ไลฟ์สไตล์

"ชินวรณ์"ลั่นรับนักเรียนปี54ห้ามมีรอบ2

"ชินวรณ์"ลั่นรับนักเรียนปี54ห้ามมีรอบ2

24 พ.ย. 2553

“ชินวรณ์“ ประกาศชัด รับนักเรียนปี 54 ห้ามมีรอบ 2 ชี้เป็นช่องทางให้ร.ร.ขยายห้องเรียนเพื่อเรียกเงินแลกรับเข้าเรียน ย้ำทุกโรงเรียนต้องวางแผนและรับนักเรียนตามจำนวนที่ประกาศให้เสร็จในครั้งเดียว ระบุ 1 ห้องเรียนควรรับไม่เกิน 40 คน กรณีจำเป็นอนุญาตให้ขยายได้ไม

เมื่อวันที่  24 พ.ย.2553  นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า การรับนักเรียนของโรงเรียนมัธยมสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในปีการศึกษา 2554 จะไม่ให้มีการขยายห้องเรียนเพื่อเปิดรับนักเรียนรอบ 2 เพราะตนเห็นว่า การรับนักเรียนรอบ 2 นั้น เป็นช่องทางให้โรงเรียนแสวงหาประโยชน์ เรียกรับเงินจากผู้ปกครองเพื่อรับเด็กเข้าเรียน อย่างไรก็ตาม การขยายห้องเรียนจนทำให้จำนวนนักเรียนต่อห้องมากเกินไปนั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอนในที่สุด

 รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า จำนวนนักเรียนต่อห้องที่เหมาะสมต่อการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ต้องอยู่ที่ 40 คนต่อห้อง ถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ ให้ขยายได้ไม่เกิน 50 คนต่อห้อง โดยโรงเรียนสามารถพิจารณาขยายห้องเรียนได้เองเป็นห้องละไม่เกิน 45 คน หากจำเป็นต้องขยายเป็นห้องละ 50 คน ให้ส่งเรื่องมาขออนุมัติที่ สพฐ. ซึ่งตนจะเข้าร่วมในการพิจารณาตรงนี้ด้วย เพราะตนไม่ต้องการให้โรงเรียนขยายห้องเรียนโดยไม่มีความจำเป็น หรือนำการขยายห้องเรียนไปใช้แสวงหาประโยชน์ ที่สำคัญโรงเรียนที่จำเป็นต้องขยายห้องเรียนนั้น ให้ส่งเรื่องมาขออนุมัติแต่แรก จากนั้นให้ประกาศให้ผู้ปกครองทราบ พร้อมดำเนินการรับนักเรียนตามจำนวนนั้นให้เสร็จภายในรอบแรก โดยให้โรงเรียนจัดเตรียมโรงเรียนคู่ขนานไว้เพื่อรองรับเด็กที่ล้น หรือยังไม่มีที่เรียน

 “อุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้การแก้ปัญหาเด็กฝาก ปัญหาแป๊ะเจี๊ยสำเร็จ เพราะร.ร.ไปแอบดำเนินการหลังเปิดภาคเรียน หรือระหว่างรับนักเรียนรอบ 2 เมื่อรับนักเรียนรอบแรกตามนโยบายของกระทรวงเสร็จ ร.ร.จะขอขยายห้องเรียนแล้วแอบนำที่นั่งดังกล่าวไปรับเด็กฝาก แต่นั่นทำให้จำนวนนักเรียนมากเกินความเหมาะสม ผมเห็นหลายโรงเรียนขอสร้างอาคารเพิ่มอีกทั้งที่พื้นที่แทบไม่มีเหลือแล้ว เด็กไม่มีที่วิ่ง ที่ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมเลย เพราะใช้พื้นที่สร้างอาคารเรียนหมด เด็กไม่มีห้องเรียนประจำ ต้องใช้ระบบหมุนห้องเรียน ส่งผลให้คุณภาพการเรียนการสอนลดลง เพราะฉะนั้น ผมจะไม่ยอมให้มีการดำเนินการเหมือนที่ผ่าน ๆ มาอีก “นายชินวรณ์ กล่าว

 รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ได้กำชับให้ สพฐ.นำนโยบายของตนไปประกอบกับข้อมูลต่าง ๆ เพื่อยกร่างเกณฑ์รับนักเรียนปี 2554 ให้เสร็จโดยเร็วแล้วเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ก่อนจะเสนอมายังตน จากนั้นตนจะนำร่างเกณฑ์นี้ไปประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับโรงเรียนยอดนิยมในวันที่  2  ธ.ค. นี้ 

 "นโยบายรับนักเรียนปี 2554 นั้น จะอยู่บนหลักการ 3 ประการ คือ นักเรียนทุกคนที่มีเรียน หลักเกณฑ์การรับนักเรียนและสัดส่วนนักเรียนต้องห้องต้องเหมาะสมสะท้อนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ และมีการดำเนินการที่โปร่งใส ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการรณรงค์ให้ผู้ปกครองเลิกเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว แย่งกันส่งลูกเข้าโรงเรียนดัง แทนที่จะยอมจ่ายเงินให้โรงเรียนดัง น่าจะตระหนักถึงการระดมทุนเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้ขึ้นมามีคุณภาพทัดเทียมกันมากกว่า" นายชินวรณ์ กล่าว