ไลฟ์สไตล์

พม.ชงแก้ท้อง-แท้งเข้าครม.อังคารนี้

พม.ชงแก้ท้อง-แท้งเข้าครม.อังคารนี้

28 พ.ย. 2553

"องอาจ" เผย พม.เล็งชงทางแก้ปัญหาท้อง-แท้ง เข้า ครม.อังคารนี้ เน้นกระตุ้นผู้ชายรับผิดชอบมากขึ้น ลั่นจะให้ผู้หญิงมารับผิดชอบลูกในครรภ์คนเดียวไม่ได้ พศ.รับลูกเช็กศพเด็กในวัดทั่วประเทศ ขณะที่ชาวบ้านยังแห่ไหว้สุสานทารกวัดไผ่เงิน

การบุกทลายแหล่งเก็บซากทารกจากการทำแท้งเถื่อน 2,002 ศพ ที่สัปเหร่อซุกซ่อนไว้รอทำลายที่วัดไผ่เงินโชตนาราม เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ ถือเป็นจุดกระตุ้นอีกให้สังคมหาทางออกเกี่ยวกับปัญหาท้องก่อนวัยอันควร การแก้กฎหมายเพื่อเปิดช่องให้การทำแท้งทำได้ง่ายยิ่งขึ้น และการปลูกฝังเรื่องเพศศึกษาให้แก่เยาวชนอย่างถูกต้องนั้น

 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดเวทีเสวนานโยบายสาธารณะ ในหัวข้อ “จากบทเรียนวัดไผ่เงินฯ สู่ทางออกของปัญหาท้องแล้ว (ทำ) แท้งในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ” ว่า ปัญหาซากทารกที่วัดไผ่เงินทำให้ทุกภาคส่วนสนใจผลกระทบต่อสังคมมากขึ้น ผลสำรวจที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติเรื่องเพศศึกษาของกลุ่มวัยรุ่น ระบุว่าตัวเลขเฉลี่ยของการมีเพศสัมพันธ์ในกลุ่มวัยรุ่นเกิดขึ้นในช่วงอายุน้อยลงไปทุกที เกินกว่าร้อยละ 50 เลือกที่จะไม่สวมถุงยางอนามัย เมื่อต้องมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ทำให้มีสถิติการทำแท้งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

 "หากพิจารณาจากปัญหาดังกล่าวเชื่อว่าปัจจัยเกิดจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีที่สื่อนำสิ่งเร้ามากระตุ้นเด็ก โดยเฉพาะการใช้สื่ออินเทอร์เน็ตที่ไม่สามารถควบคุมได้ ปัญหาซับซ้อนเชื่อมโยงกันหลายบริบท ดังนั้นทุกฝ่ายไม่เฉพาะรัฐบาลสมควรบูรณาการกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เน้นการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้แก่เยาวชน และการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ถือเป็นวาระอันดีที่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติจัดเวทีเสวนานี้ขึ้นมาในวันนี้" นายองอาจ กล่าว

 รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า วันอังคารนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเสนอแนวทางการแก้ปัญหาต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เชื่อว่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนกันทำงาน นอกจากการปลูกฝังทัศนคติด้านการมีเพศสัมพันธ์อย่างถูกต้องแก่เยาวชนแล้ว ควรรณรงค์ให้ผู้ชายรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น

 "จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาหากลูกสาวบ้านไหนเกิดท้องก่อนวัยอันควร มักจะถูกกดดันจากพ่อแม่และสังคมจนนำไปสู่ปัญหาการทำแท้ง ขณะที่ฝ่ายชายจะรู้สึกเฉยๆ เสื่อมเสียน้อยกว่าบางคราวเพื่อนๆ ในกลุ่มยังยกย่องราวกับว่ามีความสามารถ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ในอนาคตจะให้ผู้หญิงมารับผิดชอบลูกในครรภ์แต่เพียงผู้เดียวไม่ได้เด็ดขาด" นายองอาจ กล่าว

 ส่วนกฎหมายทำแท้งในปัจจุบันนั้น นายองอาจ กล่าวว่า ครอบคลุมตามสมควรแล้ว โดยยึดการวินิจฉัยจากแพทย์เรื่องการทำแท้งที่ถูกต้อง ยกตัวอย่างกรณีมารดาถูกข่มขืน หรือหากมีบุตรต่อไปแล้วเป็นอันตรายต่อชีวิตก็สามารถทำแท้งลูกในครรภ์อย่างถูกกฎหมายได้ ซึ่งเวลานี้ค่อนข้างชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ได้สนับสนุนให้เพิ่มตัวบทกฎหมายให้มีการทำแท้งเสรี เนื่องจากอาจเป็นการเปิดโอกาสให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรมากเกินไป จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและอนาคตทางการศึกษาของเด็กสาวผู้เป็นแม่ ซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยเรียน

 "การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนทัศนคติของเด็กๆ และเยาวชนในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างถูกต้อง ส่งเสริมเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ ป้องกันโรคติดต่อ และการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการตั้งครรภ์ของชายและหญิงเท่านั้น ตรงนี้จะเป็นหัวใจสำคัญต่อการขับเคลื่อนของทุกภาคส่วน ผมอยากให้เปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กสาวที่พลาดตั้งครรภ์ในเวลาเรียนมากกว่า ไม่อยากให้ครอบครัวและสังคมไปร่วมกดดันจนเด็กตัดสินใจทำแท้งอย่างผิดกฎหมาย" นายองอาจ ย้ำ

 นายองอาจ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมของวัยรุ่นทวีความรุนแรงมากขึ้น เห็นได้จากข้อมูลอัตราการคลอดบุตรของมารดาที่อายุน้อยกว่า 20 ปี จากปี 2547 อยู่ที่ 13.86% แต่ปี 2552 ตัวเลขอยู่ที่ 16% สาเหตุสำคัญเกิดจากอิทธิพลของสื่อ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต ที่เด็กใช้เวลาอยู่ด้วยมากกว่าหนังสือถึง 6 เท่า รวมถึงการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษา ในประเทศไทยที่ยังไม่พัฒนา ขณะที่อายุเฉลี่ยของวัยรุ่นที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์มีแนวโน้มที่ลดลงเรื่อยๆ จากเดิมที่มีอายุระหว่าง 18-20 ปี ปัจจุบันเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกตอนอายุ 15-16 ปี

 ส่วนกรณีของซากทารก 2,002 ศพจะเผาหรือฝังนั้น ขณะนี้ต้องรอให้สถาบันนิติเวชชันสูตรห้เรียบร้อยก่อน ต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะมีจำนวนมาก ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งด้วยวาจาว่า สามารถดำเนินการได้ทั้งเผาและฝัง ขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ทั้งสองอย่าง จนกว่านิติเวชจะตรวจสอบเรียบร้อย ทั้งนี้หากดำเนินการชันสูตรศพเรียบร้อยแล้วคงจะมีการพิจารณาเรื่องการฝังต่อไป ซึ่งตามหลักคงให้มูลนิธิต่างๆ นำไปฝังต่อไป

 ด้าน นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของเด็กวัยรุ่นก่อนวัยอันควรเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เนื่องจากไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดเป็นเจ้าภาพอย่างชัดเจน ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จหากไม่มีองค์กร หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ

 "ที่สำคัญเมื่อเด็กตั้งครรภ์แล้วจะต้องไม่ประณามผู้หญิง เพราะเขาเป็นเพียงเหยื่อของสังคมเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการนำประเด็นดังกล่าวเข้าไปหารือในที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะร่วมกันหาทางออกและเสนอแนวทางต่อรัฐบาลต่อไป" นพ.อำพล กล่าว

 ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) กำหนดเรื่อง “การแก้ปัญหาวัยรุ่นไทยกับการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม” เป็น 1 ใน 9 ระเบียบวาระในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 15-17 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ โดยมีมติให้คณะกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติเป็นกลไกร่วมกับคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมกันจัดตั้งกลไกขึ้นมาช่วยกันแก้ไขปัญหา พร้อมผลักดันนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ และยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม สู่แผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน รวมทั้งการจัดทำมาตรการเร่งด่วนเรื่องการจัดการปัญหาการตั้งครรภ์ในหมู่วัยรุ่นแบบบูรณาการภายในปี 2554

 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงการตรวจสอบโกดังเก็บศพวัดทั่วประเทศว่า หากได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการจากนายองอาจก็พร้อมดำเนินการทันที โดยจะทำหนังสือประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และเจ้าคณะจังหวัด ขอให้ประสานไปยังวัดที่มีสถานที่ฌาปนกิจภายในวัดว่ามีซากทารกหรือไม่

 "วัดจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้ก็ทำได้ เพื่อความสะดวกในการดำเนินการ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละวัดจะพิจารณาเอง หากพบซากศพทารกในวัดโดยที่ไม่มีพ่อแม่หรือญาตินำมาที่วัด ขอให้แจ้งความและรายงาน พศ. โดยก่อนหน้านี้ พศ.ได้ทำหนังสือประสานไปยังเจ้าคณะภาคขอให้แจ้งเจ้าอาวาส แต่ละวัดช่วยดูแลระมัดระวังกรณีมีศพแปลกปลอมเข้าไปในวัด เนื่องจากการนำศพเข้าไปในวัดต้องมีญาตินำเข้าไป รวมทั้งขอให้ดูแลเจ้าหน้าที่ของวัดด้วย" นายนพรัตน์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในวัดไผ่เงินหลังผ่านพิธีทำบุญใหญ่อุทิศให้ดวงวิญญาณทารก 2,002 ศพ ทางวัดไม่มีการติดประกาศยอดเงินบริจาค แต่คณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิกัลยาณวิสุทธิ์ (พระใหญ่) ตั้งอยู่ซอยเจริญกรุง 63 เดินทางมาทำพิธีสวดกงเต๊ก บริเวณหน้าศาลา 3 ใกล้โกดังเก็บศพ เพื่อส่งดวงวิญญาณทารกตามความเชื่อของชาวจีน

 นางจารุวรรณ เปล่งเหมือนแข อายุ 62 ปี กรรมการมูลนิธิ และเป็นหัวหน้าทีมสวดมนต์ กล่าวว่า ทีมสวดมนต์กว่า 60 ชีวิต เดินทางมาทำบุญสวดส่งวิญญาณให้ทารก เป็นการสวดมนต์ชุดใหญ่ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง และไม่มีการเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน เพราะใช้งบประมาณของทีมงานและมูลนิธิ

 นายพิชิต วัฒนโชติวงษ์ อายุ 62 ปี ประธาน อปพร.เขตสาทร กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุพบซากทารก ได้จัดทีมงานไปดูแลชาวบ้านที่มาวางเครื่องเซ่นไหว้หน้าโกดังเก็บศพในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา มีผู้คนหลากหลายอาชีพมาเซ่นไหว้จำนวนมาก รวมถึงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า เศรษฐี ที่เป็นเจ้าของกิจการในห้างมาบุญครอง และทำธุรกิจค้าเสื้อผ้าย่านสำเพ็งก็มาหลายรอบ

 "พวกเขาบอกผมว่า ชักชวนกันมาไหว้วิญญาณทารกตั้งแต่วันแรกๆ ที่พบศพ พอกลับไปขายของดีเป็นเทน้ำเทท่าจากเดิมได้วันละ 1-2 หมื่นบาท ช่วงนี้ยอดกำไรพุ่งเป็นแสน ทำให้หลายคนย้อนกลับมาและซื้อข้าวของเครื่องใช้ชุดใหญ่มาให้ทารกทั้ง 2,002 ศพ เป็นการตอบแทนจำนวนมากจนขณะนี้บริเวณรอบๆ โกดังแทบไม่มีที่วางเครื่องใช้เหล่านี้แล้ว" นายพิชิต กล่าว

 ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินไปสังเกตการณ์บริเวณศาลา 2 ด้านหลังเมรุ ซึ่งเป็นที่ของ ด.ช.ทอง ด.ช.เงิน และ ด.ญ.นาค เหล่าประติมากรรมทารกที่นายลักษณ์ เรขานิเทศ หรือ “หมอลักษณ์ ฟันธง” นำมาเป็นตัวแทนวิญญาณทารกให้ประชาชนกราบไหว้บูชา พบว่า น.ส.เฟิร์น (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 1 ย่านธนบุรี ซึ่งเดินทางนำเครื่องเซ่นมาวางหน้าประติมากรรม จู่ๆ ก็เกิดอาการเพ้อ พูดจาใช้ศัพท์คล้ายลิเก ร้องไห้ จากนั้นตีอกชกตัว คล้ายเด็กถูกขัดใจ ญาติต้องช่วยกันปลอบประมาณ 5 นาที จึงกลับเป็นปกติ

 น้องเฟิร์น เล่าว่า ทราบข่าวจากสื่อมวลชนเรื่องซากทารก ก็อยากมาทำบุญมาก จึงชวนแม่และญาติไปจุดธูปไหว้ศาลเจ้าที่และหน้าโกดังเก็บศพ จากนั้นค่อยเดินมาที่ศาลา 2 เพื่อวางเครื่องเซ่นประติมากรรมทารก 3 องค์ ระหว่างจุดธูปเกิดอาการมือสั่น ตัวสั่น จนต้องวานแม่ให้ช่วยนำธูปไปปักที่กระถาง ทันทีที่แม่ปักธูป รู้สึกฝืนต่อไม่ไหว เจ็บปวดตามเนื้อตัวอย่างมาก จำต้องปล่อยให้เหตุการณ์เลยตามเลย เชื่อว่าอาจถูกวิญญาณทารกสิงร่าง จึงไม่รู้สึกตัว