ไลฟ์สไตล์

ในหลวงเสด็จออกมุขเด็จพิธีถวายสัตย์ฯ

ในหลวงเสด็จออกมุขเด็จพิธีถวายสัตย์ฯ

26 พ.ย. 2553

"ในหลวง" เสด็จออกมุขเด็จ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของเหล่าทหารรักษาพระองค์ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2553 ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ แต่งดสวนสนาม ด้านเหล่าทหารราชองครักษ์เตรียมจัดพิธียิ่งใหญ่อย่างสมพระเกียรติ ขณะที่กระทรวง

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกมุขเด็จ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของเหล่าทหารรักษาพระองค์ เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2553 ในวันที่ 2 ธันวาคม เวลา 17.00 น. โดยมี พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เข้าร่วมพิธี ซึ่งกองบัญชาการกองทัพไทยมอบให้กองทัพบกเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของเหล่าทหารรักษาพระองค์ โดยปีนี้งดพิธีสวนสนาม แต่กองทัพบกได้จัดทำรูปแบบเพื่อให้เกิดความกระชับขึ้น แต่ยังคงสมพระเกียรติ

 รูปแบบพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ในปีนี้ ทหารรักษาพระองค์จาก 3 เหล่าทัพตั้งแถวที่สนามหน้ามุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มี พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) เป็นผู้บังคับการกองผสม นำกำลังทหารรักษาพระองค์ 4 กรม รวม 13 กองพัน เข้าร่วมในพิธี โดยกองทัพภาคที่ 1 จะจัดให้มีพิธีซ้อมใหญ่อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมพิธีจริง

 ทั้งนี้พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นความภาคภูมิใจของทหารรักษาพระองค์ทุกนาย ที่มีโอกาสถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามในชุดเครื่องแบบเต็มยศทหารรักษาพระองค์ตามสีของแต่ละเหล่าอย่างสง่างาม พร้อมทั้งเปล่งวาจาถวายสัตย์ฯ ที่จะมั่นคงในความจงรักภักดี และจักยอมตายเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ไม่เพียงแต่รั้วของชาติเท่านั้น เราคนไทยทุกคนก็สามารถแสดงความจงรักภักดีได้ ด้วยกาย วาจา และใจ

 ความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษานั้น วันเดียวกัน ศ.อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กำหนดจะจัดการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน “ร้อยรวมใจถวายพระพร” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา ในวันที่ 30 พฤศจิกายน อย่างพร้อมเพรียงกันทั้ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ จ.แพร่ อุบลราชธานี พัทลุง กาญจนบุรี และที่กรุงเทพมหานคร ถือเป็นการรวมใจของพสกนิกรไทยในการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี ตลอดจนร่วมกันถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน

 ส่วนกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน “ร้อยรวมใจถวายพระพร” ประกอบด้วย การแสดงรำถวายพระพร การแหล่ถวายพระพร โดยนายชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ และการแสดงชุมนุมเผ่าไทย ที่กรุงเทพมหานคร ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย การแสดงกลองชัยยะมงคล โดย ครูมานพ ยาระณะ ศิลปินแห่งชาติ และการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้าน ที่ จ.แพร่ ณ สนามหน้าศาลากลาง การแสดงลำถวายพระพรโดยฉวีวรรณ พันธุ ศิลปินแห่งชาติ และป. ฉลาดน้อย (ฉลาด ส่งเสริม) ศิลปินแห่งชาติ ที่ จ.อุบลราชธานี ณ บริเวณลานพิพิธภัณฑ์เมืองอุบลราชธานี

 นอกจากนี้ยังมีการแสดงโนรารวมใจ ถวายพระพร โดย นายเอกชัย ศรีวิชัย และศิลปินพื้นบ้าน ที่ จ.พัทลุง ณ สนามหน้าศาลากลาง และ จ.กาญจนบุรี ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว ได้แก่ การอ่านบทกวีถวายพระพร โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ การแสดงกลองยาวประยุกต์ การแสดงระบำไก่ และการแสดงพื้นบ้าน ปิดท้ายด้วยการแสดงชุดพิเศษ โดยจะเป็นการขับร้องเพลง “พระราชาเป็นประมุขของประชาชน” พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยศิลปินแห่งชาติและเหล่าศิลปินนักร้อง รวม 36 คน จึงขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศร่วมชมการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน “ร้อยรวมใจถวายพระพร” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมชมการถ่ายทอดผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในเวลา 17.00-18.00 น. วันเดียวกันด้วย