
จ.ม.ถึงผู้แทน ถึง ตัวเอง
"ระวังละเมิดสิทธิเด็ก" กรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกตรวจค้นโกดังเก็บศพวัดไผ่เงิน แล้วพบซากศพทารกซึ่งคาดว่าจะเสียชีวิตจากการลักลอบทำแท้ง (ทำแท้งเถื่อน) จำนวนกว่า 2,000 ศพ
ก่อให้เกิดความสลดใจแก่สังคม และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วไปในขณะนี้
คณะอนุกรรมการส่งเสริมจริยธรรม สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้ติดตามการนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ พบว่าส่วนใหญ่ประเด็นที่หนังสือพิมพ์มุ่งนั้นอยู่ที่เรื่องของการติดตามผู้กระทำความผิดเพื่อมาดำเนินคดีเป็นหลัก อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่น่าห่วงใย ในเรื่องของการละเมิดสิทธิเด็กอยู่ในข่าวของหนังสือพิมพ์บางฉบับ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของการติดตามชีวิตเด็กที่รอดจากการทำแท้ง ซึ่งผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวสารภาพว่านำไปเลี้ยงดูจนเติบโตและได้นำไปเรียนในโรงเรียนใกล้บ้าน ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีการนำเสนอรายละเอียดชื่อและหน้าตาของเด็ก แต่การนำเอาบ้านเลขที่ของผู้ต้องหามาเปิดเผยอย่างละเอียด ย่อมนำมาซึ่งความอ่อนไหวที่เด็กกลุ่มดังกล่าวจะถูกชุมชนในย่านใกล้เคียงรู้โดยการคาดเดาว่าเป็นเด็กที่ผู้ต้องหากล่าวถึงนั่นเอง
คณะอนุกรรมการส่งเสริมจริยธรรม สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ยังคงขอแสดงความชื่นชมต่อการตระหนักในบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวนี้ โดยมีการละเว้นการเปิดเผยชื่อ หรือใบหน้าของเด็กที่รอดชีวิต รวมไปถึงมีการละเว้นระวังไม่เปิดเผยชื่อเด็ก หรือตัวตนอัตลักษณ์ของเด็กที่ผ่านการปกปิดที่ไร้ประสิทธิภาพ (เช่นใส่แถบดำคาดตาแต่ยังทำให้คนที่รู้จักใกล้ชิดจำตัวตนเด็กได้ โดยอาศัยบริบทของเสื้อผ้า ฉากหลังหรือคนใกล้ชิดที่อยู่ด้วยในภาพ)
ท้ายนี้ คณะอนุกรรมการส่งเสริมจริยธรรม สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ขอแสดงความห่วงใยต่อการนำเสนอข่าว และขอร้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจนำเสนอประเด็นข่าวนี้ได้ตระหนักถึงความอ่อนไหว และจิตใจของเด็กซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ซึ่งอาจจะถูกดึงเข้ามาสู่สายตาของสังคมรอบข้างอย่างดูแคลน หากมีการนำเสนอข่าวในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็ก สื่อโดยองค์รวมพึงเพิ่มความระมัดระวังและความละเอียดอ่อนด้านสิทธิส่วนบุคคลให้มากกว่าที่เคยปฏิบัติ
คณะอนุกรรมการส่งเสริมจริยธรรม
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ



