
ดูฟอร์ม"ครูซ เชฟวี่"ลุยเต็มพิกัด
บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถคอมแพค ซีดานใหม่ รุ่น ครูซ อย่างเป็นทางการ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของเจนเนอรัล ในบ้านเราเพราะนับจากนี้ไป เกือบจะทุก 6 เดือน
เจนเนอรัล จะส่งรถรุ่นใหม่ๆ ทยอยออกมาต่อเนื่องกัน รุ่น ครูซ คือรถโมเดลแรกในรอบ 4 ปีที่ เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) ส่งออกมาทำศึกเพราะ เจนเนอรัลนั้นเมื่อครั้งที่มีปัญหาล้มละลายต้องเลื่อนแผนการต่างๆ ออกไปรวมถึงรถใหม่ที่หายไปจากตลาด
เจนเนอรัล วาง ครูซ มาตอบสนองความต้องการของตลาด โดย มี เครื่องยนต์ ให้เลือก รวม 3 รุ่น และอัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เปิดราคาช่วงแนะนำเริ่มต้น 729,000-1,149,000 บาท
เชฟโรเลต ครูซ ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดแบบ Global Compact Car หรือ รถคอมแพกต์ซีดานระดับโลกที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วทุกมุมโลก
ขนาดของ ครูซ เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลาง ออกแบบให้ กระจังหน้า ใหญ่แยกส่วนแบบสองชั้น ด้านข้างตัวรถเน้นเส้นสายที่มีความคม ตัดสายตาด้วยมือจับประตูโครเมี่ยม มิติของตัวถังมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ด้วยความยาว 4,600 มม. กว้าง 1,790 มม. และสูง 1,475 มม. ส่วนระยะฐานล้อมีความกว้างถึง 2,685 มม.
ภายในห้องโดยสารออกแบบ สไตล์ ‘ดูอัล ค็อกพิท’ ถ่ายทอดมาจาก รถสปอร์ตรุ่น คอร์เวทท์ และคล้ายคลึงกับค็อกพิทของห้องนักบิน เน้นความสมดุลของ ตำแหน่งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกบนแผงคอนโซลกลาง โดยคอนโซลหน้าเน้นดีไซน์แบบทูโทนสีดำสลับสีน้ำตาลส้ม ใช้วัสดุหุ้มหนังตัดกับอลูมิเนียมทั้งคอนโซลกลางและแผงข้างประตูด้าน อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
มีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ตามสมัยนิยม พร้อมระบบกุญแจคีย์เลส รีโมท ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติครูสคอนโทรล
ที่ติดตั้งบนพวงมาลัยแบบ 3 ก้าน พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง อุปกรณ์เสริมทั้ง Auxiliary และ USB อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อผ่านระบบไร้สายแบบ Bluetooth เข้ากับเครื่องเสียงได้
นอกจากนี้ เชฟโรเลต ครูซ ยังมีระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมไฟนำทางที่จะส่องสว่างไว้ชั่วขณะเมื่อดับเครื่องยนต์
สำหรับเครื่องยนต์ ในตัวท็อป สุด เป็นคอมมอนเรล ดีเซล เทอร์โบแปรผัน 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ความจุกระบอกสูบ 2.0 ลิตร ให้พละกำลัง150 แรงม้า พร้อมแรงบิดที่ 320 นิวตันเมตร
นอกจากนี้ยังมี เครื่องยนต์เบนซิน 2 ขนาดคือ แบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว DOHC ความจุ 1.8 ลิตร พร้อมระบบวาล์วคู่แปรผันต่อเนื่อง (Double CVC) 141 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 177 นิวตันเมตร
และ เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC ความจุ 1.6 ลิตร พร้อมระบบปรับระยะทางเดินท่อไอดีแบบแปรผัน Variable Geometry Intake System (VGiS) 109 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 150 นิวตันเมตร
ระบบส่งกำลังของ เชฟโรเลต ครูซ ใช้ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Driver Shift Control (DSC) ให้ผู้ขับขี่ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้เอง ทำงานควบคู่กับระบบควบคุมแบบอิเลกทรอนิคส์ นอกจากนี้ ครูซ ยังมาพร้อมกับเกียร์ธรรมดา 5 สปีดในรุ่นเครื่องยนต์แบบ 1.6 ลิตร และ 1.8 ลิตร
สำหรับระบบกันสะเทือน เชฟโรเลต ครูซ ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง โช็กอัพแก๊ส และเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบคานทอร์ชั่นบีม และโช็กอัพแก๊ส ขณะที่ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ คู่กับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 225/50 R17 ในรุ่นสูงสุด และล้ออัลลอย 16 นิ้วพร้อมยาง 205/60 R16 ในรุ่นรองลงมา
ระบบความปลอดภัยครบ มีทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้างในรุ่นสูงสุด ระบบเบรก ABS พร้อมด้วย EBD (Electronic Brake-Force Distribution) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control
เชฟโรเลต หันมาเล่น เรื่อง อัตราค่าบำรุงรักษาที่ต่ำสุด โดยยืดระยะการเข้ารับการตรวจเช็กตามระยะให้นานขึ้นกว่าเดิมที่ 15,000 กม.ถือเป็นรถแมส รุ่นที่สอง ต่อจาก รถเก๋งในเครือฟอร์ด (เฟียตต้า) ที่เช็กระยะยาวขึ้น (รถทั่วไปเช็กระยะทุกๆ 10,000 กม.) จีเอ็มนั้นส่ง ครูซ มาแบบเต็มพิกัดแต่ จะประสบความสำเร็จแค่ไหน ต้องรอดู ยอดจอง ในงานมหกรรมยานยนต์ ที่เมืองทองธานีต้นเดือนธันวาคมนี้



