ไลฟ์สไตล์

คนรักหมา-หมาตัวแรกของผม:หมาเจ้าอารมณ์

คนรักหมา-หมาตัวแรกของผม:หมาเจ้าอารมณ์

28 พ.ย. 2553

ตอนที่เรากลายเป็นตา-ยายเพราะเซ็กซี่มีหลานมาให้เลี้ยงพร้อมกัน 5 ตัวโดยมีเจ้าบู๊เป็นพี่ใหญ่นั้น เรายังไม่มีลูก ดังนั้นภรรยาผมจึงมีโอกาสได้ทดลองวิชาว่าด้วยการเป็นแม่คนโดยมีหลานทั้ง 5 เป็นตัวทดลอง ก่อนที่จะมีลูกจริงๆ

 ภรรยาผมเอาจริงเอาจังมากกับบทเรียนเพื่อการเตรียมตัวครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องการอบรมสั่งสอนให้เป็นลูกหมาที่ดีของครอบครัว โตขึ้นจะได้เป็นหมาดีของสังคมและประเทศชาติสืบไป แต่บางเรื่องก็ไม่ง่ายนักเพราะทั้งลูกหมาและลูกคนย่อมต้องมีนิสัยบางอย่างเหมือนกันนั่นคือการดื้อดึง

ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการลงโทษแบบจุ๋มจิ๋มพอให้รู้สึกตัว เช่น โดนดุเสียงเข้ม หนักขึ้นหน่อยก็ดีดหู หรือหนักสุดๆ ก็โดนตีด้วยม้วนกระดาษหนังสือพิมพ์รายวัน เป็นต้น

 กับไอ้ตัวอื่นไม่เป็นไร โดนดุนิดหน่อยก็จ๋อยรับผิด แต่ผิดกับเจ้าบู๊พี่ใหญ่...

 เมื่อใดก็ตามที่มันโดนลงโทษไม่ว่าหนักหรือเบา มันจะแสดงปฏิกิริยาอารมณ์เสียสวนควันขึ้นมาทันที แม้จะไม่แสดงอาการขัดขืนโต้เถียงเอากับยายของมันก็ตามเพราะไม่กล้า เนื่องจากจะมีโอกาสเจ็บตัวมากยิ่งขึ้นไปอีกเป็นร้อยเท่าทวีคูณ

 ด้วยนิสัยดื้อรั้นส่วนตัว มันจะเลี่ยงไปใช้วิธีส่งเสียงบ่นงึมงำฟังไม่รู้เรื่องอยู่ในลำคอแล้วเดินงุ่นง่านไปมาเหมือนคนอารมณ์เสีย และหากเดินไปเจอะน้องๆ มันที่ไหน มันก็จะตรงเข้าไปฟัดเขาเป็นการระบายอารมณ์ทันที ยังนับว่าน่าชมเชยเพราะมันเพียงแค่ขย้ำเบาๆ แค่ระบายอารมณ์เท่านั้น ไม่ถึงกับลงเขี้ยวลงเล็บแบบเอาจริงเอาจึง แต่แค่นี้ก็เล่นเอาน้องๆ หลีกกันเป็นแถวเวลาเฮียบู๊อีอารมณ์เสียขึ้นมาเพราะโดนดุหรือโดนขัดใจ

 ไอ้บู๊จึงเป็นหมาเจ้าอารมณ์มาแต่เล็กแต่น้อยแล้ว...

 ไอ้บู๊และน้องทั้ง 4 ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพจากการเลี้ยงดูอย่างดีของภรรยาผมซึ่งตอนนั้นยังไม่มีลูกให้เลี้ยงดูแถมสามีก็ไม่อยู่ให้เป็นภาระเนื่องจากยังไม่จบภารกิจไปชุบตัวจากประเทศนอก

 บ้านที่เราพักอาศัยอยู่นั้นเป็นห้องแถวของทางราชการอันเป็นบ้านพักชุดแรกสุดสำหรับพวกผมที่เพิ่งกลับจากไปรบในเวียดนามแล้วหลวงท่านบังคับให้ช่วยกันตั้งกองพลใหม่ขึ้นที่กาญจนบุรีซึ่งก็คือกองพลทหารราบที่ 9 อันมีชื่อเสียงในปัจจุบันนั่นเอง และเนื่องจากเป็นชุดบุกเบิก

 ดังนั้นอะไรต่อมิอะไรจึงยังไม่สมบูรณ์นัก ตรงหน้าห้องแถวของผมมีถนนลาดยางกว้าง 4 เมตร ซึ่งอีกฟากหนึ่งของถนนก็คือป่าละเมาะสลับป่าไผ่พื้นที่สุดลูกหูลูกตาโดยมีเขาชนไก่เป็นฉากหลัง เช้าๆ ไม่ต้องเดือดร้อนนาฬิกาปลุกเพราะมีไก่ป่าทำหน้าที่อยู่แล้ว เริ่มหน้าฝนก็ชวนกันไปขุดหน่อไม้มากินกัน ราวๆ ปลายเดือนสิงหาคมก็ไปหาเห็ดโคน และสารพัดผักป่ามาจิ้มน้ำพริก หน้าหนาวก็สะเดา ฯลฯ

 บ้านชายป่าแบบนี้แน่นอนต้องมีสัตว์ร้าย และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราจะได้ประจักษ์ถึงพลังลึกลับบางอย่างที่มีอยู่ในตัวของไอ้บู๊
         
บัญชร ชวาลศิลป์