ไลฟ์สไตล์

วธ.บวงสรวงจัดงานเฉลิมพระเกียรติในหลวง

วธ.บวงสรวงจัดงานเฉลิมพระเกียรติในหลวง

23 พ.ย. 2553

"วธ.” นำทุกหน่วยงานบวงสรวงจัดงานเฉลิมพระเกียรติ"ในหลวง" กรมศิลปากรเผยตราสัญลักษณ์ใช้ตราเหมือนกับปี 2552 พร้อมอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ “แผ่นดินของเรา” เป็นเพลงประจำการจัดงานถวายพระพร

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมรูปทรงม้า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีบวงสรวงการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 มีนางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธาน โดยพิธีบวงสรวงเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. ผู้บริหาร ผู้แทนกระทรวง ภาครัฐ และเอกชน พร้อมกัน ณ หน้าลานพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นเมื่อถึงฤกษ์บวงสรวง 12.39 น. พระราชครูศิวาจารย์ ประกอบพิธีบวงสรวง ประธานในพิธีจุดธูปเทียนที่โต๊ะพิธีพราหมณ์และปักธูปเทียน จากนั้นพระราชครูศิวาจารย์อ่านชื่อองค์ผู้จัดงานและอ่านโองการบูชาเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากรรำบวงสรวง ทุกหน่วยงานร่วมประกอบพิธีบวงสรวงในเวลา 13.00 น. เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

 นางโสมสุดา กล่าวภายหลังพิธีบวงสรวงว่า การจัดเตรียมงานในส่วนสถานที่ การแสดงต่างๆ ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก พร้อมที่จะส่งมอบพื้นที่ให้กับทุกหน่วยงานภายในวันที่ 25 พ.ย.นี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 นั้น รัฐบาลได้แจ้งมายังกรมศิลปากรว่า ให้ใช้ตราสัญลักษณ์เหมือนกับเมื่อปี 2552

 ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า ในโอกาสนี้คณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ขอพระราชาอนุญาติอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ แผ่นดินของเรา เป็นเพลงประจำงานเพื่อเป็นใช้เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ระหว่างวันที่ 1 – 9 ธันวาคม 2553 ซึ่งบทเพลงพระราชนิพนธ์แผ่นดินของเรานี้ ขับร้องใหม่ โดยนางสาวศิโยน ดาวรัตนหงษ์ นักร้องโอเปร่า และยังเป็น นักร้องทุนดนตรีคลาสสิก ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เรียบเรียงเสียงประสานโดย นายสถาพร นิยมทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีสากล บรรเลงเพลงโดยวงดุริยางค์สากล และนายการุณ สุทธิภูล จากกรมศิลปากร เป็นผู้ควบคุมวง ซึ่งในขณะนี้ได้เผยแพร่ไปยังสื่อมวลชนต่างๆ และรับฟังได้ที่ www.m-culture.go.th

 นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า เพลงพระราชนิพนธ์ แผ่นดินของเรา หรือ Alexandra เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 34 ทรงพระราชนิพนธ์ในโอกาสที่เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนท์ สหราชอาณาจักร เสด็จเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ ใน พ.ศ. 2502 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ ตามทำนองที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ 16 ห้องเพลง โดยนำออกบรรเลง ครั้งแรก ณ ศาลาผกาภิรมย์ สวนจิตรลดา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2502 ต่อมาใน พ.ศ. 2516 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชดำริว่า ท่วงทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ Alexandra ไพเราะ และน่าจะใส่คำร้องภาษาไทยได้ จึงกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระบรมราชานุญาตให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์คำร้องภาษาไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาเห็นว่า เพลง Alexandra นี้มีเพียง 16 ห้องเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพิ่มเติมโดยมีท่อนกลาง และท่อนท้าย จนครบ 32 ห้องเพลง

 “บทเพลงพระราชนิพนธ์นี้มีความไพเราะมาก เนื้อหาของเพลงทำให้หวนนึกถึงประเทศไทย ที่เป็นดินแดนแห่งความสุข มีแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ มีโบราณสถานที่มีคงามงดงาม คนไทยอยู่อย่างเสรีและมีจิตใจ ดีงาม เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนที่รักใคร่กลมเกลียวกัน พึ่งพากันและกันเหมือนพี่น้อง เหมือนพี่น้องที่อาศัยบ้านหลังคาเดียวกัน ที่ร่วมสร้างสันติสุขบนผืนแผ่นดินไทยให้ยั่งยืน ภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นทีรักยิ่งของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า จึงอยากให้บทเพลงพระราชนิพนธ์นี้เป็นสื่อเสริมสร้างและจรรโลงสังคมให้คนไทยรักและสามัคคีกัน และอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุขดังเช่นที่เคยเป็นมา” รมว.วธ. กล่าว

"เนวิน"ประชุมซ้อมจัดงานถวายพระพรวันพ่อ

 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า นายเนวิน ชิดชอบ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานในการประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการเดินเรือร่วมขบวนการจัดแสดงขบวนเรือประดับไฟเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2553 พร้อมชี้แจงวัตถุประสงค์และแนวทางการดำเนินการในภาพรวมให้กับคณะทำงานฯ

 นายเนวิน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจที่สำคัญของประชาชนคนไทยทั้งชาติ ที่จะได้ร่วมกันถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณลานพระราชวังดุสิต มีประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คณะทำงานฯ เห็นว่า วันที่ 5 ธันวาคมปีนี้ จะถวายพระพรให้ใกล้ที่สุด ด้วยการร่วมกันไปถวายพระพรกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าท่าน้ำศิริราช และมีการตกแต่งเรือเป็นเรือประดับไฟ คาดว่าจะมีประชาชนลงเรือเพื่อร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่น้อยกว่า 800 ลำ มีประชาชนไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรกลางลำน้ำเจ้าพระยา

 ด้านนายศรีสมบัติ พรประสิทธิ์ รองอธิบดีกรม ปภ. กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางเรือว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (อีอาร์ที) 118 นาย อปพร.ประจำท่า 140 นาย เรือสปีดโบท 8 ลำ เรือยาง 5 ลำ เจ็ตสกี 11 ลำ ปืนยิงเชือก ระยไกล 70 เมตร จำนวน 9 กระบอก นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานร่วมปฏิบัติการทั้งหน่วย ฉก.กร.401 กรมยุทธการทหารเรือ กองทัพเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า ประจำท่า 50 ท่า อาสารักษาดินแดน (อส.)กรมการปกครอง 500-800 นาย รปภ.บนเรือมวลชน ศูนย์กู้ชีพนเรนทร โดยพื้นที่ที่ต้องปฏิบัติการดูแลประกอบด้วย ท่าเรือเทเวศน์ ท่าเรือพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) – (ฝั่งพระนคร) ท่าเรือบางลำพู ท่าเรือปิ่นเกล้า(ฝั่งพระนคร) – (ฝั่งธนบุรี) ท่าเรือการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ท่าเรือหอประชุมกองทัพเรือ ท่าเรือท่าช้าง โรงเรียนราชินี ท่าเรือวัดประยุรวงศาวาส (ฝั่งธนบุรี) ท่าเรือสะพานพุทธ(ฝั่งธนบุรี) และ ฝั่งพระนคร
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมซักซ้อมแนวทางในการดำเนินงานฯครั้งนี้ ช่วงเช้าจะมีนายท้ายเรือและเจ้าหน้าที่ควบคุมเรือจากจังหวัด เข้าร่วมฟังแนวทางในการดำเนินการ และช่วงบ่ายจะเป็นชี้แจงแนวทางในการดำเนินงานให้กับสมาชิก อส. จำนวน 300 นาย และเจ้าหน้าที่ควบคุม รับทราบ รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมชี้แจงในส่วนที่รับผิดชอบดูแล อาทิ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กรมการพัฒนาชุมชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมการปกครอง จะชี้แจงแนวทางการปฏิบัติในส่วนที่รับผิดชอบของแต่ละส่วนให้ที่ประชุมรับทราบด้วย