
ชวน หลีกภัย บันทึกไว้ด้วย "ลายเส้น"
จากความชอบวาดรูปที่สั่งสมตั้งแต่วัยเยาว์ จนกลายเป็นงานอดิเรกแสนถนัดไปโดยปริยาย สำหรับนายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ของประเทศไทย ชวน หลีกภัย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ไม่แปลกที่ทุกครั้งจะเห็นอดีตนายกฯ ผู้นี้พกพาสมุดบันทึกพร้อมปากกาเมจิกสีดำคู
แม้ศิลปะลายเส้นที่ดูจะขนานกับอาชีพการเมืองโดยสิ้นเชิง แต่อดีตนายกฯ ร่างเล็กผู้นี้กลับไม่เคยทิ้งความชอบส่วนตัวไปแม้แต่วินาทีเดียว เพื่อตอกย้ำลายเส้นอันเฉียบคมจากปลายปากกาเมจิกที่ใครๆ พากันชื่นชอบ คม ชัด ลึก มีโอกาสจับเข่าคุยกับศิลปินในคราบนักการเมืองถึงการวาดภาพอันเป็นที่รัก ภายในบ้านพักของเขาที่จังหวัดตรัง และแน่นอนว่าในกระเป๋าเสื้อของเขาย่อมไม่พลาดที่จะมีปากกาเมจิกสีดำคู่ใจนอนอยู่ในนั้น
"ผมชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าตอนนั้นชอบวาดรูปตัวละครในหนังตะลุง สมัยก่อนโต๊ะเรียนไม้ ซี่ไม้จะไม่ชิดกัน พอวาดเสร็จก็เอามาสอดระหว่างซี่ไม้เชิดเล่นกันเป็นของเล่นสมัยเด็กๆ หรือไม่ก็เขียนเป็นรูปคาวบอยพระเอกจะใส่หมวก สมัยนั้นชอบดูหนังแบบนี้มาก เด็กๆ นี่ วิชาวาดภาพผมได้คะแนนเต็มตลอด
สมัยก่อนครูคนเดียวสอนทุกวิชา ไม่ได้มีความรู้เฉพาะเหมือนสมัยนี้ แต่ผมเป็นคนมีพื้นฐานด้านลายเส้นดีอยู่แล้ว ก่อนที่ผมจะเข้าเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมได้เรียนโรงเรียนศิลปศึกษา แผนกจิตรกรรมและประติมากรรม เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากรมาก่อน พอผมสอบ ม.8 ได้เลยได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แทนที่จะเป็นศิลปินเขียนรูปเลยกลายเป็นนักกฎหมายแทน" นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ของไทยส่งน้ำเสียงใสๆ เท้าความเป็นมา
ด้วยบทบาททางการเมืองที่ยุ่งวุ่นวายเกือบ 24 ชั่วโมง แต่สมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ไร้เส้นจะทำหน้าที่เป็นทั้งบันทึกการประชุม และอุปกรณ์สร้างลายเส้นในคราเดียวกัน ซึ่งภาพส่วนใหญ่ที่ถูกหยิบยกมาวาดมักจะเป็นภาพบุคคลและทิวทัศน์เป็นหลัก
"ผมจะมีสมุดสเก็ตช์ติดตัวตลอด จริงๆ เป็นคนมืออยู่ไม่สุขแต่แทนที่จะเขียนเป็นบันทึก ก็กลายเป็นวาดรูปเพื่อบันทึกแทนเรียกว่า บันทึกไว้ด้วยลายเส้น ภาพเล็กๆ เพราะภาพหนึ่งภาพสามารถแทนคำพูดได้หลายคำ สามารถอธิบายได้หมดเลยว่าตอนนั้นกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน เวลาไหนที่นึกสนุกก็จะเขียน แม้แต่ตอนที่ผมป่วยอยู่โรงพยาบาล มีคนเอาปากกาวาดเขียนจากญี่ปุ่น 2 ด้าม และสมุดวาดเขียน 2 เล่มมาเป็นของเยี่ยม เป็นของเยี่ยมที่แปลกมาก (ยิ้ม) ได้มาผมก็เอามาเขียนภาพของพยาบาลที่ดูแลผม เขียนให้ทุกคนเลยนะ จนวันสุดท้ายหัวหน้าพยาบาลมาบอกผมว่า เขามีสิทธิ์ที่จะได้ภาพเขียนแบบนี้หรือเปล่า ผมเลยบอกว่าคงต้องเข้าคิวแล้วล่ะ (หัวเราะ) แต่ผมเขียนเสร็จก็สแกนส่งไปให้ทุกคน ซึ่งภาพที่ผมสเก็ตช์ต้องมาจากของจริงให้วาดจากรูปถ่ายหรือจินตนาการเองผมทำไม่ได้นะ จริงๆ ถ้าลงสีคงจะสวยกว่านี้ แต่ผมไม่มีเวลาขนาดนั้น ปากกาสีดำเนี่ยแหละง่ายสุดไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรหยิบปากกาปุ๊บก็วาดได้เลย" อดีตนายกฯ อารมณ์ดีแจกแจง
คุยกันเรื่องภาพสเก็ตช์มาพักใหญ่ เจ้าตัวเลยหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ตรงหน้าแล้วบรรเลงภาพสเก็ตช์ตามสไตล์ของตัวเองให้เห็นกันจะจะ ไม่ถึงนาทีภาพของบุคคลที่อยู่ตรงหน้าก็ถูกถ่ายทอดออกมาบนกระดาษสีขาว
"การวาดภาพเป็นความชอบโดยส่วนตัว ทำแล้วมีความสุข ฝึกสมาธิ ฝึกความอดทน ขณะเดียวกันก็ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าด้วย สำหรับผมแล้ววิชาศิลปะเป็นภาษาสากลที่ไม่ว่าคนชาติไหนก็สามารถเข้าใจได้หมด ถึงแม้ภาษาพูดประเพณีวัฒนธรรมจะแตกต่างกัน แต่งานศิลปะสามารถเชื่อมศิลปินทั่วโลกให้เข้าใจกันได้
คนหัวใจศิลป์จะมีมุมมองและทัศนคติที่แตกต่างจากคนทั่วไป จะมองเห็นคุณค่าความงดงามจากสิ่งที่ไม่งามได้ ผมบอกได้ว่างานศิลปะสามารถสร้างพื้นฐานทางจิตใจในแง่บวกได้ สิ่งเหล่านี้สามารถต่อยอดไปถึงตอนทำงาน ทำให้เรามีทัศนคติที่ดีกับเพื่อนร่วมงานได้ เพราะสังคมของเรามีคนหลากหลายแบบ ซึ่งเราต้องพร้อมที่จะเปิดใจรับความแตกต่างเหล่านั้น เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข" ชวนฝากแนวคิดทิ้งท้าย พร้อมๆ กับมอบภาพสเก็ตช์บุคคลที่คุยไปวาดไปแบบไม่หยุดมือให้ด้วยรอยยิ้ม...



