ไลฟ์สไตล์

ห่วงรีดภาษีโทรคมเพิ่มภาระผู้บริโภคเอกชนโอดจ่ายแพงอยู่แล้ว-ชี้ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย

ห่วงรีดภาษีโทรคมเพิ่มภาระผู้บริโภคเอกชนโอดจ่ายแพงอยู่แล้ว-ชี้ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย

25 พ.ย. 2553

เอกชนติงรัฐเก็บภาษีธุรกิจโทรคมเพิ่มกระทบผู้บริโภค มองโทรศัพท์มือถือเป็นสินค้าจำเป็น โอดปัจจุบันจ่ายภาษีสูงอยู่แล้ว ต้องศึกษาผลกระทบให้รอบด้าน หากรีดภาษีแพงเครื่องหนีภาษีทะลักแน่

 นายทวี อุดมกิจโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวทางจัดเก็บภาษีของภาครัฐที่ต้องการปรับภาษีตัวเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และภาษีโทรคมนาคม ว่า ปัจจุบันในการนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคม โทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ใช้คลื่นความถี่ในอัตราเครื่องละ 1 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% หากรัฐต้องการเก็บภาษีโทรศัพท์มือถือเพิ่มอีก จะเป็นการผลักภาระให้แก่ผู้บริโภค เนื่องจากต้นทุนการผลิตเครื่องลูกข่ายไม่สูง และทุกวันนี้เครื่องก็มีราคาต่ำอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็จะเจอปัญหาเรื่องการนำเครื่องหนีภาษีตามมา

 นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปัจจุบันกิจการโทรคมนาคมกลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไปแล้ว ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย ดังนั้น การเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นภาระย่อมตกอยู่กับผู้บริโภค และที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโทรคมนาคมก็จ่ายภาษีให้รัฐในอัตราที่ถือว่าสูงอยู่แล้ว ทั้งส่วนแบ่งรายได้สัมปทาน ค่าใบอนุญาต และค่าเลขหมายให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งหากจะปรับภาษีรัฐควรต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน

 “ถ้ารัฐบาลต้องการหารายได้ การนำสินค้าใต้ดินขึ้นมาทำให้ถูกกฎหมาย แล้วจัดเก็บภาษีน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า เพราะสินค้าโทรคม วันนี้ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือยแล้ว และเราก็จ่ายภาษีในอัตราที่น่าจะพอแล้ว หากรัฐจะเก็บจริงก็ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ด้วยว่าเก็บไปเพื่ออะไร” นายวิเชียร กล่าว

 ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกลยุทธ์และกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทจ่ายภาษีให้รัฐหลายทางอยู่แล้ว ซึ่งแล้วถือว่าสูงกว่าภาษีสุรา และขณะนี้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมก็บอบช้ำอยู่แล้ว หากรัฐจัดเก็บภาษีเพิ่มเพราะมองว่าเป็นของฟุ่มเฟือยจึงต้องการให้คนใช้งานลดลง คงไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง จึงอยากให้ภาครัฐหารือ หรือขอความเห็นจากภาคเอกชน นักวิชา และประชาชนก่อนที่จะมีการประกาศใช้

 นายทวีกล่าวถึงการทำตลาดไอ-โมบาย 3 จีเอ็กซ์ที่ร่วมกับพันธมิตรว่า บริษัทได้จับมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ จัดแคมเปญไอ-โมบาย 3 จีเอ็กซ์ มูฟวี่ซิม เพื่อขยายฐานลูกค้า ไปในกลุ่มคนรักหนัง โดยมอบสิทธิ ซึ่งเริ่มโปรโมชั่นมาตั้งแต่เดือนกันยายน ขณะนี้มียอดลูกค้าที่ใช้ซิมดังกล่าวแล้วกว่า 2,000 เลขหมาย ซึ่งมี 8 สาขา ที่ร่วมโครงการ อาทิ เมเจอร์รัชโยธิน เมเจอร์ปิ่นเกล้า เมเจอร์รังสิต และเมเจอร์รามคำแหง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากฐานลูกค้าของทางเมเจอร์