สไตล์

งานเกษตรกำแพงแสน

งานเกษตรกำแพงแสน

29 พ.ย. 2553

ช่วงปลายปีและต้นปี มักจะมีงานใหญ่ให้คนไทยได้เที่ยวกันอยู่เสมอ อย่างต้นเดือนหน้านี้ก็จะมีงานเกษตรกำแพงแสน ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนธันวาคม สำหรับปีนี้จัดระหว่างวันที่ 3-10 ธันวาคม

 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐมนี่เอง ความจริงงานเกษตรกำแพงแสนถือกำเนิดมาประมาณ 26 ปีที่แล้ว ในสมัยนั้น ดร.สุทัศน์ ศรีวัฒนพงศ์ เป็นรองอธิการบดีที่นั่น และพยายามหาทางทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป จึงกล้าลงทุนจัดงานเกษตรที่นั่นเป็นครั้งแรก

 เมื่อก่อนนี้กำแพงแสนก็ถือว่าไกลจากกรุงเทพฯ การเดินทางก็ไม่ค่อยสะดวก เพราะว่าถนนยังแคบมาก ปัญหาสำคัญของการจัดงานใหญ่คือไม่รู้ว่าจะมีคนไปเยี่ยมชมงานหรือเปล่า บรรดาร้านค้าต่างๆ ก็ไม่ค่อยอยากมาลงทุนออกร้านเพราะกลัวไม่คุ้ม แต่เนื่องจากคราวนั้นเป็นการจัดงานครั้งแรก จึงทำเป็นงานใหญ่มาก มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย และได้เชิญพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น เป็นประธานเปิดงาน ปรากฏว่าการจัดงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีผู้คนนั่งรถจากกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงเข้าไปเยี่ยมชมงานมากมาย ผลงานหลายชิ้นได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากการจัดงานครั้งนี้ อย่างเช่นดาวเรืองเกษตร มีการปลูกเป็นแปลงขนาดใหญ่และตัดดอกขาย จากจุดนั้นเองทำให้เกิดการผลิตดอกดาวเรืองเป็นการค้าอย่างเต็มรูปแบบจนถึงทุกวันนี้

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการจัดในปีแรกแล้ว ก็ได้มีความพยายามจัดกันต่อเนื่องมาทุกปี เล็กบ้างใหญ่บ้าง และบางปีก็อาจต้องงดไปด้วยความไม่พร้อมบางประการ จนกระทั่งในที่สุดตอนนี้ กำหนดกันตายตัวว่าทุกปีจะมีการจัดในช่วงต้นเดือนธันวาคม เรียกได้ว่าตอนนี้ทุกคนทราบแล้วและรอคอยงานดังกล่าว เหมือนกับที่การจัดงานเกษตรที่วิทยาเขตบางเขนในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันทั่วไป
สำหรับงานเกษตรกำแพงแสนในปีนี้ มีแนวคิดหลักคือ “ตามรอยพระยุคลบาท เกษตรศาสตร์กำแพงแสน” เป็นการจัดงานใหญ่ในระดับภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งจะมีทั้งนิทรรศการกลางแจ้งด้านการเกษตรทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ เครื่องจักรกลเกษตร รวมทั้งมีการจัดฝึกอบรมวิชาชีพนี้มีต่อเนื่องกันมาหลายรุ่นแล้ว ซึ่งหลายคนได้นำความรู้จากการอบรมนี้ไปประกอบอาชีพได้เป็นอย่างดี จนสามารถพัฒนาเป็นอาชีพหลักได้

ในงานนี้ได้ผนวกงานโคเนื้อกำแพงแสนเข้าไปด้วย มีการประกวดโคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน และพันธุ์บรามัน รวมทั้งมีนิทรรศการสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ๆ เช่น แพะ และกวาง ส่วนทางด้านพืชก็มีการประกวดกล้วยไม้ และที่น่าสนใจคือนิทรรศการพืชกินแมลง ที่กำลังนิยมกันอยู่ในวงการขณะนี้ แต่ที่ขาดไม่ได้คือร้านค้าต้นไม้และผลิตภัณฑ์เกษตรต่างๆ ความจริงช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะที่สุดในการเดินทางไปเที่ยวชมงาน เพราะว่าเป็นช่วงแล้ง อากาศเย็นสบาย ฝนไม่ตก

และที่สำคัญคือใกล้ช่วงปีใหม่ ซึ่งเหมาะที่จะหาซื้อของขวัญที่ดูแล้วมีคุณค่าคือต้นไม้ประดับต่างๆ หากเราหันมาให้ต้นไม้และผลิตภัณฑ์เกษตรต่างๆ เป็นของขวัญ แทนที่จะไปหาซื้อของนำเข้าราคาแพง ก็น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยดีขึ้นได้

การเดินทางไปก็ง่าย หากอยู่กรุงเทพฯ ก็สามารถไปได้หลายทาง ใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด หากเป็นจังหวัดใกล้เคียงกับนครปฐมก็ไปสะดวก คิดว่าคุ้มค่าถ้าจะใช้เวลาวันหยุดยาวไปเดินเที่ยว ชมบรรยากาศงานเกษตร ที่เป็นรูปแบบงานกลางแจ้งเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่นิทรรศการบนกระดาษอย่างเดียวครับ!

รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ