ไลฟ์สไตล์

"ล็อกซ์เล่ย์" ร่วมวงประมูล3จีทีโอทีดึงสามารถฯ พันธมิตร-ปี 54 ตั้งเป้ารุกภูมิภาคอาเซียน

"ล็อกซ์เล่ย์" ร่วมวงประมูล3จีทีโอทีดึงสามารถฯ พันธมิตร-ปี 54 ตั้งเป้ารุกภูมิภาคอาเซียน

24 พ.ย. 2553

ล็อกซเล่ย์พร้อมประมูลงานขยายโครงข่าย 3 จี ของทีโอที ผนึกกำลังกลุ่มสามารถฯ เข้าร่วมวง รอดูทีโออาร์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ปี 2554 ตั้งเป้าขยายไปทั่วภูมิภาคอาเซียน หวังพัฒนาแบรนด์เทียบชั้นอินเตอร์

 นายธงชัย ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจโทรคมนาคมมาเป็นเวลานาน และมีความพร้อมในการที่จะเข้าร่วมในธุรกิจโทรคมนาคมให้มากขึ้น เพราะตลาดโทรคมนาคมมีโอกาสขยายตัวอีกมาก โดยล็อกซเล่ย์จะร่วมกับบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นกิจการร่วมค้า เพื่อร่วมกันเข้าประมูลงานขยายโครงข่ายให้บริการ 3 จี ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะซื้อซองประกวดราคาในวันที่ทีโอทีเปิดขายซองวันแรก คือในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553

 นายเฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการบริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า บริษัทจะต้องรอดูข้อกำหนดและเงื่อนไข (ทีโออาร์) จากทีโอทีอย่างเป็นทางการก่อนที่จะเข้าร่วมประมูลงานวางโครงสร้างทั่วประเทศ ซึ่งจะพิจารณารายละเอียดว่ามีหลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติอย่างใดบ้าง การส่งมอบงานจะต้องดำเนินการในลักษณะใด โดยเบื้องต้นล็อกซเล่ย์ และกลุ่มสามารถฯ จะได้หารือร่วมกับซัพพลายเออร์ต่างประเทศ 4 รายคือ หัวเหว่ย, โนเกีย-ซีเมนส์, อีริคสัน และอัลคาเทล

 นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทีโอทีจะเปิดขายซองประกวดราคาโครงการขยายโครงข่ายให้บริการ 3 จี ในวันที่ 29 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2553 และในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 จะให้ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูลในรูปแบบวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออคชั่น) จากนั้นจะมีการลงนามในสัญญาว่าชนะการประมูลอย่างเป็นทางการในวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2554 โดยการให้บริการเฟสแรกจะเริ่มในเดือนเมษายน และเฟสที่ 2 จะให้บริการครอบคลุม กทม. และ 13 จังหวัดเศรษฐกิจ

 ทั้งนี้ ข้อกำหนดและเงื่อนไข (ทีโออาร์) สำนักงานอัยการสูงสุดกำลังพิจารณา โดยทีโอทีได้ส่งทีโออาร์ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอที ให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 นายธงชัยกล่าวถึงผลการดำเนินงานของล็อกซเล่ย์ในปี 2553 ว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค และงานภาคราชการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ส่วนแผนงานปี 2554 บริษัทจะรุกตลาดด้านสินค้าอุปโภคบริโภค และด้านเทคโนโลยี ขยายไปทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน หลังจากได้ทำตลาดที่เวียดนามและลาว โดยขณะนี้กำลังศึกษาการเข้าลงทุนในพม่า กัมพูชา รวมถึงจีน ซึ่งจุดประสงค์ของบริษัทต้องการพัฒนาแบรนด์สินค้าล็อกซเล่ย์ให้เข้าสู่ระดับอินเตอร์แบรนด์มากขึ้น