ไลฟ์สไตล์

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (10)

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (10)

26 พ.ย. 2553

นี่แหละเป็นเหตุให้ฉันมีเงื่อนปมที่ค้างคาอยู่ในใจตนเองมาตั้งแต่บัดนั้น หลังจากพบความจริงเช่นนั้นแล้วก็คงต้องหาโอกาสลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวให้ได้ ไม่ว่ามากน้อยแค่ไหน

  ครั้นมาอยู่แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ก็ยิ่งเห็นเครือข่ายดังกล่าวได้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก แม้กระทั่งได้พบศูนย์รวมพันธุ์กล้วยไม้ป่าใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเครือข่ายของที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ เพราะเหตุว่าคนกรุงเทพฯ ได้ตั้งศูนย์รวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ป่าขึ้นใน จ.เชียงใหม่ ที่จ้างชาวบ้านออกไปไหนเก็บกล้วยไม้จากป่าเมืองไทยเพื่อส่งไปกรุงเทพฯ หลังจากนั้นจึงลอกใบสั่งจากเมืองนอก ก็ยิ่งทำให้ฉันเกิดพลังในการต่อสู้กับกระแสดังกล่าวเพิ่มมากยิ่งขึ้น

 ระหว่างช่วงซึ่งตัวเองทำงานอยู่ในสถานีวิจัย นอกจากทำงานค้นคว้าวิจัยตามนโยบายของทางราชการอย่างดีที่สุดแล้ว ว่างเมื่อไหร่ก็มักปั่นรถจักรยานวนเวียนโฉบไปยังเรือนเพาะชำพันธุ์ไม้ซึ่งมีกล้วยไม้ป่าปลูกใส่กระเช้าแวนไว้ไม่เกิน 10 กระเช้า

 หลังจากถามหัวหน้าคนงานว่ากล้วยไม้เหล่านี้มันชื่ออะไร คนพื้นบ้านแท้ๆ แต่ก็ตอบไม่ได้ ยิ่งทำให้ตัวฉันเองเกิดความรู้สึกว่า “คนไทยนี่หนอ อะไรที่อยู่ใกล้ตัวก็มักไม่สนใจ มิน่าล่ะคนอื่นเขาถึงได้มาคว้าเอาไปไม่ยาก”

 ยิ่งไปกว่านั้น คั้นโฉบไปบ่อยๆ เข้า ฉันก็เริ่มต้นถามขึ้นมาอีกว่า “กล้วยไม้พื้นบ้านของ จ.เชียงใหม่ อะไรสวยงามที่สุด” มันก็เช่นเดียวกันถามเท่าไหร่ก็ตอบอ้อมๆ แอ้มๆ ในที่สุดก็ได้รับคำตอบว่า “กล้วยไม้ฟ้ามุ่ย”

 ไม่เพียงเท่านั้น ครั้นถามไกลเข้าไปอีกว่า “กล้วยไม้ที่ว่าชื่อฟ้ามุ่ยนั่นน่ะ มันมีลักษณะยังไง” เขาก็ตอบไม่ได้อีก ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ทำให้ต้องหวนกลับมาถามตัวเองว่า “มันเกิดอะไรขึ้นภายในแวดวงการจัดการศึกษาของเรา”

 ฉันเริ่มต้นเก็บเอาต้นไม้ซึ่งถูกตัดทิ้งไว้ข้างถนนมาทำเป็นเสาเรือนกล้วยไม้ และเก็บเอาทางมะพร้าวที่มันหล่นลงมาจากต้นซึ่งปลูกอยู่หลังบ้านมาทำเป็นหลังคากรองความร้อนจากแสงแดด ทั้งนี้ เพื่อเริ่มต้นปลูกกล้วยไม้สำหรับทำงานค้นคว้าหาความรู้เป็นการส่วนตัว

 ในที่สุดฉันก็เดินทางเข้าไปในเมือง ปกติแล้วข้าราชการซึ่งทำงานอยู่รอบนอกของท้องถิ่น เสาร์อาทิตย์ครั้งหนึ่งก็มักใช้เวลาเข้าเมืองเพื่อไปซื้อหาของใช้ส่วนตัวบ้าง สำหรับใช้ในราชการบ้างเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในระหว่างวันทำงาน

"ระพี สาคริก"