ไลฟ์สไตล์

ปลื้มปิติในหลวงทรงเปิดประตูระบายน้ำ

ปลื้มปิติในหลวงทรงเปิดประตูระบายน้ำ

25 พ.ย. 2553

"ในหลวง"เสด็จฯทางชลมารค ทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ พร้อมทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 ภูมิพล 2 ด้วยพระพักตร์แจ่มใส ทรงฉายรูปพสกนิกร-ทิวทัศน์สองข้างทาง ขณะที่ชาวไทยนับหมื่นสวมเสื้อชมพูมาชื่นชมพระอัจฉริยภาพ พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญ แซ่ซ้องสดุดีพระปรีชาสามารถ

เป็นวันที่พสกนิกรชาวไทยทั่วหล้ามีความปลื้มปีติมิรู้คลายอีกครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเรือพระที่นั่งอังสนา เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 และ ภูมิพล 2 อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ การเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์อีกครั้งที่ประชาชนชาวไทยได้ชื่มชมพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถในสายพระเนตรอันยาวไกลที่ทรงคลายทุกข์ให้แก่ประชาชนที่ประสบภาวะปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี

"ในหลวง"เสด็จฯทางชลมารค

 เมื่อเวลา 16.54 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์เชิ้ตสีขาวทับด้วยฉลองพระองค์สูทสีกากี สนับเพลายาวสีกากี พร้อมทรงคล้องกล้องถ่ายรูปไว้ที่พระศอ พระพักตร์แจ่มใส ประทับบนรถเข็นไฟฟ้า โดยมี รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีนิน หัวหน้าสำนักงานศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เป็นผู้เข็นรถถวาย เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ลงจากอาคารชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ

 จากนั้นเสด็จฯ ไปยังท่าเทียบเรือสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช โรงพยาบาลศิริราช เพื่อประทับเรือพระที่นั่งอังสนาที่กองทัพเรือจัดถวาย เสด็จฯ ไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 ภูมิพล 2  ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งระยะทางจากท่าเทียบเรือสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช ถึงประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ เป็นระยะทาง 16 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับที่บริเวณชั้นสองด้านหน้าสุดของเรือ และทรงฉายรูปทิวทัศน์สองข้างทาง ขณะที่ตลอดเส้นทางที่เรือพระที่นั่งแล่นผ่านมีพสกนิกรมาเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง

 การเสด็จฯ ครั้งนี้มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี    พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายพลากร สุวรรณรัฐ นายอำพล เสนาณรงค์ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน  พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ ตามเสด็จ และเมื่อเสด็จฯ ถึงประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จต่างโบกธงและเปล่งเสียงทรงพระเจริญอย่างกึกก้อง
ทรงฉายภาพตลอดการแสดง

 เมื่อเสด็จฯ ถึง นายอภิสิทธิ์ กราบบังคมทูลรายงาน จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรวีดิทัศน์ความเป็นมาของโครงการบนเรือพระที่นั่ง จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับพระหัตถ์ขวาบนแท่นที่ฉายภาพแผนที่ ทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และสะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 ทอดพระเนตรวีดิทัศน์เทคนิคพิเศษเล่าเรื่องประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ โดยการแสดงไพโรเทคนิค (Pyro Technique) ด้านหลังของประตูคลองลัดโพธิ์ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์เทคนิคพิเศษเล่าเรื่องสะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 โดยการแสดงไพโรเทคนิค ประกอบแสงสีเสียงบนสะพานภูมิพล

 จากนั้น มีการจุดพลุทั้งหมด 2,698 นัด แบ่งออกเป็น 3 ชุด ประกอบด้วย ชุดประตูเชื่อมสุข 99 นัด ชุดสะพานเชื่อมใจ 2,500 นัด และชุดที่สุดพระมหากรุณาธิคุณ ที่สุดแห่งการบูรณาการ 99 นัด พร้อมทั้งมีการยิงเลเซอร์พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณยอดเสาสะพานภูมิพลด้วย ระหว่างนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาทรงฉายภาพเป็นระยะ จบแล้ววงดุริยางค์กองทัพเรือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เรือพระที่นั่งอังสนานำเสด็จฯ กลับโรงพยาบาลศิริราช
 
พสกนิกรนับหมื่นเฝ้ารับเสด็จ

 ส่วนบรรยากาศการเฝ้ารอรับเสด็จของพสกนิกรชาวไทยในระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 และ ภูมิพล 2 นั้น ตลอดช่วงตั้งแต่เวลา 13.00 น. มีประชาชนจำนวนนับหมื่นคนทยอยเดินทางมาร่วมเฝ้ารอรับเสด็จที่บริเวณสวนสาธารณะคลองลัดโพธิ์กันอย่างเนืองแน่น ทั้งนี้เหล่าพสกนิกรต่างสวมเสื้อสีชมพู พร้อมนำธงชาติและธงสัญลักษณ์ มาโบกเพื่อรอชื่นชมพระบารมีด้วยความปลาบปลื้ม 

 ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั่วบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ปิดเส้นทางการจราจร โดยเฉพาะสะพานทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สะพานพุทธฯ สะพานพระปกเกล้า สะพานตากสิน สะพานพระราม 3 สะพานกรุงเทพ และสะพานพระราม 9  ด้านการถวายการรักษาความปลอดภัยในการเสด็จพระราชดำเนิน ได้มีการจัดเรือถวายการรักษาความปลอดภัยจำนวน 21 ลำ พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากกรมราชองครักษ์ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบัญชาการตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า รวมถึงเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และโรงพยาบาลศิริราช  

 ทั้งนี้ การดูแลในส่วนของกองทัพเรือ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบหมายให้ พล.ร.ต.รุ่งศักดิ์ เสรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย ตามภารกิจถวายความปลอดภัยสูงสุด และสมพระเกียรติ ขณะที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบดูแลในภาพรวม นอกจากนี้ขบวนเสด็จฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะมีการจัดเรือดูแลรักษาความปลอดภัยตามแยกต่างๆ อีก จำนวน 10 ลำ สำหรับกำลังพลที่ใช้ในการดูแลอารักขาความปลออภัย จะใช้จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในแต่ละท้องที่ที่เรือขบวนเสด็จผ่าน

ตกแต่งแสงสีเสียงรับเสด็จ

 ส่วนบริเวณประตูระบายน้ำปากคลองลัดโพธิ์ ส่วนราชการจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับอบต.ทรงคนอง กรมชลประทาน เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้ร่วมกันทำความสะอาด ตกแต่งประดับประดา ประตูระบายน้ำ ติดตั้งระบบแสงสี เพื่อจัดแสดงประวัติความเป็นมาของโครงการคลองลัดโพธิ์ รวมทั้งติดตั้งระบบแสงสีด้วยระบบวิชวล 3 มิติ บริเวณประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และบนสะพานภูมิพล 1-2

 ทั้งนี้ ภายในสวนสาธารณะคลองลัดโพธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ใต้สะพานภูมิพล 1-2 หรือสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ซึ่งเปิดให้ประชาชนมาเฝ้ารอรับเสด็จได้ติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ จำนวน 5 จอ ไว้เพื่อถ่ายทอดประวัติความเป็นมาของการก่อสร้างคลองลัดโพธิ์ให้ประชาชนได้ชม นอกจากนี้ยังมีการทำความสะอาดถนนหนทาง ตั้งแต่แยกพระประแดงถึงสวนสาธารณะ พร้อมประดับประดาธงทิว และพระบรมฉายาลักษณ์ ตลอดเส้นทางด้วย

ชื่นชมพระปรีชาอันยาวไกล

 ด้าน นายวัชระ เติมวรรธนภัทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทรงคนอง อายุ 40 ปี เปิดเผยความรู้สึกในฐานะคนทำงานในพื้นที่มานานนับ 12 ปีและเป็นคนท้องถิ่น กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาพื้นที่บริเวณ อ.พระประแดง และพื้นที่โดยรอบกรุงเทพฯ ประสบกับปัญหาน้ำทะเลหนุนและปัญหาน้ำหลากมาโดยตลอด รวมถึงปัญหาการจราจรติดขัด แต่เมื่อประชาชนในพื้นที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้พัฒนาคลองลัดโพธิ์และสร้างสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น เพราะตั้งแต่เด็กชาวพระประแดงทุกคนต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมทุกๆ 15 วัน ชาวบ้านต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างลำบาก หลังจากที่มีโครงการพระราชดำริชาวบ้านก็ไม่ต้องเดือดร้อนอีกต่อไป ที่สำคัญชาวบ้านส่วนมากมีอาชีพการเกษตรซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมก็สามารถดำรงชีพต่อไปได้ ไม่ต้องดิ้นรนออกไปรับจ้างทำงานเหมือนแต่ก่อน ทำให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

 “การก่อสร้างคลองลัดโพธิ์ไม่ได้ช่วยเหลือชาวพระประแดงและกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงจังหวัดอื่นที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย เพราะคลองลัดโพธิ์สามารถระบายน้ำได้ 5 ร้อยลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นต่อชาวพระประแดง พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก ทรงบรรเทาทุกข์เข็ญความเดือดร้อนของประชาชนให้หมดสิ้นไป ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายวัชระ กล่าว

ทรงคลายทุกข์พสกนิกร

 น.ส.วิมลรัตน์ แสงอุไร อายุ 47 ปี ชาว ต.บางน้ำผึ้ง กล่าวว่า สภาพของชาวบ้านในเขตพื้นที่ 6 ตำบล สมัยก่อนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมในช่วงน้ำทะเลหนุน บางครั้งต้องลุยน้ำสูงถึงเอวออกจากบ้าน โดยเฉพาะเมื่อปี 2538 น้ำท่วมสูงที่สุด ชาวบ้านจำนวนมากทนความเดือดร้อนไม่ได้ ประกอบกับการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากน้ำท่วม จึงมีหลายคนขายที่ ขายสวน อพยพออกนอกพื้นที่ เพื่อไปทำกินที่อื่น แต่หลังจากมีโครงการพระราชดำริคลองลัดโพธิ์ น้ำที่เคยท่วมก็หายไป ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น น้ำก็ไม่ท่วม มีตลาดน้ำอยู่ในละแวกใกล้เคียง ทุกวันนี้หลายคนเริ่มมีชีวิตที่ดี วันนี้ตนเดินทางมาตั้งแต่เที่ยงเพื่อรอชมพระบารมี และภูมิใจที่มีโครงการพระราชดำริเกิดขึ้น  

 ด้าย นายจิราวัลลิ์ น้อยพารา อายุ 70 ปี ชาวบ้านทรงคนอง ซึ่งมารอเฝ้ารับเสด็จตั้งแต่เวลา 15.30 น. เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเองปลูกบ้านออกจากแม่น้ำกว่า 100 เมตร แต่ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมมาโดยตลอดทุกปี จนกระทั่งเกิดการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ปัญหาน้ำท่วมก็หมดไป ขณะเดียวกันเมื่อมีการสร้างสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ขึ้นก็ทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะไม่ต้องเสียเวลาข้ามแพ เมื่อต้องการเดินทางไปปากน้ำหรือข้ามฝั่งพระประแดง

 "ทั้งหมดก็เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีสายพระเนตรยาวไกล ทรงห่วงใยประชาราษฎร์มากกว่าพระองค์เอง จึงรู้สึกเทิดทูนพระองค์มาก ยอมถวายชีวิตเพื่อพระองค์ได้ในทุกเรื่อง" คุณตาจิราวัลลิ์ เอ่ยความรู้สึก 

แจกซีดีเฉลิมพระเกียรติ 5 ล้านแผ่น

 วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 ว่า ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายเนวิน ชิดชอบ ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ แห่งการบรมราชาภิเษกปีที่ 60 และการเฉลิมพระชนมพรรษา กล่าวว่า ในส่วนที่รับผิดชอบดูแลอยู่มีเรื่องของภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ 7 เรื่อง ในหลักการคือ ในวันที่ 5 ธันวาคม จะมีการฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติทั้ง 7 เรื่อง ซึ่งทางสำนักพระราชวังได้มีหนังสือแจ้งกลับมาว่า ตามที่คณะทำงานได้ทูลเกล้าฯ ถวายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ทั้ง 7 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับและมีพระบรมราชานุญาตให้ผลิตเป็นวีซีดี 5 ล้านชุด เพื่อพระราชทานแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชนในวันที่ 5 ธันวาคม นอกจากนี้โรงภาพยนตร์ในเครือเอสเอฟเอ็กซ์ และเมเจอร์ทุกโรงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะฉายภาพยนตร์ทั้ง 7 เรื่องให้ประชาชนได้เข้าชมฟรีด้วย ส่วนในต่างจังหวัดที่ศาลากลางทั้ง 75 จังหวัด ก็จะมีการฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติทั้ง 7 เรื่องได้ประชาชนได้ชมในช่วงค่ำวันที่ 5 ธันวาคมเช่นกัน

 ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการจัดงานฯ กล่าวว่า ส่วนการจัดขบวนเรือเฉลิมพระเกียรติ ขณะนี้มีจำนวนเรือที่จะเข้าร่วมประมาณ 700 กว่าลำ และมีประชาชนที่แจ้งความจำนงร่วมลงเรือเพื่อไปจุดเทียนชัยถวายพระพรบริเวณท่าน้ำศิริราช แม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณ 6 หมื่นคน ซึ่งในงานวันนั้นจะมีเวทีลอยกลางน้ำ และจะมีการแสดงของศิลปินแห่งชาติ ที่จะแหล่เฉลิมพระเกียรติ และเห่เรือเฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วยศิลปินต่างๆ มาร่วมแสดงคอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์แผ่นดินของเรา โดยเวทีจะอยู่บริเวณท่าน้ำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จุดเทียนปล่อยโคมถวายพระพร

 "จากนั้นจะมีการจุดเทียนชัยถวายพระพร และปล่อยโคมลอย 8,400 โคมจากเรือที่อยู่ในลำน้ำเจ้าพระยา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีการแสดงแสง สี เสียง บริเวณลำน้ำ และบนท้องฟ้า ในบริเวณลำน้ำเจ้าพระยา ท่าน้ำศิริราชด้วย ส่วนเรื่องเวลานั้น ตอนนี้คณะทำงานรอเวลาจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะทำงานได้เชิญนายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานจุดเทียนชัยถวายพระพร โดยขั้นตอนนั้นจะแยกเป็น 2 งาน คืองานมูลนิธิ 5 ธันวาฯ ตามศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศก็จะใช้เวลาเดิม ส่วนงานเวทีกลางน้ำที่ท่าน้ำศิริราชก็จะเป็นอีกเวลาหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้มีเวลาเดินทางไปร่วมงาน" นายเนวิน กล่าว

 นายเนวิน กล่าวต่อว่า กิจกรรมที่บริเวณท่าน้ำศิริราช จะมีเพียงวันเดียว คือวันที่ 9 ธันวาคม โดยเรือจะพร้อมกันในเวลา 17.30 น. โดยจะปิดการจราจรทางน้ำทั้งหมด โดยเฉพาะบริเวณท่าน้ำศิริราช คือจากสะพานพระปิ่นเกล้า มาจนถึงสะพานพุทธ และเลยคลองบางกอกน้อยไป ตามความยาวของขบวนเรือ ทั้งนี้เรือที่จะเข้าร่วมในขบวนยังจะสามารถเพิ่มได้ แต่คงจะต้องขอตรวจเรื่องความปลอดภัยก่อน เรือทุกลำต้องมีการขึ้นทะเบียนและกำหนดจุดเรือจอดระหว่างอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจความปลอดภัยทั้งเรือและประชาชนที่ลงเรือทั้งหมด